นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Slide to Unlock

FeelFin แบรนด์ที่เปลี่ยนยาหม่องให้ทันสมัยด้วยแพ็กเกจจิ้งแบบสไลด์และกลิ่นเหมือนไปสปา

สำหรับเมืองร้อน(มาก)อย่างประเทศไทย ถ้าจะมีโปรดักต์สักอย่างที่ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย สิ่งนั้นน่าจะเป็นยาหม่อง ยาดม

แต่ทั้งๆ ที่ลูกค้ามีมากมายหลายกลุ่ม ทำไมยาหม่องในท้องตลาดถึงมักจะตอบโจทย์คนกลุ่มเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อผลิตภัณฑ์กลิ่นสมุนไพรสุดคลาสสิกหรือแพ็กเกจจิ้งขวดแก้วหนาหนักที่เราใช้กันจนชิน

ยาหม่องเลิฟเวอร์อย่าง มะปราง–ศศธร กาญจนมงคล ถามตัวเองด้วยคำถามในย่อหน้าด้านบน ก่อนจะได้คำตอบว่าถ้ายาหม่องที่มีในตลาดยังไม่ถูกใจเธอก็จะลองทำเอง กลายเป็นที่มาของ FeelFin แบรนด์แรกในไทยที่บรรจุยาหม่องลงในตลับแบบสไลด์ และมีกลิ่นอโรม่าหลากหลายตั้งแต่กลิ่นไทยๆ อย่างไพลไปจนถึงกลิ่นดอกไม้เมืองหนาวแบบกุหลาบและลาเวนเดอร์

จากคำถามเล็กๆ ตอนตั้งต้น วันนี้ยาหม่องแบบสไลด์ของ FeelFin วางขายทั้งทางออนไลน์และร้านค้าทั่วประเทศ มีลูกค้าประจำเหนียวแน่นถึงขั้นขอเป็นตัวแทนจำหน่าย และขายดิบขายดีทั้งในหมู่ลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติแม้ว่าจะมียาหม่องครองตลาดอยู่แล้วหลายแบรนด์

การปรับวิธีคิดโดยเฉพาะเรื่องแพ็กเกจจิ้งทำให้แบรนด์ยาหม่องเจ้าใหม่มีพื้นที่ในตลาดที่มีผู้เล่นมาก่อนเป็นร้อยปีได้ยังไง

สไลด์หน้าจอลงด้านล่างเพื่ออันล็อกคำตอบจากมะปรางได้เลย

Product (& Packaging)
สินค้าแปลกใหม่และแพ็กเกจจิ้งใหม่ยิ่งกว่า

“เราชอบใช้ยาหม่อง ยาดม หรือบาล์มต่างๆ อยู่แล้ว แต่แบรนด์ที่มีขายในท้องตลาดก็ยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ พอดีแม่ของแฟนเขามีสูตรยาหม่องอยู่ เราลองใช้แล้วก็ชอบมากเพราะกลิ่นมันอโรม่า เป็นกลิ่นดอกไม้ ไม่ใส่น้ำมันระกำหรือน้ำมันมวยที่บางคนไม่ชอบ เราเองใช้ยาหม่องมาก็ยังไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้เลยคิดว่ามันไปต่อได้ แต่เรารู้สึกว่ากลิ่นมันขัดกับกระปุกมาก (หัวเราะ) คือกลิ่นมันอโรม่า ดูเรียบหรู แต่กระปุกเป็นกระปุกหมุนๆ ทั่วไปเราก็คิดว่าถ้าเปลี่ยนมันจะโอเคมาก” มะปรางเล่า

เมื่อสูตรผลิตภัณฑ์ที่มีถูกใจจนแทบไม่ต้องปรับปรุงเพิ่ม เธอก็เริ่มตามหาแพ็กเกจจิ้งที่ใช่จนได้มาเจอกล่องแบบสไลด์ที่มักใช้บรรจุลูกอม น้ำหอมชนิดแห้ง หรือลิปบาล์ม

“แค่เห็นกล่องแบบสไลด์ก็คิดว่าใช่เลย เราเห็นภาพว่าถ้าออกแบบแพ็กเกจจิ้งให้ดีมันต้องไปได้ดีแน่ๆ เพราะทาร์เก็ตของเราคือคนรุ่นใหม่ จะใช้อะไรก็ต้องขอให้ดีไซน์ดีนิดนึง วางแล้วมันต้องสวย ต้องให้คนทักหน่อย (หัวเราะ) ตอนเอาไปให้เพื่อนๆ ลองใช้ฟีดแบ็กคือ ‘อะไรอะ สวยมาก’ ถ้ายังไม่ได้บอกว่าเป็นยาหม่องเขาจะคิดว่าเป็นลิปมัน ลูกค้าหลายคนก็บอกว่าวางไว้ที่โต๊ะแล้วเพื่อนเอาไปทาปาก แต่ว่ามันไม่ได้อันตรายอะไรนะแค่จะรู้สึกเย็นๆ (หัวเราะ)

“อีกเรื่องคือมันสร้างความแตกต่าง ตลาดยาหม่องมีหลายแบรนด์ที่ครองตลาดไปแล้วจะทำยังไงให้แบรนด์ของเราสู้ได้ก็ต้องเป็นเรื่องของแพ็กเกจจิ้ง ยิ่งตอนแรกเราขายแค่ออนไลน์ก็ยิ่งสำคัญเพราะลูกค้าลองดมกลิ่นไม่ได้ สิ่งที่จะทำให้เขาตัดสินใจซื้อคือหน้าตา ยาหม่องทั่วไปมีเยอะแยะมาก แพ็กเกจแบบกระปุกที่ดีไซน์สวยๆ ก็มีเยอะมากเหมือนกัน เราต้องฉีกไปเลย หาจุดที่สะดุดตาคน พอเขาซื้อไปลองแล้วชอบ คนอื่นเห็นเขาใช้แล้วอยากใช้บ้าง คราวนี้เราก็เริ่มขายได้เรื่อยๆ”

นอกจากเห็นแล้วรู้ว่าสวยแตกต่าง ประสบการณ์ตอนใช้งานก็ถูกดีไซน์อย่างตั้งใจ อย่างแถบสีที่อยู่บนฝานั้นเป็นตำแหน่งวางนิ้วสำหรับสไลด์ ถ้าไม่วางนิ้วในตำแหน่งนี้จะเปิดค่อนข้างยากเพื่อป้องกันฝาเลื่อนหลุดแบบไม่ได้ตั้งใจ หรือแทนที่จะใช้ label สติ๊กเกอร์มะปรางก็เลือกใช้เทคนิคสกรีนเพื่อความทนทาน

แต่แล้วระหว่างทดลองบรรจุยาหม่องในกล่องสไลด์ปัญหาก็เกิดขึ้น

“ยาหม่องละลาย” มะปรางเล่าขำๆ

“ยาหม่องดั้งเดิมของเราเป็นสูตรร้อนพอเอามาใส่ตลับมันจึงละลายง่ายมาก เราเลยปรึกษาเภสัชกรที่เขาให้สูตรแม่แฟนมาและพัฒนาเป็นสูตรเย็นซึ่งละลายยากกว่า กลายเป็นว่าเวิร์กมากเพราะพอทาที่ผิวแล้วมันเย็นๆ ผ่อนคลาย ตอบโจทย์เมืองร้อน”

ถ้าจะทำให้แตกต่างก็ต้องทำให้สุด เริ่มแรก FeelFin จึงมี 3 แค่กลิ่นเท่านั้นคือกุหลาบ ลาเวนเดอร์ และเสลดพังพอนซึ่งไม่ใช่กลิ่นที่พบได้ในยาหม่องทั่วไป แต่ยังเก็บคุณสมบัติของยาหม่องเอาไว้ครบถ้วน ทั้งใช้ทาแผลแมลงสัตว์กัดต่อยได้ และใช้ดม ใช้ทาคลายเครียดได้เหมือนกัน

“3 กลิ่นนี้แตกต่างจากกลิ่นยาหม่องทั่วไปแล้วก็แตกต่างกันเองด้วย กุหลาบออกแนวสดชื่น เสลดพังพอนออกแนวอโรม่าแบบไทยๆ ส่วนลาเวนเดอร์หอมหวาน เรารู้สึกว่า 3 กลิ่นนี้มันตอบโจทย์ทุกคนแน่นอน ทั้งผู้หญิงและผู้ชายใช้ได้หมด

“ตอนแรกเรามีแค่ 3 กลิ่นแล้วค่อยทำเพิ่มอีก 3 คือลิลลี่ ไพล และเปปเปอร์มินต์เพราะลูกค้าเรียกร้อง จริงๆ ตอนแรกไม่ได้สนใจอยากทำกลิ่นไพลกับเปปเปอร์มินต์เลยเพราะในท้องตลาดมีเยอะมาก แต่ว่าลูกค้าเรียกร้องกลิ่นเปปเปอร์มินต์หนักมาก ส่วนไพลคือกลิ่นแบบยาหม่องกระปุกแต่เราทำให้มันอโรม่ามากขึ้น คิดว่าจะได้ตอบโจทย์ผู้ใหญ่ด้วยแล้วมันก็ตอบโจทย์จริงๆ

“ตอนแรกเราตั้งทาร์เก็ตไว้เป็นวัยรุ่น วัยทำงานอายุประมาณ 25 ปีแต่พอทำจริงมันตอบโจทย์มากกว่านั้นอีก อย่างเราไปวางขายที่ร้านมัลติแบรนด์ใกล้ๆ โรงเรียน เด็กๆ ซื้อกันเยอะมาก แล้วก็ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใหญ่ด้วยเพราะลูกหลานซื้อแบบบอกซ์เซตไปให้เป็นของขวัญ พอใช้แล้วผู้ใหญ่หลายคนก็ชอบเพราะแพ็กเกจมันเปิดง่าย บางทีผู้สูงอายุเขาไม่มีแรงหมุนแต่กับของเราเขาสไลด์ด้วยมือเดียวได้เลย”

Price
แพ็กเกจเรียบหรูที่เข้าถึงได้

ความตั้งใจของมะปรางคือการทำยาหม่องที่ดูมินิมอล เรียบหรู หยิบขึ้นมาใช้ในสถานการณ์ไหนก็ไม่เขิน แต่ในความเรียบหรู เธอตั้งมั่นว่ามันจะต้องเข้าถึงได้ง่ายด้วย หนึ่งตลับจึงมีราคาอยู่ที่ 89 บาท

“ยาหม่องของเราตลับละ 89 บาท มันเริ่มจากเราอยากตั้งราคาไม่เกินร้อยเพื่อให้ซื้อได้ง่ายๆ 89 บาทมันกำลังดีและดึงดูดลูกค้าที่อยากซื้อจำนวนเยอะๆ ได้ด้วย เขาจะลองทักมาถามว่ามีราคาส่งไหมแต่ถ้าของราคาเกินร้อย เช่น 120 บาทคนจะไม่ทักมาถามแล้วเพราะถึงได้ราคาส่งมันก็ยังแพง เราเลยได้กลุ่มลูกค้าใหม่เป็นกลุ่มของชำร่วยงานแต่งงาน ออร์เดอร์ทีนึง 300 ชิ้น 600 ชิ้น

“จริงๆ กลุ่มของชำร่วยเป็นกลุ่มที่เราอยากขายตั้งแต่แรกแต่เราไม่มั่นใจขนาดนั้นเพราะรู้สึกว่าของราคา 89 บาท ต่อให้ขายราคาส่งก็ยังแพงเพราะต้นทุนเราสูง เทียบกับของชำร่วยบางอย่างที่ชิ้นละ 30-40 บาท แต่เราพบว่าลูกค้ากลุ่มที่มาซื้อของเราคือกลุ่มที่เขาค่อนข้างลงทุนกับงานแต่งงานซึ่งฟีดแบ็กจากลูกค้ากลุ่มนี้ก็ดีมาก มีหลายคนที่มาสั่งเพิ่มเพราะเขาสั่งไปรอบแรกแล้วไม่พอจำนวนแขก คนนี้ก็อยากได้ คนนั้นก็อยากได้ หรือแขกในงานหลายๆ คนก็กลับมาซื้อเพิ่ม”

แต่นอกจากลูกค้า (หรือคนที่ได้รับของชำร่วย) จะกลับมาซื้อเพิ่มแล้ว หลายคนยังกลับมาในฐานะที่เจ้าของแบรนด์ก็คาดไม่ถึง

“ลูกค้าของเรามาถามว่ารับตัวแทนไหมคะ” มะปรางเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

“บางคนเห็นแบรนด์ของเราจากใน TikTok ก็สนใจ มาถามก็มี พอมาถามเยอะๆ เข้า เป็นร้อยคนเลย ก็คงต้องรับแล้วล่ะ เราเลยทำระบบตัวแทนขึ้นมา ขายราคาส่งที่ 79 บาทมีขั้นต่ำ 20 ชิ้น มันดูได้กำไรน้อยนะแค่ 10 บาทเอง แต่มันเป็นของที่ขายง่าย บางคนบอกว่าเขาลงสตอรีอินสตาแกรมของตัวเองก็มีคนทักมาถาม มาซื้อ และส่วนใหญ่ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่กลิ่นเดียว แต่ซื้อทีละ 3-6 กลิ่น อีกอย่างพอกำไรไม่มากนักก็กลายเป็นข้อดีคือตัวแทนไม่มีการตัดราคากันเลย”

Place
ตัวตนคือร้านค้าที่ไม่มีวันปิด

หน้าร้านที่ FeelFin วางขายตอนนี้มีอยู่ 3 แบบ หนึ่ง–ร้านค้าออนไลน์ สอง–ร้านค้าออนกราวนด์ และสาม–ร้านค้าของตัวแทน

เช่นเดียวกับแบรนด์เปิดใหม่อีกหลายเจ้า FeelFin เริ่มจากการขายออนไลน์เป็นที่แรก แต่กลับขายไม่ดีเอาซะเลยจนมะปรางต้องหาทางแก้เกม

ไม่ใช่การยิงโฆษณาหาลูกค้าใหม่ ไม่ใช่การใช้อินฟลูเอนเซอร์ แต่เป็นการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าที่สั่งซื้อของไปแล้วนี่แหละ

“เรามั่นใจมากว่าสินค้าของเราดี ทั้งแพ็กเกจทั้งคุณภาพของสินค้า แต่มันก็ขายไม่ดีเท่าไหร่ อันดับแรกเราเลยคิดถึงลูกค้าที่มีอยู่ในมือ คนที่เขาสั่งของกับเรา ใช้ของเราจริงๆ เราเลยแพ็กของใส่กล่องสวยๆ ใส่การ์ดขอบคุณลูกค้าและการ์ดสอนวิธีใช้โปรดักต์ ลูกค้าเปิดมาเขาก็แฮปปี้เหมือนได้ของขวัญ แล้วเขาก็จะช่วยบอกต่อเอง เอาแค่เขาถ่ายลงสตอรีว่ามันสวยก็เหมือนได้ทำการตลาดไปในตัว

“ส่วนร้านค้าออนกราวนด์ก็มีผลทำให้ขายดีขึ้นเยอะมากๆ ลูกค้าหลายๆ คนเห็นเราทางออนไลน์ยังถามเลยว่ามีวางที่ไหนบ้างคะเพราะอยากจะไปลองดม ช่วงที่เรายังขายออนไลน์ไม่ดีเราเลยเน้นร้านค้าเหล่านี้เป็นหลัก ยอดขายพุ่งเลย

“แต่ว่าพอเจอโควิดปุ๊บ หลายร้านต้องปิด ห้างก็ปิด บางร้านปิดกิจการ โอ้โห ยอดขายเราหายหมด”

ในช่วงล็อกดาวน์ที่หลายคนฮิตเต้น TikTok แก้เบื่อ มะปรางใช้ช่วงเวลาเดียวกันปั้นแบรนด์ FeelFin ให้เป็นดาว TikTok จนขายดีที่สุดตั้งแต่เปิดแบรนด์มา

“ช่วงนั้นไม่มีอะไรทำ เราก็ทำคลิป TikTok ไปเรื่อยๆ เน้นเป็นแนว valued content หรือคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ ไม่ได้เน้นขายของเลย เช่น เป็นคอนเทนต์เกี่ยวกับเคล็ดลับในการถ่ายรูปด้วยตัวเองหรือเคล็ดลับทำภาพดุ๊กดิ๊กแต่ว่าใช้สินค้าของเราเป็นตัวอย่างในการถ่าย คนเห็นแล้วก็ เอ๊ะ มันคืออะไร แรกๆ ก็ยังไม่ปังจนมีคลิปนึงที่เราพับกล่องบอกซ์เซตแล้วถูกดันให้เป็นคลิปแนะนำคนเลยรู้จักแบรนด์เยอะขึ้นมากๆ พอเขาเข้ามาดูในช่อง เห็นว่าเราทำคอนเทนต์มีประโยชน์เขาก็กดติดตามเอาไว้

“สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือคนใน TikTok จะชอบคอนเทนต์แนวที่ไม่ได้เครียดมาก ไม่ขายของจนเกินไป หรือชอบความรู้ใหม่ๆ ง่ายๆ หลังๆ เราก็เริ่มทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ ทำร้านค้าออนไลน์เพราะเราเชื่อว่าทุกวันนี้หลายคนอยากเป็นเจ้านายตัวเอง ไม่อยากทำงานประจำ เราก็เอาประสบการณ์ของเรานี่แหละมาเล่าว่าเราเคยทำงานประจำมาก่อนแล้วเราสร้างแบรนด์ยังไง เน้นสร้างตัวตนของเราและแบรนด์ ลูกค้าก็เริ่มรู้จักแบรนด์ รู้จักมะปราง มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรามีระบบตัวแทนและยอดขายพุ่งมาถึงตอนนี้

“เราไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ มีงบมาร์เก็ตติ้งเยอะๆ เราเลยคิดว่าการสร้างตัวตนคือสิ่งที่สำคัญมาก พอเขารู้จักเราไม่ว่าเราจะมีช่องทางอะไรบ้างเขาก็จะติดตามไป เขารู้จักมะปราง เราเป็นเพื่อนเขาไม่ใช่แค่คนที่ขายของ”

Promotion
ทางเลือกคือสินค้าที่ขายดีที่สุด

ว่ากันว่าซื้อของออนไลน์ จ่ายค่าสินค้าได้แต่เสียดายค่าส่ง ยิ่งกับสินค้าราคาน่ารักไม่ถึง 100 บาท คนยิ่งเสียดายค่าส่งเข้าไปใหญ่

“ลูกค้าจะกังวลเรื่องค่าส่งกันมาก เราเลยมีโปรโมชั่น 6 กลิ่นส่งฟรี ลูกค้าก็วินเรื่องค่าส่ง ส่วนเราก็วินเพราะได้ขาย 6 กลิ่นในทีเดียว หรือทุกเดือนก็จะมี sale ตามอีเวนต์ของแพลตฟอร์มต่างๆ เอาเข้าจริงต้นทุนเราสูงก็เลยลดราคามากไม่ได้ แต่ถ้าเราไม่มีโปรโมชั่นเลยลูกค้าก็จะผิดหวังแล้วก็เสียลูกค้าด้วยเพราะเขารอวันนั้นกันเยอะ อย่างน้อยโปร 3 ชิ้นส่งฟรีก็ยังดี ลูกค้าแฮปปี้แล้ว”

เพราะต้นทุนสินค้าสูงเวลาจัดโปรโมชั่นอย่างมากก็ทำได้เพียงลดค่าส่ง แถมยังมีตัวแทนที่แบรนด์ไม่อยากตัดราคา การชวนให้ลูกค้าซื้อจึงต้องอาศัยกลยุทธ์อื่นๆ มากกว่าการหั่นราคาโดยเฉพาะการสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้ลูกค้าได้สนุกกับการซื้อ

“เรามีบอกซ์เซตหลายแบบ ทั้งบอกซ์เซต 3 กลิ่น edition แรก, บอกซ์เซต 3 กลิ่นใหม่, บอกซ์เซตครบ 6 กลิ่น และแบบที่ลูกค้าสามารถเลือกกลิ่นด้านในได้เองซึ่งขายดีมากๆ เหมือนลูกค้าเขาชอบที่จะได้เลือก เราเองก็ขายง่ายขึ้นเพราะพอขายออนไลน์ลูกค้าเขาก็อยากซื้อไปลองหลายๆ กลิ่นในทีเดียว ยิ่งมีบอกซ์เซตเขายิ่งตัดสินใจง่าย”

นอกจากเลือกกลิ่นใส่บอกซ์เซต ตัวกล่องก็มีให้เลือก 2 ลาย แถมไปๆ มาๆ ยังมียาหม่องแพ็กเกจจิ้งสีดำเพิ่มเข้ามาอีก มะปรางบอกว่าตอนแรกแพ็กเกจจิ้ง edition นี้เกิดขึ้นเพื่อรองรับลูกค้าผู้ชายหรือคนที่ชอบของที่ดูเรียบเท่ แต่พอขายจริงเธอก็พบว่ามันมีฟังก์ชั่นมากกว่านั้น

“แรกสุดเราทำแพ็กเกจจิ้งสีเงิน มีสามกลิ่นคือกุหลาบ ลาเวนเดอร์ และเสลดพังพอนซึ่งลูกค้าชอบมาก อยากซื้อกลิ่นอื่นเพิ่ม แต่กว่าเราจะทำกลิ่นใหม่ได้แต่ละกลิ่นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะน้ำมันหอมระเหยที่เราดมแล้วหอม พอเอาไปทำเป็นยาหม่องก็ต้องปรับกลิ่นอีกหลายครั้ง เราเลยได้ไอเดียว่าถ้ายังออกกลิ่นใหม่ไม่ได้ทำตลับสีดำเพิ่มดีไหม จะได้ตอบโจทย์ลูกค้าผู้ชายซึ่งก็ขายดีจริงๆ แต่ที่ไม่ได้คิดคือขนาดลูกค้าที่มีตลับสีเงินแล้วเขาก็มาซื้อตลับสีดำไปอีก 

“ตลับมันดูเล็กก็จริง แต่ลูกค้าจะใช้กันนานมากเพราะเขาไม่ค่อยควักใช้กัน ชอบเอาไปดมมากกว่า พอมันใช้ได้นานกว่าจะได้ซื้อใหม่ก็ต้องรอของเก่าหายก่อน (หัวเราะ) พอมีแพ็กเกจสีดำมันก็เพิ่มทางเลือกให้คน ทำให้เขาสามารถซื้อของของเราได้อีกโดยที่มันยังเป็นกลิ่นเดิม”

และทางเลือกล่าสุดก็ยิ่งฉีกแนวออกไปจากเดิม คือพวกเขาออกโปรดักต์ essential oil ที่เบลนด์กลิ่นในคอนเซปต์ใหม่ ไม่ยึดโยงกับตัวยาหม่องแม้ว่าทั้ง 6 กลิ่นจะมีแฟนๆ เหนียวแน่นก็ตาม

“โปรดักต์นี้มันเริ่มมาจากเรามี potential customer กลุ่มใหม่ๆ จาก TikTok แต่หลายๆ คนเขาก็ไม่กล้าลองใช้ยาหม่องเพราะไม่ชอบกลิ่นยาหม่องที่เคยดม พอเราทำ essential oil ที่กลิ่นต่างออกไปเขาก็กล้าซื้อมากขึ้น บางคนก็ลองเปิดใจ กลับมาซื้อยาหม่องเพราะเขาเชื่อว่าสิ่งที่เราทำมันจะหอม ลูกค้าเก่าของเราเองก็มีตัวเลือกสินค้ามากขึ้น ต่อไปนี้เราเลยคิดว่าจะทำโปรดักต์เกี่ยวกับพวกกลิ่นหอมต่อยอดไปอีกเรื่อยๆ”

(Stay) Positive
คิดบวกกับทุกปัญหา

ในการทำธุรกิจ แค่คิดจะทำก็เจอปัญหาแล้ว แต่ยิ่งทำจริงก็ยิ่งมีโจทย์ที่ต้องแก้อยู่เรื่อยๆ

“กับการทำแบรนด์เราต้องคิดบวกเข้าไว้ เชื่อว่าเราทำได้” มะปรางเล่าถึง P สุดท้ายของ FeelFin

“เวลาเราเจอปัญหาหนักมากๆ ถ้าเรามองว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้ ทำให้เราแก้ปัญหาเป็น เราก็จะเก่งขึ้น เราคิดว่าที่แบรนด์ของเราสำเร็จได้ก็เพราะเราพยายามคิดบวกเข้าไว้เวลาเจอปัญหา อย่างล็อตแรกที่ทำ เราสกรีนตลับไปแล้วมันลอกหมดเลย เรามาคิดว่าถ้าเราต้องมาคอยระวังไม่ให้มันลอกเราคงเซ็งมากๆ สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนโรงงานสกรีนทั้งๆ ที่เราลงทุนไปเยอะ มันเป็นบทเรียนให้เราเลยว่าเวลาจะทำอะไรต้องเช็กดีๆ ไม่ใช่ให้เขาสกรีน 3,000 ชิ้นแล้วเจ๊งหมดเลย แต่เราก็เชื่อว่าเราทำได้ ถ้าแก้สิ่งนี้แล้วจะดี แล้วมันก็ดีจริงๆ

“หรือเวลาทำคอนเทนต์เราเองก็จะ stay positive เหมือนกัน เราอยากสร้างกำลังใจให้หลายๆ คนที่กำลังอยากทำธุรกิจ เราเองก็เป็นคนที่ออกจากงานมาทำแบรนด์ เราไม่ได้วิเศษไปกว่าใคร คนที่ติดตามเราเขาก็เห็นว่าตอนแรกขายไม่ได้ดีเลย แพ็กของไม่กี่กล่องเอง แล้วเราก็ขายดี มีออฟฟิศ ซึ่งเราอยากแชร์ให้เขาฟังว่าเราต่อยอดสิ่งที่เรามียังไง

“สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจของตัวเอง เราอยากให้ลองมองที่ตัวเองก่อนว่าเราชอบอะไร เพราะว่าถ้าเราทำสิ่งที่เราชอบจริงๆ เราจะมีแพสชั่น แล้วพอถึงจุดจุดนึงที่เกิดปัญหาเยอะมากๆ แพสชั่นมันจะทำให้เรา positive และไปต่อได้ เราทำ FeelFin เพราะเราชอบอะไรที่น่ารักๆ ชอบแพ็กเกจจิ้ง และชอบใช้ยาหม่อง เราแฮปปี้ทุกครั้งเวลาเห็นคนพกโปรดักต์เราหรือว่าเวลาเราดูคลิปยูทูบแค่แอบเห็นว่าบนโต๊ะของเขามียาหม่องของเราเราก็แฮปปี้มากแล้ว

“เรามีแพสชั่นกับมัน อยากให้มันส่งออกได้ อยากให้ทุกคนใช้ ทุกคนรู้จัก FeelFin”

จากไอเดียเล็กๆ เรื่องการปรับแพ็กเกจจิ้งมะปรางลงมือทำให้มันกลายเป็นธุรกิจจริงๆ มาได้จนถึงทุกวันนี้ ส่วนนับจากนี้ FeelFin จะสไลด์ไปอันล็อกโจทย์อะไรอีก พักดมยาดมยาหม่องก่อนติดตามตอนต่อไป

Writer

Lifestyle Editor ชอบคุย ชอบรู้จัก และชอบอุดหนุนแบรนด์สร้างสรรค์ที่รัก

Photographer

ช่างภาพที่สนุกกับการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลง และหลงรักในความทรงจำ Ig : mocfirst

You Might Also Like