Pandora
เปิดกล่อง ‘Pandora’ แบรนด์เครื่องประดับจากโคเปนเฮเกนที่ฐานการผลิตปักหลักในประเทศไทย
ใครจะคิดว่าร้านเครื่องประดับเล็กๆ ในโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก จะเติบโตขึ้นเป็นแบรนด์ที่ผู้คนทั่วโลกหลงใหล?
Pandora ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำและตัวตนของผู้สวมใส่ ด้วยแนวคิดที่เปลี่ยนมุมมองของจิวเวลรีจากสินค้าหรูหราสำหรับบางกลุ่ม ให้กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ผ่านดีไซน์ที่ปรับแต่งเองได้ ทำให้ทุกชิ้นงานเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล
ปัจจุบัน Pandora มีร้านค้ากว่า 6,700 แห่งในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงร้านแฟล็กชิปสโตร์ในเมืองสำคัญ เช่น นิวยอร์ก ลอนดอน และเซี่ยงไฮ้ โดยสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด รองลงมาคือจีน นอกจากนี้ แบรนด์ยังจำหน่ายเครื่องประดับได้กว่า 100 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมของ Pandora ในวงกว้างได้เป็นอย่างดี
สำหรับประเทศไทย นอกจากจะเป็นหนึ่งในตลาดที่มีสาขาหลายแห่ง Pandora ยังเลือกตั้งโรงงานผลิตหลักที่นี่ทั้งในกรุงเทพฯ และลำพูน ทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญที่สุดของบริษัท ซึ่งช่วยขับเคลื่อน supply chain และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
คอลัมน์ Biztory จึงอยากชวนทุกท่านย้อนดูที่มาของ Pandora แบรนด์เครื่องประดับที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ด้วยแนวคิดที่โดดเด่นและกลยุทธ์ทางการตลาดที่ชาญฉลาด

1. จุดเริ่มต้นจากร้านเล็กๆ สู่แบรนด์ระดับโลกที่มีหัวใจอยู่ในประเทศไทย
ย้อนกลับไปในปี 1982 Pandora ถือกำเนิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของสองสามีภรรยา Per และ Winnie Enevoldsen ทั้งคู่เปิดร้านขายเครื่องประดับเล็กๆ ในโคเปนเฮเกน โดยชื่อ Pandora นั้นไม่ได้มาจากผู้ก่อตั้งแบรนด์ แต่เกิดขึ้นจากไอเดียของนักศึกษาฝึกงานคนหนึ่งในบริษัท ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานกรีกเกี่ยวกับ ‘กล่องของแพนดอร่า’ ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและความปรารถนา ชื่ออันทรงพลังนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก

ระหว่างทำแบรนด์นั้นเอง ทั้งคู่เดินทางมายังประเทศไทยบ่อยครั้งเพื่อเฟ้นหาอัญมณีและเครื่องประดับที่มีคุณภาพกลับไปจำหน่ายต่อในเดนมาร์ก ปี 1989 Pandora จึงตัดสินใจตั้งฐานการผลิตแห่งแรกในประเทศไทย ไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุนการผลิต แต่เป็นเพราะ ‘ฝีมือของช่างไทย’ ที่ขึ้นชื่อด้านความละเอียดและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์เครื่องประดับคุณภาพสูง
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้ Pandora ควบคุมคุณภาพสินค้าได้อย่างใกล้ชิด แต่ยังทำให้ขยายธุรกิจไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว


ทุกวันนี้ Pandora มีโรงงานขนาดใหญ่หลายแห่งในประเทศไทย รวมถึงโรงงานที่ลำพูน ซึ่งได้รับมาตรฐาน LEED Gold สะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีทีมช่างฝีมือชาวไทยกว่า 12,000 คน ที่ผลิตเครื่องประดับได้มากกว่า 200 ล้านชิ้นต่อปี กลายเป็นหนึ่งในโรงงานจิวเวลรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลิตภัณฑ์ของ Pandora ถูกส่งออกไปยังหลายประเทศ และเป็นที่รักของผู้คนทั่วโลก
2. สินค้าชิ้นแรก Charm จุดเปลี่ยนสำคัญที่พา Pandora สู่แบรนด์ระดับโลก
Pandora ไม่ได้เติบโตขึ้นเพียงเพราะดีไซน์ที่โดดเด่น แต่ยังมาจากกลยุทธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง แบรนด์มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับลูกค้า ผ่านเครื่องประดับที่ปรับแต่งเองได้
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 Pandora เป็นแบรนด์เครื่องประดับจากเดนมาร์กที่กำลังมองหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่าง และนั่นคือช่วงเวลาที่ Charm หรือ ‘ชาร์ม’ ได้ถือกำเนิดขึ้น
ชาร์มไม่ใช่แค่เครื่องประดับธรรมดา แต่เป็นลูกปัดขนาดเล็กที่สามารถเลือกและปรับแต่งได้ตามใจชอบ ร้อยเรียงเข้ากับสร้อยข้อมือ ให้กลายเป็นเครื่องประดับที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสพิเศษ ความทรงจำที่อยากเก็บไว้ หรือสิ่งที่สะท้อนตัวตน

คอลเลกชั่นแรกของ Pandora ใช้ชื่อว่า Moments ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกชาร์มแต่ละชิ้นตามความหมายที่ต้องการ นี่เองคือกุญแจสำคัญที่ทำให้ Pandora แตกต่างจากแบรนด์เครื่องประดับอื่นๆ เพราะแทนที่จะเป็นเพียงเครื่องประดับหรูหรา มันกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรู้สึกและความทรงจำ ที่พกพาไปได้ทุกที่
กระแสตอบรับเกินคาด จากเดนมาร์ก Pandora ขยายตัวอย่างรวดเร็วไปยังสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และออสเตรเลีย ในเวลาไม่นาน ความต้องการที่พุ่งสูงทำให้แบรนด์ต้องเร่งขยายกำลังการผลิต และประเทศไทยก็กลายเป็นฐานการผลิตหลักของ Pandora นับตั้งแต่ปี 1989
นี่จึงทำให้ Charm Bracelet ไม่ใช่แค่สินค้าชิ้นหนึ่งของแบรนด์อีกต่อไป แต่กลายเป็นไอคอนของ Pandora ด้วยยอดขายมากกว่า 100 ล้านชิ้นทั่วโลก และยังคงเป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมที่ผู้คนหลงรักมาจนถึงทุกวันนี้



3. Affordable Luxury กลยุทธ์ที่ทำให้ Pandora เข้าถึงผู้คนทั่วโลก
Pandora ไม่เพียงเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับเครื่องประดับให้เป็นของที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ แต่ยังพลิกโฉมอุตสาหกรรมจิวเวลรีด้วยกลยุทธ์ Affordable Luxury หรือ ‘ความหรูหราที่เข้าถึงได้’ โดยสร้างสรรค์เครื่องประดับที่มีคุณภาพดี ดีไซน์โดดเด่น แต่ยังคงอยู่ในช่วงราคาที่คนทั่วไปสามารถซื้อหาได้
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้กลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จคือ การเติบโตของกลุ่มผู้บริโภคชนชั้นกลาง ซึ่งต้องการสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้ Pandora ตอบโจทย์ความต้องการนี้ด้วยสองแนวทางหลัก ได้แก่
การควบคุมกระบวนการผลิตแบบครบวงจร แพนโดราเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องประดับไม่กี่รายที่ดำเนินกระบวนการผลิตเองตั้งแต่ต้นจนจบ โรงงานขนาดใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตหลักของแบรนด์ ทำให้บริษัทสามารถควบคุมคุณภาพ ลดต้นทุน และผลิตสินค้าในปริมาณมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถเสนอราคาที่เหมาะสมแก่ลูกค้า
การใช้วัสดุที่มีคุณค่าในราคาสมเหตุสมผล แทนที่จะใช้ทองคำบริสุทธิ์หรือเพชรแท้ที่ทำให้ราคาสูงเกินไป Pandora ใช้วัสดุทางเลือกที่ยังคงรักษาความงดงามและคุณภาพ เช่น เงินสเตอร์ลิง (sterling silver) และทอง 14K/18K แทนการใช้ทองคำบริสุทธิ์ อัญมณีสังเคราะห์ และแก้วมูราโน่ แทนการใช้เพชรหรืออัญมณีหายาก Pandora Shine (ทองเคลือบ) และ Pandora Rose (อัลลอยด์ผสมทองคำ) เพื่อให้ได้ลุคหรูหราในราคาที่เข้าถึงได้
แม้ว่า Pandora จะประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่แบรนด์ยังคงมุ่งหน้าขยายตลาดต่อไป ด้วยเป้าหมายที่จะเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ผ่านการออกแบบที่สวยงาม คุณภาพสูง และมีราคาสมเหตุสมผล

4. Pandora Store Experience
หากคุณเคยก้าวเข้าไปในร้าน Pandora สักครั้ง คุณจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างออกไปจากร้านเครื่องประดับทั่วไป ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่พิเศษและน่าประทับใจ ตั้งแต่สีสันที่อบอุ่นไปจนถึงบริการที่ใส่ใจทุกรายละเอียด
เมื่อเดินเข้ามา ลูกค้าทุกคนจะได้พบกับการออกแบบร้านที่สะอาดตาและหรูหรา โทนสีขาวและชมพูอ่อนช่วยสร้างความรู้สึกละมุนละไมและเป็นมิตร ทำให้การเลือกเครื่องประดับเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข ไม่ใช่แค่เพียงการช้อปปิ้ง แต่เป็นการสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง

สินค้าถูกจัดวางอย่างพิถีพิถันเป็นเซต เพื่อให้ลูกค้าเห็นไอเดียการมิกซ์แอนด์แมตช์ที่ลงตัว ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถทดลองสวมใส่เพื่อดูว่าเครื่องประดับแต่ละชิ้นเข้ากับสไตล์ของตนเองหรือไม่ เพราะ Pandora เชื่อว่าทุกคนควรมีเครื่องประดับที่สะท้อนตัวตนได้อย่างแท้จริง
สิ่งที่ทำให้ประสบการณ์นี้พิเศษยิ่งขึ้นคือบริการจากพนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี พวกเขาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ขายสินค้า แต่ยังช่วยแนะนำเครื่องประดับที่เข้ากับบุคลิกและโอกาสพิเศษของลูกค้าแต่ละคน เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่มากกว่าการซื้อ-ขาย แต่เป็นการช่วยให้ลูกค้าได้ค้นพบชิ้นที่ใช่สำหรับตัวเอง
5. Pandora x แบรนด์ระดับโลก
ในโลกของเครื่องประดับ การออกแบบที่โดดเด่นอาจเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ แต่สำหรับ Pandora แล้ว หนึ่งในกุญแจที่ทำให้แบรนด์ครองใจผู้คนทั่วโลกคือการร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลก ซึ่งช่วยให้ Pandora ขยายฐานลูกค้าและสร้างมูลค่าให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็น Disney, Marvel, Harry Potter หรือ Netflix ความร่วมมือเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มความหลากหลายให้กับคอลเลกชั่น แต่ยังทำให้ Pandora กลายเป็นแบรนด์ที่ผูกพันกับอารมณ์และความทรงจำของผู้คน


- Pandora x Disney เสน่ห์แห่งเทพนิยายที่ครองใจแฟนๆ
หากพูดถึงการจับมือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Pandora คงหนีไม่พ้น Pandora x Disney ที่นำตัวละครอันเป็นที่รักจากโลกดิสนีย์ เช่น Mickey Mouse, Cinderella และ Elsa มารังสรรค์เป็นเครื่องประดับสุดพิเศษ คอลเลกชั่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องประดับแฟชั่น แต่ยังเป็นตัวแทนของความฝันและความทรงจำในวัยเด็กที่ผู้คนอยากเก็บไว้ใกล้ตัว การร่วมมือนี้ช่วยให้ Pandora เข้าถึงกลุ่มแฟนดิสนีย์ที่หลงใหลในเรื่องราวและตัวละครที่พวกเขาเติบโตมาพร้อมกัน


- Pandora x Netflix จากหน้าจอสู่เครื่องประดับสุดไอคอนิก
Pandora ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่โลกแห่งเทพนิยาย แต่ยังสามารถสะท้อนความลึกลับและความตื่นเต้นของซีรีส์ดังอย่าง Stranger Things ของ Netflix ได้ คอลเลกชั่นนี้นำเอาไอคอนสำคัญจากซีรีส์ เช่น ไฟคริสต์มาสที่ใช้สื่อสารกับโลกกลับด้าน หรือจักรยานของไมค์มาสร้างเป็นชาร์มที่เป็นที่ต้องการของเหล่าแฟนซีรีส์ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า Pandora ไม่ได้ขายแค่เครื่องประดับ แต่ขายเรื่องราวที่มีความหมายต่อแฟนๆ


นอกจากคอลแล็บกับ Disney และ Netflix แล้ว Pandora ยังมีคอลเลกชั่นพิเศษที่จับมือกับ Marvel, Harry Potter และ UNICEF ซึ่งแต่ละคอลเลกชั่นมีเสน่ห์และเรื่องราวที่ดึงดูดลูกค้ากลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะนักสะสมที่ต้องการเครื่องประดับที่สะท้อนตัวตนและความชื่นชอบของพวกเขา
การจับมือกับแบรนด์ดังระดับโลกช่วยให้ Pandora ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เครื่องประดับอีกหนึ่งแบรนด์ แต่เป็นแบรนด์ที่สามารถสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง แฟนคลับไม่ได้เพียงแค่ซื้อชาร์มหรือสร้อยข้อมือ แต่พวกเขากำลังครอบครองเรื่องราวและความทรงจำที่มีความหมายสำหรับตัวเอง และนี่คือสิ่งที่ทำให้ Pandora แตกต่างและยังคงเป็นที่รักของผู้คนทั่วโลก
6. สร้าง Moment Concept ความทรงจำที่สวมใส่ได้
เครื่องประดับของ Pandora ไม่ใช่แค่เครื่องประดับทั่วไป แต่เป็นชิ้นส่วนของเรื่องราว เป็นเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำที่ผู้สวมใส่พกพาไปได้ทุกที่ นี่คือเสน่ห์ของชาร์มอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์—ทุกชิ้นมีความหมายในตัวเอง บางชิ้นอาจแทนความรักอันลึกซึ้ง บางชิ้นอาจเป็นตัวแทนของการเดินทางครั้งสำคัญ หรือเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ
Pandora เข้าใจถึงความสำคัญของอารมณ์ที่เชื่อมโยงกับเครื่องประดับ จึงพัฒนาแนวคิด moment concept ที่เปลี่ยนชาร์มให้เป็นมากกว่าเครื่องประดับแฟชั่น แต่เป็น ‘ไดอารี่แห่งความทรงจำ’ ในรูปแบบที่สวมใส่ได้ เช่น หัวใจสีแดงอาจบ่งบอกถึงความรักที่เบ่งบาน เครื่องบินเล็กสะท้อนถึงการเดินทางที่ไม่มีวันลืม หรือหมวกปริญญาเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จที่หมั่นเพียรไขว่คว้า นอกจากนี้ Pandora ยังออกแบบชาร์มตามเทศกาลสำคัญ เช่น ตรุษจีน คริสต์มาส หรือวันวาเลนไทน์ เพื่อให้ผู้คนสามารถบันทึกช่วงเวลาพิเศษเหล่านั้นผ่านเครื่องประดับได้


7. สะสมความทรงจำผ่านชาร์ม Pandora จากทุกประเทศ
สำหรับนักสะสมตัวจริง หากเดินเข้าไปในร้าน Pandora แต่ละประเทศ จะพบว่ามี Charm ดีไซน์พิเศษที่หาซื้อได้เฉพาะในประเทศนั้นๆ เท่านั้น เปรียบเสมือนของที่ระลึกสุดพิเศษที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก
ที่สิงคโปร์ คุณจะพบกับชาร์มรูปเมอร์ไลออน สัญลักษณ์ของเมืองแห่งสิงโต ที่ญี่ปุ่นมีชาร์มดอกซากุระที่สะท้อนถึงฤดูใบไม้ผลิอันงดงาม ส่วนไทยก็มีชาร์มรูปช้าง ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง สื่อถึงความโชคดีและความสำเร็จ หรือถ้าหากคุณไปเยือนอิตาลี คุณอาจพบชาร์มรูปโคลอสเซียม ฝรั่งเศสมีชาร์ม หอไอเฟล อันเป็นสัญลักษณ์ของความโรแมนติก และบางประเทศอาจมีชาร์ม ลิมิเต็ดที่ได้แรงบันดาลใจจากแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น วัดพระแก้วของไทย
นักเดินทางจำนวนมากเลือกสะสมชาร์มของ Pandora จากทุกประเทศที่เคยไปเยือน เปลี่ยนสร้อยข้อมือให้เป็น ‘บันทึกการเดินทาง’ ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ และเรื่องราวในแต่ละช่วงชีวิต ไม่ใช่แค่สวมใส่เพื่อความสวยงาม แต่เป็นเครื่องประดับที่มีความหมายทางจิตใจ


นอกจากนี้ Pandora ยังออกคอลเลกชั่นพิเศษที่มีจำหน่ายเฉพาะในบางประเทศหรือช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น ชาร์มเฉลิมฉลองวันชาติ ชาร์มเทศกาลตรุษจีน หรือรุ่นลิมิเต็ดในโอกาสพิเศษที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยเฉพาะ ทำให้แต่ละชิ้นมีคุณค่า ไม่ใช่แค่เพราะเป็นเครื่องประดับ แต่เพราะเป็นตัวแทนของความทรงจำ
8. Phoenix กลยุทธ์ปลุกปั้นแบรนด์สู่การเติบโตระดับโลก
ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันของธุรกิจเครื่องประดับ Pandora ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่งและพร้อมที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวของ Pandora เริ่มต้นจากการสร้างสรรค์สร้อยข้อมือและชาร์มที่สะท้อนช่วงเวลาอันมีค่าของลูกค้า ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สร้างคุณค่าและความผูกพันกับผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง
ในปี 2021 Pandora เปิดตัวกลยุทธ์ Phoenix เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไปอีกขั้น ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่
- Brand การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง โดยเน้นย้ำถึงความเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของลูกค้า และเป็นเครื่องประดับที่มีความหมายในทุกช่วงเวลาของชีวิต
- Design สร้างสรรค์เครื่องประดับที่มีดีไซน์หลากหลาย น่าสนใจ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม
- Personalization เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกและผสมผสานเครื่องประดับได้อย่างอิสระ เพื่อสร้างสรรค์เครื่องประดับที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
- Core Market การขยายตลาดหลักเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าหลักที่มีความสนใจในเครื่องประดับและมีความพร้อมที่จะซื้อสินค้า เช่น สหรัฐอเมริกาและจีน
ผลลัพธ์จากกลยุทธ์นี้ทำให้ Pandora เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2023 ยอดขายเพิ่มขึ้น 8% และมีรายได้กว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
9. Pandora Lab-Grown Diamonds นวัตกรรมเพชรแห่งอนาคตที่ยั่งยืน
หากพูดถึงเพชร เรามักนึกถึงอัญมณีสุดล้ำค่าที่เปล่งประกายงดงาม และเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา แต่ Pandora กำลังเปลี่ยนนิยามของเพชรไปอีกขั้น ด้วย Lab-Grown Diamonds หรือเพชรที่ปลูกในห้องปฏิบัติการ ซึ่งไม่เพียงแต่สวยงามเหมือนเพชรธรรมชาติ แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

การผลิตเพชรจากห้องแล็บของ Pandora ใช้เทคโนโลยี chemical vapor deposition (CVD) ซึ่งเลียนแบบกระบวนการเกิดขึ้นของเพชรธรรมชาติ แต่ทำได้ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ โดยใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ส่งผลให้ได้เพชรที่ไร้มลพิษ ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 95% เมื่อเทียบกับเพชรจากเหมือง นอกจากนี้ตัวเรือนของเครื่องประดับยังใช้เงินและทองรีไซเคิล 100% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายความยั่งยืนของ Pandora ที่มุ่งใช้โลหะรีไซเคิลทั้งหมดภายในปี 2025
ที่สำคัญ Lab-Grown Diamonds จาก Pandora ไม่เพียงแต่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีราคาที่จับต้องได้มากขึ้น โดยมีต้นทุนเพียง 1 ใน 3 ของเพชรจากเหมือง ทำให้ผู้บริโภคสามารถสวมใส่เพชรได้ในทุกๆ วัน ไม่ใช่แค่ในโอกาสพิเศษ
สุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดของ Pandora แบรนด์เครื่องประดับที่เติบโตจากร้านเล็ก ๆ ในเดนมาร์กจนโด่งดังไปทั่วโลก ความสำเร็จของแพนดอร่ามาจากการที่เครื่องประดับของแบรนด์สามารถเข้าถึงได้ง่ายและผู้สวมใส่สามารถเลือกเครื่องประดับที่สะท้อนถึงความเป็นตัวเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสร้อยข้อมือชาร์มที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของแบรนด์
กลยุทธ์ต่างๆ ที่ใช้ทำให้แพนดอร่าสามารถนำเสนอเครื่องประดับคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้ นอกจากนี้แพนดอร่ายังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยใช้ Lab-Grown Diamonds ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เครื่องประดับของแพนดอร่าไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราว ความหมาย และความรับผิดชอบต่อโลก
ข้อมูล
- pandoragroup.com/about/pandora-in-brief/the-pandora-story
- pandoragroup.com/about/pandora-in-brief/pandora-milestones
- pandoragroup.com/about/pandora-in-brief/strategy
- brandinside.asia/pandora-launch-lab-grown-diamond-collection
- us.pandora.net/en/charms-bracelets/charms/dangle-charms/paris-eiffel-tower-dangle-charm/791082.html?srsltid=AfmBOoqZ37RxNhECpZtZ0QMocwRpP0eEd_dZ833JHRVcW8BKEGALhjX_
- pandoragroup.com/products/jewellery-materials/pandora-lab-grown-diamonds
- bbc.com/news/business-56972562
- brandage.com/article/427
- thairath.co.th/money/business_marketing/executive_interviews/2810425
- longtunman.com/4892
- timetoast.com/timelines/pandora-c3348004-2ce4-4de4-bfa4-af44f9d26805
- wwd.com/accessories-news/jewelry/gallery/pandora-expands-manufacturing-in-thailand-1202666717/pandora-expands-manufacturing-in-thailand-8/?post_type=pmc-gallery&p=1202666717