นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

เบื้องหลัง ‘ความหวังครั้งที่สอง’ หนังสือของผู้บริหาร TQM กับวิธีรักษาความหวังยามเจอวิกฤต

“ต่อให้ล้มครั้งที่สาม สี่ หรือห้า หรือล้มมาไม่รู้กี่รอบ ก็ขอให้สำเร็จสักครั้งหนึ่งเถอะ” อู๊ด–อัญชลิน พรรณนิภา ประธานกรรมการแห่ง TQM บอกว่าความหมายของชื่อหนังสือ ‘ความหวังครั้งที่สอง’ คือการมีความหวังครั้งใหม่และลุกขึ้นสู้อีกครั้งในยามที่แสงแห่งความหวังยังมืดมิด  

ในช่วงวัยรุ่น อัญชลินเคยใฝ่ฝันอยากเป็นศิลปิน แต่เพราะสอบเข้าคณะสายศิลป์ไม่ติดหลายครั้งหลายครา จึงเบนทิศทางชีวิตไปทางอื่น ก่อนสานต่อธุรกิจประกันภัยของครอบครัวเขารับบทบาทนักขายและทำธุรกิจบริษัทออร์แกไนเซอร์จัดงานแฟร์ ธุรกิจจัดจำหน่ายเหล็กและวัสดุสำหรับงานก่อสร้าง จนกระทั่งเจอช่วงเศรษฐกิจซบเซาและวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ทำให้ต้องล้มเลิกกิจการเหล่านี้ไปและมีหนี้สิน จนเหลืออาชีพเดียวที่ไม่อยากทำในตอนแรก แต่โชคชะตาก็บังคับให้ต้องทำในที่สุดเพราะไม่มีทางเลือกอื่นในการชำระหนี้ คืองานขายประกัน

อัญชลินบอกว่าภาพบอลลูนบนหน้าปกหนังสือเปรียบเหมือนการคิดไกล ถ้าเราอยู่ในที่สูงอย่างบนบอลลูนจะสามารถมองเห็นวิวได้ไกลกว่าตอนมองจากพื้นราบ เพราะเวลามองความผิดหวังหรือล้มเหลวจากพื้นราบอาจเห็นแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้วจมกับมัน หรือถ้าใครมาว่าเราตอนยืนอยู่ชั้นล่าง เราก็อาจจะรู้สึกโกรธเพราะได้ยินเสียงนั้นชัดเจน ในทางกลับกัน ถ้ายิ่งบินสูงขึ้นไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นวิวทิวทิศน์ได้กว้างไกลและเสียงที่ว่าเราก็จะยิ่งเบาลงไปเรื่อยๆ จนไม่ได้ยินเสียงรบกวนใดๆ อีกเลย

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลของอัญชลินทำให้เขาเชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ได้ในระยะยาว ความหวังครั้งที่สองของเขาจึงเป็นการอดทนซื่อสัตย์ในการชำระหนี้ให้หมดและมีความหวังในการหันมาทำธุรกิจครั้งใหม่อย่างธุรกิจประกันที่ทำให้ลุกขึ้นยืนอย่างแข็งแกร่งจนกลายเป็นเบอร์หนึ่งของวงการในเวลาต่อมา  

“สำคัญที่สุดคือมายด์เซต” อัญชลินบอกว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ TQM ไปได้ไกลคือการเปลี่ยนความคิดว่าการขายประกันคือการตื๊อลูกค้าและขายเพื่อคอมมิชชั่น ประสบการณ์ที่เคยเจอผู้คนเดือดร้อนจากภัยต่างๆ เช่น อัคคีภัย แต่เพราะทำประกันไว้ทำให้มีเงินไปตั้งตัวใหม่ได้ทำให้อัญชลินเลิกคิดว่าตัวเองต้องเข้ามาทำธุรกิจนี้เพราะไม่มีทางเลือก แล้วหันมามองเห็นคุณค่าของธุรกิจครอบครัวว่า ธุรกิจประกันเป็นธุรกิจที่ดี ไม่ใช่แค่ขายประกันแต่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินไปจนถึงธุรกิจให้ลูกค้า

การไม่ยึดติดกับวิธีการทำงานและความเชื่อแบบเดิมๆ ทำให้ TQM โตแบบก้าวกระโดด จากขายแบบ face-to-face มาเป็นเทเลเซลส์ โทรศัพท์หาลูกค้า และขยายช่องทางออนไลน์ทางแอพพลิเคชั่นทำให้เข้าถึงคนได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว โดยใช้ทรัพยากรเวลาและกำลังคนน้อยลง จนสามารถโตขึ้นจากหลักร้อยล้านไปหมื่นล้านอย่างรวดเร็ว นอกจากคิดไกลแล้วยังลงมือทำเต็มที่และบากบั่นระหว่างทางตั้งแต่เดินสายขับรถไปขายประกันทีละจังหวัดและค่อยๆ สร้างอาณาจักรใหม่ขึ้นมา

แม้ธุรกิจตัวกลางที่ขายประกันจะดูเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขและสถิติอย่างมาก แต่อัญชลินที่ชื่นชอบความสุนทรีในศิลปะและดนตรีบอกว่าความหวังใหม่สามารถเกิดขึ้นได้ในธุรกิจประกันด้วยความคิดสร้างสรรค์และการคิดนอกกรอบ “ศาสตร์ทำให้มีกรอบ ส่วนศิลปะเป็นจินตนาการทำให้เราคิด beyond จากสินค้าประกันรูปแบบเดิม”

หลักของการทำธุรกิจประกันคือการมองเห็นว่าอะไรเป็นความเสี่ยงบ้าง ซึ่งในโลกนี้มีภัยใหม่และโรคระบาดใหม่รวมถึงปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายอุบัติขึ้นมาใหม่ตลอด และจินตนาการก็ทำให้เกิดไอเดียการป้องกันความเสี่ยงในรูปแบบใหม่ ตัวอย่างเช่น กระแสความฮิตในสเกตบอร์ดซึ่งเป็นเครื่องเล่นที่มีราคาสูงทำให้เกิดแพ็กเกจประกันสำหรับโปรเสกตบอร์ดโดยเฉพาะ, ‘ประกันรถสีขาว’ เกิดจากการสังเกตเห็นจากดาต้าว่ารถสีขาวเป็นรถที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนน้อยที่สุดเพราะสีที่เด่นชัด ทำให้เกิดประกันที่มีราคาถูกลงมาสำหรับผู้ใช้รถที่เสี่ยงน้อย  

สิ่งสำคัญอีกอย่างที่อัญชลินบอกว่าทำให้ผ่านวันที่มืดมนมาได้คือคู่ชีวิต ตุ๊ก–นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่ร่วมบุกเบิก TQM มาด้วยกัน “ถ้าผมคนเดียว ยังไม่แน่ บางทีพอเหงา มันก็ท้อแท้ แต่พอมีคนช่วยคิด ช่วยทำ ช่วยลุย ช่วยกันปลอบใจ มันก็ไม่เหงา” 

คำว่าความหวังสำหรับอัญชลินจึงไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องธุรกิจและกำไรเสมอไป บางทีก็เป็นเรื่องเล็กๆ อย่างการซื้อที่ดินแปลงหนึ่งไว้ปลูกเป็นบ้านหลังเล็กยามแก่เฒ่า ความหวังว่าพอกลับบ้านไปแล้วจะได้กินอาหารอร่อยๆ หรือแม่ครัวจะทำผัดกะเพราให้กิน มีใครสักคนที่พูดหวานอย่างภรรยา ลูก เพื่อน ลูกน้องอยู่เคียงข้าง

สิ่งที่ช่วยจุดประกายให้ยังมีความหวังในแต่ละวันต่อไปได้และอัญชลินก็บอกว่าเป็นวิธีที่ทำให้รับมือกับความหวังผิดได้ดีขึ้นเรื่อยๆ คือประสบการณ์การเผชิญอุปสรรคทั้งหนักและเบาซึ่งกลายเป็นวัคซีนที่ทำให้มีภูมิคุ้มกันและความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป 

เรื่องราว ‘ความหวังครั้งที่สอง’ ของอัญชลินเล่าเส้นทางความสำเร็จของ TQM กว่าจะเติบโตเป็นบริษัทนายหน้าประกันภัยรายแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้สำเร็จ และทำให้เข้าใจว่า ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ชีวิตก็ยังมีความหวังให้ก้าวเดินต่อไปเสมอ

You Might Also Like