Green Cafe Hopping
ฮอป 5 คาเฟ่ต้นแบบที่เปลี่ยนแนวคิดรักษ์โลกให้กลายเป็นกลยุทธ์ธุรกิจ
หากย้อนกลับไปไม่กี่ปีที่ผ่านมา คาเฟ่ที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดรักษ์โลกอาจเป็นเรื่องไกลตัวและเข้าถึงได้ยาก หลายแห่งทำได้เพียงใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือรณรงค์ให้ลูกค้านำแก้วมาเองเพื่อลดขยะพลาสติก ซึ่งถึงแม้จะเป็นก้าวแรกที่ดี แต่แนวคิดนี้ยังคงจำกัดอยู่เพียงไม่กี่ร้าน และยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร
ปัจจุบันธุรกิจคาเฟ่ได้ยกระดับแนวคิดรักษ์โลกไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่การลดขยะหรือใช้วัสดุรีไซเคิลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการออกแบบร้านเพื่อลดคาร์บอนฟุตปรินต์ การเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเพื่อลดการขนส่งระยะไกล การสร้างคอมมิวนิตี้และแบรนดิ้งที่ส่งเสริมไลฟ์สไตล์รักษ์โลก ไปจนถึงการนำของเหลือใช้มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังกลายเป็นจุดขายที่แข็งแกร่งของธุรกิจ
ในยุคที่กระแสคาเฟ่ฮอปปิ้งได้รับความนิยม ลองเปลี่ยนมาสัมผัสประสบการณ์ Green Café Hopping กับ 5 คาเฟ่ต้นแบบที่ไม่ได้มองความยั่งยืนเป็นเพียงเทรนด์ แต่ปรับใช้เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง คาเฟ่เหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความรักษ์โลกสามารถอยู่ร่วมกับความสุนทรีได้อย่างลงตัว และอาจเป็นแรงบันดาลใจให้ธุรกิจอื่นๆ เดินตามเส้นทางนี้ต่อไป

1. Et 1.5
Climate Restaurant ที่นำเสนอเมนูบรันช์ช่วยลดโลกร้อน
Climate Restaurant เป็นเทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเริ่มเป็นที่นิยมในธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะในต่างประเทศ แม้ในไทยอาจยังไม่แพร่หลายมากนัก แต่หนึ่งในผู้บุกเบิกแนวคิดนี้คือ Et 1.5 ร้านบรันช์ย่านลาดพร้าว 15 ที่ตั้งชื่อจากแนวคิดสำคัญที่ว่า หากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสจะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงจนยากเกินจะแก้ไข
หลักการของ Climate Restaurant นั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือการนำเสนอเมนูอาหารที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนผ่านวิธีต่างๆ เช่น การใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเพื่อลดคาร์บอนฟุตปรินต์จากการขนส่งระยะไกล แนวคิด Zero Waste ที่คำนึงถึงการลดขยะจากการประกอบอาหาร การใช้โปรตีนทางเลือกและวัตถุดิบวีแกนแทนเนื้อสัตว์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
แม้จะเน้นเรื่องความยั่งยืน แต่เมนูของ Et 1.5 กลับเต็มไปด้วยรสชาติที่น่าลิ้มลอง เช่น Turkish Egg from House Hens เมนูที่ใช้ไข่จากไก่ที่เลี้ยงเอง เสิร์ฟพร้อมสาหร่ายลาว ชีส และโยเกิร์ตโฮมเมด หรือเมนูที่เลือกใช้ปลาท้องถิ่นและขนมปังส่วนที่ร้านอื่นอาจมองข้าม ทุกจานไม่เพียงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังอร่อยจนต้องอยากกลับมาซ้ำ
Greenspirations : ไม่จำเป็นต้องเป็นคาเฟ่หรือร้านอาหารคอนเซปต์ Climate Restaurant แบบเต็มตัวก็สามารถผสานแนวคิดเมนูช่วยลดโลกร้อนเหล่านี้ให้เป็นส่วนหนึ่งในเมนูของร้านได้ หรือแม้แต่การคำนึงถึงการเลือกใช้วัตถุดิบด้วยวิธีง่ายๆ และสะดวกแบบ Et 1.5 แค่นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดโลกร้อนได้แล้ว

2. earlybkk
คาเฟ่ eco-design ที่ตกแต่งร้านด้วยขวดแก้วและกล่องนมใช้แล้ว
‘ลด ก่อน เริ่ม’ คือแนวคิดของ earlybkk คาเฟ่ในหมู่บ้านสัมมากร ถนนรามคำแหง ซึ่งโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เน้นวัสดุรีไซเคิลและการ upcycling ตั้งแต่ Facade ที่ทำจากขวดเบียร์และขวดแก้วใช้แล้ว ซึ่งเล่นกับแสงและเงาได้อย่างน่าสนใจ ไปจนถึงเคาน์เตอร์ terrazzo ที่ผสมเศษขวดแก้วเหลือใช้เข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ ผนัง ฝ้าเพดาน บานประตู รวมถึงโต๊ะและเก้าอี้ยังถูกสร้างขึ้นจากวัสดุทางเลือกที่ผลิตจากเศษกล่องนมอีกด้วย
ล่าสุดคาเฟ่ได้ขยายสาขาที่สองในชื่อ early yuyen ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ My Paws Backyard ซอยอยู่เย็น โดยยังคงยึดแนวคิด ‘ลด ก่อน เริ่ม’ เช่นเดียวกับสาขาแรก ผ่านการนำของเก่ามาตกแต่งร้าน พร้อมรักษาซิกเนเจอร์ดีไซน์อย่างผนังและฝ้าจากกล่องนม รวมถึงการนำเศษกระเบื้องจากพื้นเดิมกลับมาใช้ใหม่อย่างสร้างสรรค์
ทุกรายละเอียดภายในร้านยังได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ทั้งการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และการลดการใช้พลาสติก ไม่ว่าจะเป็นหลอดหรือแก้ว นอกจากนี้เมนูของร้านยังถูกออกแบบเพื่อลด food waste เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยลดขยะไปด้วยกัน
Greenspirations : ในยุคที่ Instagrammable cafés กลายเป็นจุดหมายของสายคาเฟ่ การใช้ขยะและวัสดุเหลือใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบร้าน ไม่เพียงสร้างความแตกต่าง แต่ยังสะท้อนแบรนดิ้งด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมไปสู่ลูกค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

3. IG Cafe
คาเฟ่คอนเซปต์กรีนที่รักทั้งสิ่งแวดล้อมและงานศิลปะ
IG Cafe เป็นคาเฟ่น้องใหม่ย่านหัวลำโพงที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน แต่สร้างความโดดเด่นด้วยคอนเซปต์รักษ์โลกอย่างชัดเจน ด้วยสโลแกน Crafting a Greener Tomorrow ที่ตั้งใจแนะนำตัวในฐานะคาเฟ่สีเขียวที่จริงจังเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ก็ยังคงความเท่และมีสไตล์ในแบบของตัวเอง
ทุกองค์ประกอบภายในร้านสะท้อนถึงความใส่ใจต่อโลก ตั้งแต่เครื่องดื่มที่เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ข้าวก่ำน้อยลาเต้ และชาน่านจากสิงห์ปาร์ค ไปจนถึงภาชนะที่ทำจากเยื่อพืชธรรมชาติ 100% ซึ่งรีไซเคิลและย่อยสลายได้ ที่ร้านยังมีจุดแยกขยะเพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ พร้อมบริการเติมน้ำฟรีสำหรับนักวิ่งและนักปั่นจักรยานที่แวะเวียนผ่านไปมา
ในช่วงเปิดตัว คาเฟ่เพิ่มความน่าสนใจด้วยการเชิญศิลปินชื่อดังมาจัดแสดงผลงานภายในร้าน เช่น ผลงานคำคม ‘โลกสีเขียวน่าอยู่จัง’ จาก เตยยี่–ประภัสสร กาญจนสูตร และอาร์ตทอย Mookman จาก เชาว์ คณาวุฒิกานต์ นอกจากนี้ยังมี Green Collection ไอเทมรักษ์โลกจาก IG Café ที่ออกแบบมาอย่างมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นหมวก กระเป๋าผ้า หรือแก้วน้ำ ให้ลูกค้าได้เลือกช้อปติดไม้ติดมือกลับไป
Greenspirations : การสร้างแบรนดิ้งในธีมคาเฟ่สีเขียวผ่านศิลปะและดีไซน์ ไม่เพียงช่วยสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมให้น่าสนใจและจับต้องได้ แต่ยังทำให้แนวคิดรักษ์โลกกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับทุกคน พร้อมทั้งวางตำแหน่งให้คาเฟ่แห่งนี้เป็นพื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่ายสำหรับคนหมู่มาก

4. Better Moon Cafe
คาเฟ่ที่บุกเบิกเทรนด์รักษ์โลกในไทยเป็นเจ้าแรกๆ
หากพูดถึงคาเฟ่รักษ์โลกยุคแรกๆ ในไทย Better Moon Guesthouse & Café คงเป็นชื่อที่หลายคนนึกถึง คาเฟ่แห่งนี้นิยามตัวเองว่า Low key time in Onnut neighborhood with good latte และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแนวคิด eco-friendly café ที่ช่วยจุดกระแสลดขยะและส่งเสริมการเลือกซื้อสินค้ารักษ์โลกให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์
หนึ่งในไอเดียที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการสิ่งแวดล้อมคือ Refill Station หรือร้านค้าแบบเติม (bulk store) ซึ่งเป็นเจ้าแรกๆ ในไทยที่เปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถนำภาชนะมาเติมแชมพู สบู่เหลว น้ำยาซักผ้า และน้ำยาล้างจานเพื่อลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก แม้ในปัจจุบัน Better Moon Café จะย้ายโซน Refill Station ออกไปแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นคาเฟ่ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันกระแสรักษ์โลกให้เป็นที่ยอมรับในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ภายในร้านยังมีสินค้ารักษ์โลกให้เลือกซื้อ เช่น หลอดซิลิโคน หลอดสเตนเลส แปรงสีฟันไม้ไผ่ สบู่ออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ด้วยความที่คาเฟ่ตั้งอยู่คู่กับเกสต์เฮาส์ จึงเป็นอีกช่องทางที่ช่วยรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
Greenspirations : การสร้างคอมมิวนิตี้คนรักสิ่งแวดล้อมผ่านไอเดียริเริ่มใหม่ๆ อย่าง Refill Station และการนำสินค้ารักษ์โลกมาจำหน่าย ไม่เพียงช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีแนวคิดเดียวกัน แต่ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันกระแสรักษ์โลกให้เกิดขึ้นได้จริงในสังคม

5. HARVKIND coffee
ร้านกาแฟในโชว์รูมของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์รักษ์โลก
HARV เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าผ่านการออกแบบที่ช่วยลดเศษไม้ให้เหลือน้อยที่สุด และนำเศษไม้ที่เหลือไปสร้างสรรค์เป็นงานดีไซน์ใหม่ จุดเด่นของ HARV ไม่ได้อยู่แค่เฟอร์นิเจอร์ แต่ยังรวมถึงการสร้าง multipurpose space ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งแฟล็กชิปสโตร์ โชว์รูม และคาเฟ่ในพื้นที่เดียวกัน
แน่นอนว่าคาเฟ่ของ HARV ตกแต่งอย่างมีสไตล์ในแบบที่คนรักงานดีไซน์ต้องหลงใหล นอกจากจะเดินชมเฟอร์นิเจอร์ของแบรนด์ได้แล้ว ภายในร้านยังสะท้อนแนวคิดรักษ์โลกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ที่ทำจากกระเบื้องพลาสติกรีไซเคิลของแบรนด์ Qualy, โซน Refill Station หรือระบบแยกขยะที่ดำเนินการอย่างจริงจัง
ลูกค้าสามารถนั่งจิบกาแฟ เพลิดเพลินกับขนมคลีนเพื่อสุขภาพ พร้อมเลือกซื้อสินค้ารักษ์โลกในโซน selected shop หรือมานั่งใช้เวลาทำงานแบบชิลๆ แถมที่นี่ยัง pet-friendly สามารถพาสัตว์เลี้ยงมาด้วยได้ ถือเป็นตัวอย่างของคาเฟ่ที่สามารถเชื่อมโยงแบรนด์เฟอร์นิเจอร์เข้ากับแนวคิด circular economy ได้อย่างลงตัว
Greenspirations : แบรนด์ที่จำหน่ายสินค้ารักษ์โลกสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้ลูกค้าได้ ด้วยการออกแบบพื้นที่หรือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสและใช้งานผลิตภัณฑ์จริง พร้อมซึมซับแนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อมไปในตัว ซึ่งคาเฟ่เป็นตัวอย่างหนึ่งของการนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ