นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Out of School Bag

การสืบทอด Legacy ของแบรนด์กระเป๋านักเรียน JACOB ให้มีความไอคอนิกและป๊อปนอกรั้วโรงเรียน

ถ้าพูดถึง JACOB ก็จะนึกถึงกระเป๋านักเรียนใบเก่งที่ถือไปโรงเรียนทุกวัน วันนี้โจทย์ของแบรนด์ในความทรงจำเปลี่ยนไปคืออยากเป็นมากกว่ากระเป๋านักเรียนและอยากมีความทรงจำนอกรั้วโรงเรียน
ที่กระเป๋าหนังใบโปรดโตไปตามเรา

หากย้อนประวัติกลับไปตั้งแต่เริ่มธุรกิจ ก่อนหน้าทำกระเป๋าหนัง คุณสุทิน เทพชาตรี ผู้ก่อตั้ง เริ่มจากทำกางเกงแพรและเนกไทจากไหมญี่ปุ่นขายมาก่อน จนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงได้เปลี่ยนมาทำกระเป๋า โดยสมัยยังหนุ่มในวัย 19-20 ปีได้เริ่มจากผลิตสินค้าที่วัดในตอนกลางคืนเพื่อหนีระเบิดยุคสงครามโลก ตอนกลางวันก็ขี่จักรยานเร่ขายของตามห้างสรรพสินค้าและขายกระเป๋าหนังนิ่มให้ญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ในช่วงเริ่มต้น ไปจนถึงแตกไลน์สินค้าทั้งเสื้อหนัง ถุงมือหนัง ร่ม หมวก รองเท้า เครื่องหนังต่างๆ ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม

ด้วยความที่เรียนโรงอัสสัมชัญซึ่งเป็นโรงเรียนคาทอลิกและรักในการเรียนมาก คุณสุทินจึงตั้งชื่อแบรนด์ตามชื่อนักบุญว่า JACOB ภายใต้ชื่อบริษัท ศรีภัณฑ์ยาค้อบ จำกัด โดยมีทายาทผู้สานต่อคือ รัศมีวรรณ ชลาวานิช กรรมการผู้จัดการ, จามรี เบลนี่เดวิสัน ผู้อำนวยการฝ่ายนำเข้าส่งออกและพัฒนาสินค้า, สุวรรณา เทพชาตรี ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต เป็นทายาทรุ่น 2 และทายาทรุ่น 3 คือ โนร่า ชลาวานิช และอนณ ชลาวานิช

ในโอกาสแบรนด์เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่คือ Yesterday’s Tomorrow เราจึงชวนรัศมีวรรณ โนร่า และอนณ ย้อนวันวานมานั่งคุยถึงวิวัฒนาการของกระเป๋าที่ร้านแรกของ JACOB ซึ่งในยุคก่อนเป็นร้าน open air โทนสีเขียวในบรรยากาศเหมือนห้างไนติงเกล  มีตู้ไม้ที่อนุรักษ์มาตั้งแต่ยุคแรกและปิดไปพักใหญ่ก่อนจะกลับมารีโนเวตและห่อหุ้มตึกทรงโบราณด้วยสีสันชวนหัวที่ต้องสะดุดตาเมื่อเดินผ่าน

คอลเลกชั่นล่าสุดครั้งนี้แบรนด์ JACOB ได้ชวน ศรัณย์ เย็นปัญญา ดีไซเนอร์ผู้ถนัดการออกแบบคอนเซปต์ความเป็นไทยในรูปใหม่มาออกแบบการเล่าเรื่องของกระเป๋าโดยมีโจทย์ร่วมกันว่าจะทำยังไงให้กระเป๋า JACOB มีภาพจำเหมือนเมื่อครั้งถือกระเป๋านักเรียน โดยยังอยากคงเอกลักษณ์ craftsmanship และ legacy ของแบรนด์ไว้ ก่อนจะชื่นชมคอลเลกชั่นปัจจุบัน เราขอพาไปย้อนดูคอลเลกชั่นดั้งเดิมของกระเป๋า JACOB ซึ่งจะทำให้เห็นที่มาของคอลเลกชั่น Yesterday’s Tomorrow ไปพร้อมๆ กัน  

The Timeless School Bag, Briefcase & Travel Bag

กระเป๋านักเรียนรุ่นแรกเป็นสีน้ำตาลที่มีความหนากว่ากระเป๋านักเรียน JACOB ในทุกวันนี้ เอกลักษณ์คือการใช้หนังควายที่มีลวดลาย มีความหนาและแข็งแรงทนทานสำหรับรองรับการขนหนังสือที่หนักอึ้งเพื่อมุ่งเรียนเป็นสำคัญ โดยเแบรนด์ปลี่ยนมาใช้หนังเรียบทำกระเป๋านักเรียนราวยุค ’80-90s หากสังเกตรายละเอียดของกระเป๋ารุ่นดั้งเดิมจะเห็นว่ารูปทรงของกุญแจสองดวงนั้นแตกต่างจากรุ่นใหม่

“ตั้งแต่สมัยเริ่มต้นก็ผลิตกระเป๋านักเรียนกับกระเป๋าเอกสารควบคู่กันไป เด็กนักเรียนสมัยก่อนจะใส่ยูนิฟอร์มเรียบร้อย ถือกระเป๋าไปโรงเรียน ทำให้กระเป๋าเป็นสีดำ หรือน้ำตาล สีอะไรก็ได้ที่เข้มๆ ความนิยมของกระเป๋าก็จะแบ่งไปตามระดับการศึกษา นักเรียนระดับอาชีวะจะใช้ทรงหนึ่ง มหาวิทยาลัยก็จะใช้อีกทรงหนึ่ง” รัศมีวรรณย้อนความหลังให้ฟัง

หากได้มาเยี่ยมเยียนท่ีร้าน JACOB ย่านเมืองเก่าจะได้ชมกระเป๋ารุ่นดั้งเดิมที่เก็บอย่างใหม่เอี่ยม นอกจากกระเป๋านักเรียนแล้วก็มีกระเป๋าเอกสารและกระเป๋าสตางค์จากหนังควายสีดำที่ประทับตราโลโก้ JACOB สีทองสุดคลาสสิก ทายาทรุ่นสองบอกกับเราว่าปัจจุบันหาหนังที่ใช้ทำกระเป๋ายุคแรกแบบนี้ได้น้อยลงแล้ว เพราะซัพพลายเออร์ของหนังควายในตลาดโลกมีน้อยลง

ทายาทรุ่น 2 ยังชี้ให้ดูทรงกระเป๋าอื่นๆ ที่โดดเด่นในยุคก่อนอย่างกระเป๋าเดินทางทรงสี่เหลี่ยมที่ในปัจจุบันวัยรุ่นอาจเรียกว่าเป็นกระเป๋าเดินทางทรงวินเทจ 

“พวกนี้เป็นกระเป๋า James Bond เป็นทรงที่พระเอก James Bond 007 หิ้ว ในอดีตเราผลิตเยอะมาก ส่งไปให้อังกฤษ ยุโรปเป็นตู้ๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ช่างที่ทำไม่อยู่แล้ว”

โนร่าบอกว่ากระบวนการทำกระเป๋าทรงนี้นั้นต้องใช้ฝีมือของช่างสองศาสตร์ผสานกัน

การทำกระเป๋า James Bond มันจะมีความยากตรงที่ว่าต้องมีทั้งช่างไม้และช่างหนัง เพราะว่าตัวกรอบของกระเป๋าทำมาจากไม้ หมายความว่าจะเข้าหนังเป็นรูปกระเป๋าได้ต้องมีคนทำโครงไม้ขึ้นมาก่อน”

ทั้งนี้หลายคนอาจไม่รู้ว่าความรุ่งเรืองของแบรนด์ JACOB นั้นไม่ได้ดังอยู่แค่ในไทยและไม่ได้ดังแค่กระเป๋านักเรียนมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มแล้วแถมยังส่งออกไปยังญี่ปุ่น ฮ่องกง อังกฤษ และประเทศในยุโรปอื่นๆ ด้วย สาเหตุที่ส่งออกไปได้หลายที่เพราะมีหมวดสินค้าหลากหลายตั้งแต่ กระเป๋า เข็มขัด ธนบัตร รองเท้า หมวก ถุงมือ และแม้กระเป๋ารุ่นประวัติศาสตร์ช่วงแรกๆ จะไม่ได้ผลิตอีกต่อไปแล้ว แต่ก็เป็นต้นแบบให้พัฒนากระเป๋ารุ่นหลังในเวลาต่อมา 

Nostalgic School Bag of 90s  

กระเป๋านักเรียนสีดำรุ่นบางน่าจะเป็นภาพที่คุ้นตาสำหรับใครหลายคนมากที่สุด จะเห็นได้ว่าแม้จะบางลงและเทรนด์การถือกระเป๋าของคนรุ่นใหม่จะเปลี่ยนไปแต่สิ่งที่เหมือนเดิมจากรุ่นแรกคือแพตเทิร์นและลายเส้นการเย็บที่เอียงไปข้างหนึ่ง ไม่ได้อยู่ตรงกลางเป๊ะ 

ทายาทรุ่น 3 อย่างโนร่าและอนณบอกว่าพวกเขายังเรียนรู้การทำกระเป๋ามากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวันเพราะมีความละเอียดอ่อนในการทำมาก “คอนเซปต์การทำกระเป๋ามันต่างจากเสื้อผ้าตรงที่ว่า พอขึ้นรูปกระเป๋าแล้วตัดแพตเทิร์นออกมา คุณจะเย็บเลยไม่ได้ต้องทากาวก่อน เพราะถ้าไม่ทากาวก่อนแล้วใส่เข้าจักรมันจะแยกออกจากกัน ชิ้นหนังจะไม่ติดด้วยกัน ถ้าเป็นเสื้อผ้าจะใช้หมุดตรึงไว้แต่หนังทำไม่ได้ มันจึงมีความละเอียดอ่อนของการผลิตที่อยากจะเรียนรู้เพิ่มเติม และคิดว่ามีอีกเยอะที่ต้องเรียนรู้” 

โนร่ายังบอกว่ากระเป๋านักเรียนบางๆ ยอดฮิตที่เห็นกันต้องผ่านขั้นตอนการฝานหนังให้บางเพื่อให้เย็บได้ง่าย มีเทคนิคเฉพาะในการใช้เครื่องฝานและปอกหนังให้บางลงโดยช่างฝีมือที่ถนัดด้านนี้โดยเฉพาะ แม้รูปลักษณ์และหนังที่ใช้จะเปลี่ยนไปแต่โนร่าบอกว่าความตั้งใจในการสืบทอดเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้นยังเหมือนเดิม

“Legacy ที่สืบทอดมาตลอดคิดว่าเป็นการที่เราคำนึงถึงคุณค่าและความซื่อสัตย์กับลูกค้า นั่นก็คือเราพยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า อย่างวัตถุดิบที่คุณแม่บอกว่ากระเป๋านักเรียนยุคแรกต้องเป็นหนังควายเพราะคงทน วิธีคิดนั้นก็ถูกส่งต่อมาตลอด

“ถึงตอนนี้เราจะเปลี่ยนมาทำกระเป๋าที่ไม่ใช่หนังร้อยเปอร์เซ็นต์ เหมือนแต่ก่อน เนื่องจากทุกอย่างเปลี่ยน คนอยากได้กระเป๋าหนังเทียมและกระเป๋าผ้า เราก็จะมีแตกไลน์ออกมาเป็นกระเป๋าสไตล์อื่นโดยคิดตลอดเวลาว่าจะทำยังไงให้สิ่งที่เราเลือกมาดีที่สุดสำหรับลูกค้าหรือมีฟังก์ชั่นดีที่สุด”

จากกระเป๋าสตางค์และกระเป๋าเดินทางรุ่นดั้งเดิมในยุคแรก JACOB จึงพัฒนารุ่นสินค้าทั้งกระเป๋าสตางค์รุ่นที่โมเดิร์นขึ้นและมีฟังก์ชั่นหลายแบบมากขึ้น กระเป๋า crossbody & shoulder bag สำหรับผู้ชายและ handbag สำหรับผู้หญิง

“เจนฯ 1 จะเป็นการเริ่มต้นธุรกิจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมา เจนฯ 2 เป็นการต่อยอดและขยายเข้าห้าง ส่วนเจนฯ 3 เราก็รู้ว่าพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน ก็คือความท้าทายที่กำลังเจอ คนเริ่มหันมาซื้อทางออนไลน์จึงต้องมี online experience เพิ่มเข้ามาด้วย” โนร่าเล่าถึงการปรับตัว

เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่เข้าไปดูสินค้าได้หลากหลายเป็นผลงานของทายาทรุ่น 3 อย่างโนร่าและอนณที่มีเรื่องราวหลังบ้านต้องจัดการมากมาย ทั้งการขาย โอเปอเรชั่น การจัดการข้อมูลหลังบ้าน การเพิ่มประสิทธิภาพผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งอนณที่เชี่ยวชาญด้านไอทีโดยเฉพาะได้เข้ามาช่วยดูแล โดยเรื่องราวหลังบ้านเหล่านี้เป็นข้อมูลสำหรับนำไปพัฒนาสินค้าและการขายให้ดีขึ้น ทั้งการหมุนสต็อก พฤติกรรมการซื้อ ความชื่นชอบของลูกค้าไปจนถึงออกแบบคอลเลกชั่นใหม่ 

Yesterday’s Tomorrow Collection 

หนึ่งในอินไซต์ที่โนร่าได้จากคนรอบตัวคือผู้คนยังคิดถึงกระเป๋านักเรียนในความทรงจำอยู่แต่ไม่มีตัวเลือกจาก JACOB ให้ใช้ โจทย์ตั้งต้นของทายาทรุ่น 3 คือการดีไซน์กระเป๋าที่คนรุ่นมิลเลนเนียล หรือเจนฯ Z สามารถกลับมาใช้กระเป๋าของแบรนด์ได้แม้จะไม่ได้ไปโรงเรียน

“ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว เริ่มจากเพื่อนอยากได้กระเป๋านักเรียนที่ย่อมาเป็นกระเป๋าจิ๋วที่สามารถพกพาไปได้นอกรั้วโรงเรียน เราก็เก็บโจทย์นี้ไว้ในใจและพยายามคิดมาตลอดว่าจะทำยังไงให้แบรนด์มี signature bag โดยที่เราลืมไปว่าเรามีกระเป๋านักเรียนอยู่แล้ว”  

อนณเสริมโนร่าว่าโจทย์ของแบรนด์ชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อชวนดีไซเนอร์มาคุยกัน “ในวันที่เราไปคุยกับคุณศรันย์ โจทย์ของคุณโนร่าคือแค่คิดว่าอยากดีไซน์กระเป๋าเฉยๆ อยากคอลแล็บกันออกมาเป็น Spring/Winter collection พอไปคุยกันแล้ว คุณศรัณย์อยากเล่าเรื่องและเอาดีเอ็นเอของกระเป๋านักเรียนมาใส่ในกระเป๋าทรงใหม่ ซึ่งก็ตอบโจทย์ของแบรนด์ที่ลืมไปแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน เราไม่ได้ให้โจทย์เขา แค่มีโจทย์ในใจ แต่พอไปคุยกันกลายเป็นว่าทั้ง 2 ฝ่ายตอบโจทย์ในใจของกันและกันโดยไม่รู้มาก่อน”

รัศมีวรรณโชว์กระเป๋าคอลเลกชั่นล่าสุดให้ดูพร้อมบอกว่า “รายละเอียดทุกอย่างของกระเป๋าเล่าเรื่อง ได้หมดเลย บอกได้ว่ากระเป๋ารุ่นนี้เขามีพ่อแม่นะ”

ไอเดียของศรันย์คือฉายไฟฉายย่อส่วนใส่กระเป๋านักเรียน กล่าวคือนำดีเอ็นเอของกระเป๋านักเรียนมาอยู่ในกระเป๋านอกรั้วโรงเรียน 11 ทรง โดยต่อยอดจากทรงกระเป๋ารุ่นปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว ออกมาเป็นกระเป๋า tote bag, handbag, wallet, Crossbody, messenger, slim bag

กระบวนการถ่ายทอดดีเอ็นเอของกระเป๋านักเรียนนั้นคือวิธีที่ศรัณย์เรียกว่า “รื้อ หั่น พลิก ย้าย สลับ ปะ” นำเอกลักษณ์ของ JACOB รุ่นดั้งเดิม เช่น ช่องพ็อกเก็ตที่ใส่ของที่เคยอยู่ข้างในกระเป๋านักเรียนย้ายมาอยู่ข้างนอกทั้งข้างหลังและข้างหน้าของกระเป๋าคอลเลกชั่นใหม่ รักษาสไตล์เส้นสายการต่อตะเข็บที่เอียงและไม่อยู่ตรงกลางเหมือนกระเป๋ารุ่นแรก เอาสายคาดที่เคยอยู่บนกระเป๋านักเรียนมาแปะบนกระเป๋าธนบัตร ปรับทรงของ tote bag ที่มีอยู่แล้วให้เฟี้ยวมากขึ้นโดยอิงโครงสร้างจากกระเป๋านักเรียนที่สุด 

สิ่งที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจนคือจากสีดำสุขุมของกระเป๋าถูกแปลงโฉมเป็นสีสันสดใส โดยทำทรงที่ล้อกับเสน่ห์ของกระเป๋านักเรียนที่ศรัณย์มองว่ามีสไตล์ความเป็นยูนิฟอร์มที่มีความญี่ปุ่นและอเมริกันผสมกัน ความพิเศษคือคอลเลกชั่นนี้ยังเป็นครั้งแรกที่แบรนด์เปิดให้ลูกค้าสามารถเลือก customize ได้ด้วยตัวเองทั้งประเภทและสีสันของหนังซึ่งนับเป็นความท้าทายใหม่เพราะศรัณย์มองว่า JACOB มีเสน่ห์อยู่แล้ว จึงไม่อยากออกแบบเองทั้งหมดแต่อยากให้เหล่าแฟนคลับแบรนด์ได้มีส่วนร่วมในการ customize กระเป๋าด้วยตัวเองจากหนังมากมายในโรงงาน JACOB ที่ศรัณย์ไปเจอแล้วรู้สึกว่ามีความพิเศษทั้งหนังนำเข้า หนังแฟนซี หนังเรียบ หนังขัดลาย หนังปั๊มลาย หนังอัดเม็ดที่มีสีให้เลือกเยอะ หนังรุ่นพิเศษต่างๆ

อนณเล่าถึงงานเบื้องหลังว่าสิ่งสำคัญที่ได้จากการทำแคมเปญนี้คือเก็บข้อมูลเพื่อกำหนดทิศทางแบรนด์ในอนาคตว่ารุ่นไหนในคอลเลกชั่นนี้ที่ขายดีและคนชื่นชอบมากที่สุด

“ฟีดแบ็กที่เราได้จากอินฟลูเอนเซอร์และลูกค้าที่วอล์กอินมานั้นจะเป็นคนละอย่าง อินฟลูเอนเซอร์จะชอบความท้าทายที่เขาได้ customize สนุกกับประสบการณ์ที่ได้คิด สร้างสรรค์ ดีไซน์เอง และแกะสินค้าผ่านกล่อง แต่ลูกค้าที่เดินเข้ามาบางคนจะบอกว่า เลือกไม่ถูกก็มี อยากซื้อแบบที่เห็นแล้วสวย ชอบเลย อย่างรุ่นที่เซอร์ไพรส์ว่าคนสนใจเยอะพอสมควรคือ tote bag”

ผลลัพธ์จากการจัดนิทรรศการครั้งนี้คือรัศมีวรรณรู้สึกได้ถึงความประทับใจในแบรนด์ที่มั่นคงของลูกค้า 

“หลังจากจัดนิทรรศการไป ทุกคนก็บอกยังจำได้และคิดถึงกระเป๋าในสมัยก่อนอยู่เลย ได้ความทรงจำเก่าๆ กลับมา ก็ทำให้รู้สึกว่ายังมีคนที่รักกระเป๋านักเรียน JACOB อยู่มาก เพราะชีวิตในรั้วโรงเรียนก็มีประสบการณ์ในวัยนั้นอยู่หลายปี ใช้กระเป๋าใบเดียวทุกวันแบบนี้” 

ส่วนสายไอทีอย่างอนณก็ประทับใจศาสตร์การทำงานฝีมือที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

“สำหรับผมสิ่งที่เซอร์ไพรส์ที่สุดแล้วก็สนุกด้วย คือขนาดที่ผมเองก็อยู่กับกระเป๋านักเรียนและกระเป๋าหนังมาทั้งชีวิต ผมเพิ่งมาได้เข้าใจรายละเอียดเรื่องการทำแพตเทิร์นต่างๆ ในปีที่แล้ว เป็นสิ่งที่ทำให้ผมชื่นชมงานฝีมือมากขึ้นเพราะเป็นสิ่งที่ผมซึ่งเรียนไอทีมาไม่ได้มีมาก่อน ทำให้ได้สัมผัสถึงขั้นตอนต่างๆ ที่ละเอียดมาก อย่างการทำให้มี 2 สีในใบเดียวนั้นก็ไม่ง่ายเลย ต้องมีชั้นเชิง” 

โนร่าสรุปเส้นทางการเรียนรู้ตั้งแต่ทำ JACOB มาว่าความท้าทายใหญ่ๆ ที่เธอเจอมาก็มีหลายแบบ แบบแรกคือเรียนรู้เรื่องการทำธุรกิจที่เจอปัญหาตลอด

“เคยคุยกับคุณแม่ว่าทำไมเวลาเราแก้ปัญหาเสร็จแล้ว ทำไมปัญหายังกลับมาเหมือนเดิม จริงๆ ควรแก้แล้วก็แก้ไปเลย คุณแม่ก็เลยบอกว่าการทำธุรกิจมันก็เป็นแบบนี้  มันก็เหมือนกับฝุ่นที่กลับมาแล้วเราก็ต้องปัดไป”

เป็นปัญหาที่วนกลับมาและต้องหมั่นแก้ ต้องหมั่นทำความสะอาดและปัดฝุ่นทิ้งไปให้แบรนด์ยังมีความสดใหม่อยู่เสมอ เหมือนการเปลี่ยนภาพจำของกระเป๋านักเรียนให้ป๊อปนอกรั้วโรงเรียนอย่างในคอลเลกชั่นนี้นั่นเอง     


ข้อมูลติดต่อ :
Facebook : https://www.facebook.com/sbjacobbag
Instagram : https://www.instagram.com/sb_jacob
Website : https://jacob.co.th

Writer

Craft Curator, Chief Dream Weaver, Lifestyle Columnist, Editor-in-Cheese, Design Researcher 'Instagram : @rata.montre'

Photographer

ช่างภาพที่สนุกกับการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลง และหลงรักในความทรงจำ Ig : mocfirst

You Might Also Like