Un Told The Creator

เก่ง creativity แล้วทำไงต่อ? สูตรต่อยอดฉบับคนครีเอเตอร์จากงาน Thailand Influencer Awards

หนึ่งในอุตสาหกรรมบ้านเราที่ดูจะเติบโตมากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้คงต้องยกให้อุตสาหกรรม ‘ดิจิทัลคอนเทนต์’ สะท้อนผ่านตัวเลขผลสำรวจจากบริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) ที่ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา มีจำนวนคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยถึง 9 ล้านคน ขณะเดียวกันมูลค่าทางการตลาดดังกล่าวยังพุ่งขึ้นจาก 40,000 ล้านบาท สู่ 50,000 ล้านบาทในปี 2026

คงไม่ผิดสักเท่าไหร่ถ้าจะพูดว่าครีเอเตอร์คืออาชีพที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็น หรือบางคนก็ตัดสินใจเริ่มต้นอาชีพนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ 

แต่คำถามที่น่าสนใจคือ ในเมื่อมีหัว creativity แล้วต้องไปไหนต่อ และท่ามกลางระบบนิเวศของ entertainment ecosystem ที่หลากหลายตั้งแต่ภาพยนตร์ แอนิเมชั่น เกม ฯลฯ จะมี ‘วิธีการ’ หรือ ‘เครื่องมือ’ แบบไหนที่ช่วยให้อาชีพนี้ยั่งยืน

คำตอบของคำถามที่ว่า เราสรุปมาเป็น key takeaway จากวงสนทนาระหว่าง ไก่–ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับภาพยนตร์และซีรีส์ และผู้ร่วมก่อตั้งค่าย underDOC Film เจ้าของผลงานซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn) และ ทนายปีศาจ (The Evil Lawyer), นัด–ธนิษฐ์ เจียรสวัสดิ์วัฒนา ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเพจนัดเป็ด และหนึ่งในคณะกรรมการ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) และ ดร.สักกเวท ยอแสง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) จากงาน Thailand Influencer Awards 2026 ในคอลัมน์ Keynote ตอนนี้

‘ความใส่ใจ’ และ ‘ความอยากรู้’ คือตัวนำทางสู่ความสำเร็จ

ในมุมมองของผู้บริโภคมักจะเห็นผลงานสร้างสรรค์นั้นๆ ตอนที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว แต่ในมุมของคนทำงานสร้างสรรค์ ผลงานแต่ละชิ้นเกิดจากการกระบวนการอันพิถีพิถัน ซึ่งณฐพลแชร์ให้ฟังว่า เคล็ดลับสำคัญของครีเอเตอร์ในวงการภาพยนตร์ คือต้องมี ‘ความใส่ใจ’ และ ‘ความอยากรู้’ เป็นพื้นฐานสำคัญ

“ความใส่ใจและความอยากรู้คือตัวนำทาง ที่ทำให้คนเล่าเรื่องอย่างเราสามารถกระโจนเข้าไปอยู่ในโลกของตัวละครที่เราสร้าง ซับเจกต์ที่เราสัมภาษณ์

“เมื่อเราเข้าใจชีวิตของคนอื่น อยากรู้ว่าเขาคิดยังไง เติบโตมายังไง ชีวิตเขาผ่านอะไรมาบ้าง เมื่อต้องสื่อสารเรื่องราวนี้ไปถึงคนดูเขาจะอินกับเนื้อหา เพราะรู้สึกว่าสิ่งนี้เหมือนเกิดขึ้นจริง”

สิ่งที่ณฐพลพูดหลายคนน่าจะเห็นภาพตามได้ไม่ยาก ยกตัวอย่างเช่นซีรีส์เรื่อง สงครามส่งด่วน ที่มาจากการทำการบ้านสำรวจอัตชีวประวัติของคมสันต์ แซ่ลี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Flash Express รวมไปถึงผลงาน ทนายปีศาจ ที่ต่อยอดจากประสบการณ์ตรง

“ทนายปีศาจมันมาจากประสบการณ์ตรงของครีเอเตอร์ 2 ท่านในทีม ซึ่งมีคนในครอบครัวต้องขึ้นศาล สิ่งที่เขาเล่าคือการได้เห็นครอบครัวต้องขึ้นศาล มันรู้สึกแปลกมาก เพราะเราไม่รู้ว่า จะเชื่อในสิ่งที่ครอบครัวกำลังพูดตรงหน้าได้หรือเปล่า ครอบครัวเรากำลังพูดความจริงไหม 

“ความรู้สึกชี้เป็นชี้ตายตรงนั้นมันกลายเป็นหัวเชื้อ ที่ทำให้เขาเริ่มสำรวจเรื่องของข้อกฎหมาย ช่องว่างของข้อกฎหมาย จากนั้นเราเริ่มทำการสัมภาษณ์นักกฎหมาย อัยการ ผู้พิพากษา และตำรวจ แล้วถึงต่อยอดกลายมาเป็นซีรีส์ ผมว่าความที่เนื้อหามันมีความซีเรียส สามารถพาเขาเข้าไปในโลกที่เขาไม่เคยเข้าไปถึงเลยทำให้คนดูชื่นชอบ

“ดังนั้น ผมว่า ความใส่ใจ คือ ‘แก่น’ สำคัญที่คนทำอาชีพครีเอเตอร์ทุกคนสามารถนำไปต่อยอดได้”

สมการ X+Y บวกสิ่งที่มีกับความเป็นไปได้อื่นๆ

ถ้าประตูสู่ความสำเร็จบานแรกของครีเอเตอร์คือรู้ว่า ตัวเองเป็นใคร และต้องการจะนำเสนออะไร 

เช่นนั้นประตูบานต่อมาคือการหาให้เจอว่า จะนำ ‘IP’ (Intellectual Property) หรือ ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ ไปต่อยอดในมุมไหนได้บ้าง 

สลักสำคัญที่ว่านี้เอง คือ ‘สูตร’ ที่ครีเอเตอร์อารมณ์ดีอย่างนัดเป็ดแชร์ให้ฟังบนเวที นั่นคือ X+Y ซึ่ง X หมายถึง ‘คาแรคเตอร์’ และ Y ที่หมายถึงสิ่งอื่น พูดให้เห็นภาพ คือ การนำคาแรคเตอร์ที่ผู้คนจดจำได้ไปต่อยอดสร้างสรรค์เป็นสิ่งใหม่ ไม่ว่าจะอนิเมชั่น ตุ๊กตา เสื้อผ้า และ merchendise อื่นๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าได้

“เราเป็นนักเขียนการ์ตูน แต่เราเป็นคนขี้เกียจลงสี ไม่ชอบเติมเสื้อผ้า ลงดีเทลให้กับตัวการ์ตูน แต่ความเกียจคร้านของเรามันกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เราจดจำได้ เราว่าสิ่งนี้คือ X ในสมการของเรา

“สิ่งที่เราต้องทำต่อมาเมื่อคาแรคเตอร์ของเราแข็งแรง คือการหา Y ของตัวเองให้เจอ หมั่นสำรวจเทรนด์ ดูว่าแบรนด์ดิ้งของเรา คาแรคเตอร์ของเราสามารถนำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ยังไงบ้าง ปีนี้คาแรคเตอร์ของเราอาจจะต่อยอดเป็นตุ๊กตา เป็นอนิเมชัน หรือนำความสามารถของเราจัดเวิร์กช็ปขึ้นมา”

อย่างไรก็ดี เจ้าของเพจนัดเป็ดย้ำเตือนว่า สิ่งสำคัญที่ต้องระมัดระวังเมื่อก้าวกระโดดข้ามสู่อีกขั้นของอุตสาหกรรมดิจิทัลครีเอเตอร์ คือต้องไม่สูญเสีย ‘ตัวตน’ ที่สร้างมา แต่ก็ต้องไม่ ‘ยึดติด’ จนไม่ลองอะไรเลย

เมื่อรัฐอาสาเป็นกระดูกสันหลังให้อาชีพครีเอเตอร์ยั่งยืน

ถึงจะบอกว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมดิจิทัลครีเอเตอร์ตอนนี้คึกคักและสร้างเงินสะพัดได้ถึง 50,000 ล้านบาท แต่มูลค่าการผลิตในประเทศกลับมีตัวเลขอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท ซึ่งดร.สักกเวท ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) มองว่าอุตสาหกรรมดิจิทัลครีเอเตอร์ยังขาดดุลอยู่มาก

“ศิลปินไทยหลายคนอาจจะยังไม่รู้ ว่ามีโอกาสอยู่เต็มไปหมด เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน หรือต้องไปที่ไหน ซึ่งเรา (depa) เห็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพพวกเขา อย่างในปีนี้เรามี Infrastructure fund สนับสนุนพวกเขาอยู่ 50 ล้านบาท”

depa พยายามผลักดันมาตรการที่สามารถยกระดับอาชีพครีเอเตอร์ไทย เช่น Digital Content Transformation ที่สนับสนุนเป็น ‘สะพานเชื่อม’ ให้คนครีเอเตอร์นำ IP Character ไปจับคู่กับภาคธุรกิจอื่นเพื่อเพิ่มมูลค่า 

หรือมาตรการที่น่าสนใจอย่าง depa Event and Marketing Fund ที่สนับสนุนให้ครีเอเตอร์ไทยจับมือกับองค์กรต่างชาติ เพื่อขยายฐานแฟนคลับไปในต่างประเทศ ยกตัวอย่างกรณีของ warbie yama คาแรคเตอร์นกน้อยสีเหลืองจอมกวน ที่กลายเป็นขวัญใจของชาวจีน จนมี merchendise ต่างๆ ผลิตออกมามากมาย 

และอีกข้อที่สำคัญคือการจดทะเบียน IP Licensing ให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อเป็นเกราะป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งครีเอเตอร์หลายคนอาจจะยังละเลยไป

“เราอยากให้ศิลปินกล้าที่จะเดินเข้ามาหาเรา เราพร้อมที่จะสนับสนุนทุกท่าน สิ่งสำคัญคือต้องไม่ลืมเรื่องของ IP Licensing  สิ่งนี้จะทำให้อาชีพครีเอเตอร์อยู่ได้อย่างยั่งยืน”

Writer

นักเขียนผู้หลงใหลโลกของฟุตบอล สนีกเกอร์ และกันพลา

Illustrator

แล้วแต่จะคิด ชีวิตคนละแบบ

You Might Also Like