นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Behind the Red Bottle

ศาสตร์และศิลป์ที่ SHISEIDO ใช้ปั้นเซรั่มขวดแดง ‘ULTIMUNE’ ให้เป็นไอคอนิกเซรั่มที่คนรักทั่วโลก

ถ้าใครมีโอกาสไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ที่หน้าร้านหรือตามเคาน์เตอร์แบรนด์บ่อยๆ จะสังเกตเห็นว่าช่วงหลายปีมานี้ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่อย่าหยุดสวยเท่านั้น แต่จะเห็นผู้คนแทบทุกเพศ ทุกวัย ไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มาดูแลตัวเองกันมากขึ้น

ด้วยค่านิยมและมุมมองเรื่องความงามที่เปิดกว้าง ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าความงามในไทยโตขึ้นถึง 11.6% โดยส่วนใหญ่กว่า 41.78% ผู้คนนิยมช้อปปิ้งสินค้าเกี่ยวกับสกินแคร์เป็นหลัก และมีแนวโน้มจะใช้สินค้ากลุ่มพรีเมียมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งแบรนด์ที่ครองอันดับ 1 ของไทยในตลาด Prestige Skincare หรือสกินแคร์ระดับพรีเมียมคือ ‘SHISEIDO’ แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 150 ปี และยังถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก รวมถึงมีสินค้าที่ฮอตฮิตติดตลาด ขนาดที่ถ้าถามถึงไอคอนิกเซรั่มที่ผู้คนหลงรักและเลือกใช้กัน ชื่อของ ‘ULTIMUNE’ หรือเซรั่มขวดแดงต้องติดโผเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน

และในปี 2567 นี้เซรั่ม ULTIMUNE ก้าวเข้าสู่ขวบปีที่ 10 แบบพอดิบพอดี คอลัมน์ Recap จึงพามาพลิกหลังกล่อง ส่องเบื้องหลังที่ SHISEIDO ใช้ทั้ง ‘ศาสตร์และศิลป์’ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาและวิจัย นวัตกรรมความงามทางวิทยาศาสตร์ และสุนทรียศาสตร์ มาผสมผสานเข้ากับศิลปะอันประณีตตามแบบฉบับวัฒนธรรมญี่ปุ่น เพื่อสร้างสรรค์เซรั่มที่พลิกโฉมนิยามแห่งความงามของผู้คนทั่วโลก

1. 30 ปีที่ทำการวิจัย สู่การค้นพบว่าภูมิคุ้มกันผิวที่ดีมีผลต่อสุขภาพผิว

ถ้าคิดจะทำเซรั่มสักขวดหนึ่ง หลายคนคงเริ่มต้นจากการคิดค้นสูตรเซรั่ม แต่ SHISEIDO กลับคิดนอกกรอบไปมากกว่านั้น เพื่อให้ได้คอนเซปต์ของสินค้าที่ชัดเจน แตกต่างจากแบรนด์อื่นในท้องตลาด และตอบโจทย์ความต้องการของผิวอย่างแท้จริง

SHISEIDO จึงตั้งต้นจากการศึกษาและวิจัยเรื่องภูมิคุ้มกันที่มีผลต่อสุขภาพผิว เพื่อหานิยามว่าผิวสุขภาพดีคืออะไรกันแน่? โดยใช้เวลาหาคำตอบนานกว่า 30 ปี ก่อนที่จะค้นพบว่าระบบภูมิคุ้มกันผิวที่ดี มีผลทำให้สุขภาพผิวแข็งแรง และเป็นด่านแรกของการปกป้องผิวจากมลภาวะที่เผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งการค้นพบครั้งนี้นำไปสู่คอนเซปต์ของเซรั่ม ULTIMUNE เรื่องการบำรุงชั้นผิวเพื่อช่วยดูแลปราการผิวให้แข็งแรง

2. 6,750 ครั้งที่ทดลองส่วนผสม จนได้สูตรที่เหมาะกับทุกสภาพผิว

อย่างที่รู้กันว่าวิธีเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ควรเลือกสูตรที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเรา เช่น ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย แต่แทนที่ SHISEIDO จะพัฒนาสูตรเซรั่มที่เหมาะกับแต่ละสภาพผิว แบรนด์กลับตั้งโจทย์ที่ท้าทายกว่านั้น ด้วยการหาสูตรที่ใช้ได้กับทุกสภาพผิว เพื่อให้ผลิตภัณฑ์หนึ่งตัวสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้ทุกแบบ

หลังจากใช้นวัตกรรมความงามทางวิทยาศาสตร์มาทดลองหาส่วนผสมที่ใช่กว่า 6,750 ครั้ง จนพบสารสกัดจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยประสิทธิภาพอย่าง fermented roselle extract หรือกระเจี๊ยบหมักบ่ม ซึ่งกลายมาเป็นส่วนผสมหลักที่ทำให้เซรั่ม ULTIMUNE เป็นตัวเปิดผิวให้พร้อมรับการบำรุงจากสกินแคร์อื่นๆ และทำให้ผิวเรียบเนียบอย่างสุขภาพดี

3. 500 ตัวอย่างเนื้อสัมผัส ที่ทดลองจนได้เนื้อเซรั่มที่ผู้คนหลงรัก

เคยเป็นไหม? ต่อให้เซรั่มนั้นดีแค่ไหน ถ้าใช้แล้วเหนียวเหนอะหนะ ก็พร้อมโบกมือลาเซรั่มขวดนั้นทันที SHISEIDO เข้าใจความต้องการของลูกค้าในจุดนี้ดี จึงทดลองหาตัวอย่างเนื้อสัมผัสกว่า 500 ครั้ง และทำการประเมินทางประสาทสัมผัสอย่างลึกซึ้งวินาทีต่อวินาที เพื่อหาเนื้อสัมผัสที่ผู้คนจะชื่นชอบมากที่สุด จนได้เนื้อเซรั่มที่ให้สัมผัสสดชื่น ตั้งแต่หยดลงบนฝ่ามือสู่ผิวหน้า และซึมลงสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะมากวนใจ

นอกจากนี้ยังเพิ่มสุนทรียศาสตร์ในการใช้งานด้วยการเปิดประสาทสัมผัสเรื่องกลิ่นหอมที่ถูกคิดค้นขึ้นอย่างละเมียดละไม ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติอย่างดอกไม้พันธุ์สีเขียว มะลิ กุหลาบ และกระวาน ซึ่งล้วนแต่เป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย

4. 3 ดีไซน์ขวดที่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา เพื่อสะท้อนถึงการพัฒนาอยู่เสมอ

อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากของเซรั่ม ULTIMUNE คือรูปทรงและสีสันของขวดที่โดดเด่นสะดุดตา โดยพัฒนาให้ทันสมัยตามกาลเวลา เพื่อสะท้อนถึงการเป็นแบรนด์ที่พัฒนาอยู่เสมอ จนปัจจุบันเป็นดีไซน์ขวดเวอร์ชั่นที่ 3 ซึ่งนักออกแบบเลือกไล่ระดับสีของบรรจุภัณฑ์ ด้วยเฉดสีแดงที่ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังสื่อถึงพลังที่แสดงออกมาจากภายในสู่ภายนอก

ส่วนดีไซน์ขวดคล้ายกับเกลียวคลื่น ที่นอกจากจะทำให้จับถนัดมือแล้ว ยังสะท้อนถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำหน้าในการเสริมปราการผิวแข็งแรง และลักษณะที่เป็นส่วนเว้า ส่วนโค้งของขวดยังเป็นสัญลักษณ์ของความยืดหยุ่นของผิว ที่กำลังฟื้นตัวจากการบำรุงอย่างล้ำลึก แม้แต่ฝาขวดยังสอดแทรกรูปทรงดอกคามิเลียที่ถูกยกเป็นสัญลักษณ์แห่งความงามของ SHISEIDO อีกด้วย

5. 25 ล้านขวดที่ขายได้ใน 88 ประเทศทั่วโลก

หลังจากเปิดตัวเซรั่ม ULTIMUNE เพียง 1 ปี ก็สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดขายกว่า 1 ล้านขวด และในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ขวบปีที่ 10 ก็มียอดขายสูงถึง 25 ล้านขวด ทำให้โดยเฉลี่ยแล้วเซรั่มขวดแดงสามารถสร้างขายได้ 1 ขวดในทุก 8.9 วินาที

ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าการที่สินค้ามีจุดเด่นชัดเจน ในเรื่องของเซรั่มที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว และหยิบมาใช้ได้ทุกเพศทุกวัย ยิ่งทำให้ถูกใจผู้คนหลากหลายกลุ่ม รวมถึงคุณภาพสินค้าที่ดีทำให้ลูกค้าเกิดการซื้อซ้ำ จนสามารถขยายตลาดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันวางขายได้ใน 88 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว

6. 252 รางวัลการันตีคุณภาพ นับตั้งแต่เปิดตัวผลิตภัณฑ์

นอกจากความสำเร็จเรื่องยอดขายแล้ว ภายในปีแรกที่เปิดตัวเซรั่ม ULTIMUNE ก็ได้รับรางวัลการันตีจากนิตยสารชั้นนำทั่วโลกถึง 63 รางวัล และมีหลายรางวัลที่ได้รับต่อเนื่องมาตลอด 10 ปีซ้อน จนขึ้นแท่นเป็นสกินแคร์ที่สร้างชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ถ้านับรวมทุกรางวัลตั้งแต่เปิดตัวผลิตภัณฑ์จนถึงปัจจุบัน เซรั่มขวดแดงกวาดรางวัลมาแล้วถึง 252 รางวัล

7. 10 ปีของ ULTIMUNE ที่ถูกถ่ายทอดผ่านผลงานออกแบบของยูนิ โยชิดะ

ในโอกาสพิเศษที่เซรั่ม ULTIMUNE เข้าสู่ปีที่ 10 มาพร้อมกับแคมเปญ ‘BELIEVE IN BEAUTY’ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งทศวรรษ และสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเห็นถึงพลังแห่งความงาม ที่สามารถขับเคลื่อนชีวิตได้อย่างมีพลัง

โดยถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะของยูนิ โยชิดะ ศิลปินและผู้กำกับศิลป์ชื่อดังของญี่ปุ่น ที่นำปรัชญาความงามในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาบอกเล่าผ่านภาพยนตร์โฆษณา

ที่ใช้ศิลปะการจัดวางดอกไม้ฮานาซึบากิ สัญลักษณ์ของแบรนด์ SHISEIDO ที่มีสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์ มาจัดวางเป็นรูปวงกลมซ้อนกันหลายชั้นให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคลื่นน้ำที่ขยายวงกว้างไม่รู้จบ สื่อถึงผิวที่ได้รับความชุ่มชื่นกระจ่างใส และมีจำนวนผู้ใช้เซรั่ม ULTIMUNE อยู่ทั่วโลก

สำหรับในไทยก็ได้ต่อยอดมาสู่แคมเปญ ‘THE BEAUTY IMMUNITY’ ที่ถ่ายทอดโดยวิน–เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร นักแสดงชื่อดังของไทย ผ่านโฆษณาที่บอกเล่าถึงการมีภูมิคุ้มกันผิวที่แข็งแรง เป็นจุดเริ่มต้นของผิวสุขภาพดีในอุดมคติ และตอกย้ำให้เห็นว่า ULTIMUNE เป็นไอคอนิกเซรั่มที่ผู้คนหลงรักอย่างแท้จริง

Writer

นักเขียนที่อยากเปลี่ยนเรื่องธุรกิจให้เป็นเรื่องสนุก และมีแมวกับกาแฟช่วยฮีลใจในทุกวัน

You Might Also Like