นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

หลักสูตรอุ่นใจ

อุ่นใจไซเบอร์ หลักสูตรและทักษะดิจิทัลที่ AIS ผลักดันให้เป็นแบบเรียนของเยาวชน

ทุกวันนี้สื่อโซเชียลและเครื่องมือด้านดิจิทัลเทคโนโลยีต่างๆ เป็นเหมือนกับปัจจัยที่ 5 ในชีวิตที่ผู้คนขาดไม่ได้ โครงการ อุ่นใจไซเบอร์ จึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างความปลอดภัยในการใช้งานมากยิ่งขึ้น โครงการ อุ่นใจไซเบอร์ จึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างความปลอดภัยในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารกับคนทั่วโลกที่ทำได้สารพัดรูปแบบ สารพันช่องทาง ไปจนถึงการช้อปปิ้ง สั่งอาหาร จองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน จ่ายบิล ซื้อของใช้ หรือแม้แต่ซื้อรถ ซื้อบ้าน ที่เดี๋ยวนี้สามารถทำได้บนมือถือภายในไม่กี่วินาที

แต่อย่างไรก็ตามประโยชน์ก็มาพร้อมกับ ‘โทษ’ หากผู้ใช้ไม่เข้าใจวิธีการใช้งานและแนวทางรับมือที่ถูกต้องและเหมาะสมก็อาจจะนำมาซึ่งปัญหาที่เราเรียกว่า ‘ภัยไซเบอร์’

ภัยไซเบอร์ทุกวันนี้มาในสารพัดรูปแบบ ทั้งการกลั่นแกล้งพาทัวร์มาลง การล่อลวงออกไปพบคนแปลกหน้า การโกงเงินจากการซื้อของ การทิ้งร่องรอยการใช้งานจนนำมาซึ่งการขโมยรหัสผ่าน แฮ็กข้อมูลส่วนตัว แก๊งคอลเซนเตอร์มิจฉาชีพที่ยังหลอกผู้คนอยู่ทุกวันนี้ หรือแม้แต่การล้อเลียนกันบนโซเชียล สร้างปมด้อยให้คนคนนั้นจนเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสังคมต่างๆ มากมาย

เรื่องนี้ทำให้ AIS บริษัทโทรคมนาคมเริ่มโครงการ ‘อุ่นใจไซเบอร์’ มาตั้งแต่ปี 2562 ถือเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ออกมาพูดถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานในช่วงเวลาที่คนไทยมีอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตและมือถือค่อนข้างสูง

ที่ผ่านมา AIS ได้ใช้ภารกิจนี้ในการร่วมสร้างสังคมดิจิทัลให้ดีและปลอดภัยยิ่งขึ้นผ่านการทำงานในสองมิติ คือ หนึ่ง–นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยให้ผู้คนใช้งานได้อย่างปลอดภัย  และสอง–การสร้างภูมิปัญญาในลักษณะขององค์ความรู้เพื่อส่งเสริมและสร้างทักษะดิจิทัลให้คนไทยรู้เท่าทัน พร้อมอยู่กับโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์

และล่าสุด คือการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ครั้งแรกของไทยซึ่งถูกนำไปใช้จริงแล้วกับคุณครูและนักเรียนทั่วประเทศไทย

หลักสูตรที่ว่านี้มีหน้าตาเป็นยังไง? ทำยังไงให้นำไปใช้จริงได้? และทำไมบริษัทโทรคมนาคมถึงไม่เน้นแค่การพัฒนาบริการแต่ยังลงมือทำหลักสูตรด้านดิจิทัลให้เด็กๆ และคุณครูด้วย? คอลัมน์ In Good Company ชวนพาไปหาคำตอบ

อุ่นใจไซเบอร์

พัฒนาคุณภาพเครือข่ายพร้อมกับคุณภาพชีวิต

“เป้าหมายการทำงานของ AIS  ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาคุณภาพเครือข่ายเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานเท่านั้นแต่เราตระหนักถึงการสร้างสังคมดิจิทัลให้ดีขึ้นด้วย” คุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เล่าถึงความตั้งใจขององค์กร

 “ดังนั้นตั้งแต่ปี 2562 เราจึงเปิดตัวโครงการอุ่นใจไซเบอร์เพื่อเป็นแกนกลางสร้างเครือข่าย ชวนทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงทางบวกให้กับสังคมดิจิทัลของไทย 

“วันนี้ AIS จึงร่วมมือกับกระทรวงต่างๆ เช่น กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขมาพัฒนาเนื้อหาหลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมี สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการมาช่วยรับรองให้เป็นไปตามมาตรฐานของหลักสูตรด้านการศึกษา  พร้อมให้นักเรียนสามารถเข้ามาเรียนได้ และสุดท้ายกระทรวงมหาดไทยที่จะช่วยพวกเราส่งต่อหลักสูตรไปยังโรงเรียนในสังกัด”

อุ่นใจไซเบอร์ พัฒนาความฉลาดทางดิจิทัลด้วยหลักสูตร ‘4P4ป’

สำหรับเนื้อหาหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและผู้ร่วมพัฒนาสูตรดิจิทัลอุ่นใจไซเบอร์ เล่าว่าที่มาของหลักสูตรอ้างอิงมาตรฐานการพัฒนาทักษะทางดิจิทัลของ DQ Framework (Digital Intelligence Quotient) และได้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตมาปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย จนสามารถแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ หรือที่เรียกกันด้วยชื่อย่อง่ายๆ ว่า ‘4P4ป’ ได้แก่

1. Practice : ปลูกฝังให้มีความรู้ ความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกต้องและเหมาะสม

2. Personality : แนะนำการปกป้องความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์

3. Protection : เรียนรู้การป้องกันภัยไซเบอร์บนโลกออนไลน์

4. Participation : รู้จักการปฏิสัมพันธ์ด้วยทักษะและพฤติกรรมการสื่อสารบนออนไลน์อย่างเหมาะสม

คุณครูและนักเรียนจะได้เรียนหลักสูตรผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล LearnDi หรือแอพพลิเคชั่น อุ่นใจ CYBER โดยนักเรียนจะต้องทำข้อสอบจริงให้ได้คะแนนมากกว่า 70% ขึ้นไปถึงจะสามารถผ่านและจบหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ได้ 

อุ่นใจไซเบอร์
อุ่นใจไซเบอร์

ช่วงต้นปี 2565 หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ ได้เริ่มนำไปใช้แบบนำร่องกับการเรียนการสอนบางแห่งในระบบ Sandbox หรือระบบทดสอบแบบเสมือนจริง มีครูและนักเรียนที่เข้าเรียนและสอบผ่านไปแล้วกว่า 160,000 คน ถือเป็นความสำเร็จที่ ศ. ดร.สุวิทย์มองว่าเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่อยากให้ทุกคนเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ 

“ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจในการทำงานร่วมกันของคณาจารย์ บุคลากร ด้วยการใช้ศักยภาพของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี) ซึ่งมีความสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ คือพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้

“เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเรียนรู้ในหลักสูตรนี้จะช่วยให้ทุกคนที่ปรับตัวในการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล เป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพและใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์อย่างปลอดภัย”

หลักสูตรความหวังใหม่ของการศึกษา

จากทดลองตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา AIS และทุกภาคีก็มั่นใจแล้วว่าหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์พร้อมที่จะต่อยอดไปสู่การศึกษาในวงกว้างแล้ว

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินโครงการการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลหลักสูตร ‘อุ่นใจไซเบอร์’ ระหว่าง AIS กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จึงเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเพื่อผลักดันให้หลักสูตร อุ่นใจไซเบอร์ เข้าถึงคุณครูและนักเรียนได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

อุ่นใจไซเบอร์

แล้วต่อไป อุ่นใจไซเบอร์จะไปอยู่ตรงไหนของระบบการศึกษาล่ะ

วันนี้หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ผ่านการรับรองมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และกำลังเตรียมต่อยอดให้เป็นหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสายงานสอน

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเล่าว่าหลักสูตรนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการศึกษาไทยที่จะก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 

“กระทรวงศึกษาธิการจะเดินหน้าขยายความครอบคลุมการเรียนการสอนไปให้ได้มากที่สุดเพื่อทำให้บุคลากรทางการศึกษา และเยาวชนไทยมีความรู้ทักษะดิจิทัลที่เท่าทันภัยไซเบอร์ที่แฝงมากับการใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้เกิดขึ้นสูงสุด”

หลังจากนี้ ครูผู้สอน บุคลากรทางการศึกษา จากสถานศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ จะนำหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ไปใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนการสอนกับนักเรียนไทยทั่วประเทศ ทั้งโรงเรียนในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ด้วยเช่นกัน

‘พลเมืองดิจิทัล’ เป้าหมายการศึกษาไทยในอนาคต

ทั้งหมดนี้คือที่มาและความตั้งใจของหลักสูตรที่ต้องการก้าวให้ทันยุคที่เปลี่ยนไป ในยุคที่ผู้คนกลายเป็นชาวเน็ต เติบโตมาพร้อมกับอุปกรณ์ดิจิทัลและการสื่อสารในโลกออนไลน์เป็นเรื่องปกติจึงจำเป็นอย่างมากที่การปลูกฝังการเข้าถึงเทคโนโลยีและเท่าทันภัยออนไลน์ในทุกรูปแบบเป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องเดินหน้าต่อ 

คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ AIS เล่าว่าปัจจุบันสื่อออนไลน์และดิจิทัล ได้กลายเป็นช่องทางสื่อสารหลักในชีวิตประจำวันของคนไทย ดังนั้นการสร้างภูมิคุ้มกันบนโลกออนไลน์ให้คนไทยมีความรู้ในการใช้สื่อออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก 

“ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการพัฒนา cyber wellness เพื่อเป้าหมายในการสร้างพลเมืองดิจิทัลในอนาคตได้” คุณสายชลสรุป

หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ เริ่มเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในระบบอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันนี้ สำหรับประชาชนทั่วไปหากใครสนใจหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ สามารถเรียนรู้และสร้างทักษะทางดิจิทัลแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ learndiaunjaicyber.ais.co.th

Writer

KFC ฟิลเตอร์สตอรี่ไอจี และ Tame Impala คือสิ่งที่ทำให้ทุกวันนี้อยากมีชีวิตอยู่

Photographer

เปงแงว…น้ามม :3

You Might Also Like