ความทรง Gem
Gemories แบรนด์อัญมณีจากอัฐิผู้ล่วงลับ ให้คนที่ยังอยู่ได้เก็บความทรงจำของผู้จากไปติดตัวไว้
คนเราตายได้ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือเมื่อสิ้นลมหายใจสุดท้าย ครั้งที่ 2 คือเมื่อไม่เหลือใครจำเราได้อีก
การลืมคือหนึ่งในสิ่งที่ผู้เขียนและคนอีกมากมายกลัวที่สุด ทั้งการถูกลืม และการลืมคนที่ผูกพันเมื่อเขาจากไป เพราะหากเราลืมก็เสมือนเขาไม่มีตัวตนอีกต่อไป ทั้งในโลกแห่งความเป็นจริง และในความทรงจำ
ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงเลือกเก็บความทรงจำผ่านของดูต่างหน้า ทั้งรูปถ่าย วิดีโอ สมบัติตกทอด หรือเทปเสียง ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงหลังคือการนำอัฐิ เส้นผม หรืออินทรีย์สารของผู้จากไป มาแปรสภาพเป็นอัญมณีทำเป็นเครื่องประดับให้ผู้ยังอยู่ได้สวมใส่ติดตัว แต่เดิมทีบริการนี้ต้องสั่งทำจากแบรนด์ต่างประเทศที่ราคาสูงและใช้เวลาผลิตนาน จึงไม่ใช่ทางเลือกต้นๆ ของผู้สนใจ
จนเมื่อ 10 ปีก่อน พลอย–ภัสสร ภัสสรศิริ ทายาทธุรกิจเตาฌาปนกิจปลอดมลพิษ ผู้คลุกคลีธุรกิจว่าด้วยความตายทั้งสัตว์เลี้ยงและมนุษย์มายาวนานได้ก่อตั้ง Gemories ธุรกิจรับแปรสภาพอัฐิหรือสิ่งหลงเหลือของผู้ล่วงลับเป็นพลอยขึ้น ให้คนที่ยังอยู่ได้เก็บความทรงจำของผู้จากไปติดตัวไว้แบบเข้าถึงง่ายกว่าเก่า จนได้รับความนิยมเรื่อยมา
“ที่ตั้งชื่อว่า Gemories เป็นการเอาสิ่งที่เราทำคือสร้างพลอยหรือ gem กับความตั้งใจของเราคือการบันทึกเรื่องราวหรือความทรงจำ (memories) ที่มีร่วมกับผู้จากไป ซึ่งเราว่าเป็นสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตมนุษย์มารวมกัน”
แม้การกำเนิด ‘พลอย’ แต่ละเม็ดของ Gemories ตั้งต้นจากความสูญเสีย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็เติมเต็มและเยียวยาผู้ยังอยู่อีกมากมาย
เพื่อให้เห็นเบื้องหลังว่าธุรกิจเก็บความทรงจำแบบอัญมณีสร้างขึ้นด้วยความเชื่อมั่น และจะต่อยอดด้วยแนวคิดแบบไหนต่อไป บ่ายหนึ่งกลางหน้าฝน เราจึงถือโอกาสชวนผู้ก่อตั้งมาเล่าไขข้อสงสัยว่าความทรงจำแบบไหนที่พลอยเก็บไว้ จนต่อยอดงอกงามออกมาเป็นแบรนด์อัญมณีทรงจำได้เช่นนี้

กำเนิดพลอย
เท้าความก่อน พลอยเป็นทายาทบริษัทผลิตเตาเผาและเตาฌาปนกิจปลอดมลพิษ ชื่อ สยาม อินซีนเนอร์เรเตอร์ หลังเรียนจบจากคณะสถาปัตย์ เจ้าตัวก็ตอบรับคำขอของที่บ้านให้มาช่วยรับช่วงต่อดูแลกิจการ ควบคุมการออกแบบเตาให้สวยงาม เสริมภาพลักษณ์ความ ‘กรีน’ ปลอดมลพิษ
ความที่เป็นคนรักสัตว์แต่เดิม หลังทำไปได้พักหนึ่งพลอยก็ตัดสินใจแตกสายธุรกิจของที่บ้านออกมาเป็น Pet Master ให้บริการส่งสัตว์เลี้ยงที่จากไปแบบครบวงจร ทั้งพิธีศพ จัดดอกไม้ จนถึงเอาองค์ความรู้มาสร้างเตาเผาเล็กเพื่อฌาปนกิจสัตว์โดยเฉพาะ
ในช่วงที่ทำ Pet Master นี้เองที่พลอยสังเกตว่า หลังกระบวนการเผาเสร็จสิ้นมักพบอัฐิของสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความร้อนสูงจนกลายเป็นผลึกแก้วตกค้างอยู่ในเตา พลันให้เจ้าตัวนึกถึงเทคโนโลยีแปรสภาพเถ้ากระดูกเป็นเครื่องประดับเพชรที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศขึ้นมา และนึกอยากให้ไทยมีบริการนำอัฐิมาทำเป็นสิ่งสวยงามเป็นของแทนใจแบบเดียวกันบ้าง

“ทีแรกคิดทำเพราะเผื่อเอาไว้ใช้กับน้องหมาของเราที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นมันอายุ 16 ปีแล้ว ทั้งหง่อมทั้งป่วยไม่รู้จะไปวันไหน จนอีก 8 ปีต่อมามันถึงเสีย เราก็ยังไม่ได้เริ่มทำจริงจัง” พลอยเล่าย้อนความให้เราฟัง
พลอยยังบอกอีกว่า แม้จะเสียใจที่สุนัขจากไป แต่ก็ยังไม่มีจังหวะให้เริ่มลงมือโปรเจกต์ที่คิดไว้ หากราวปี 2559 ไม่เกิดจุดพลิกผันที่พลอยเฉียดสูญเสียคนที่รักมากสุดไปอย่างกะทันหัน
“คุณแม่ของพลอยไปเที่ยวภูฏานแล้วรถตกเขา 70 เมตร” แม้เรื่องผ่านมานับสิบปีแต่เสียงพลอยยังสั่นเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่นาน “ระหว่างบินไปหาท่าน ในหัวเราสับสนไปหมดเพราะไม่รู้ข่าวเลยว่าอาการท่านเป็นยังไงบ้าง
“พอนึกว่าจะเสียคุณแม่ไปจริงๆ ทำให้เราโทษตัวเองด้วยว่าพอเราไม่เริ่มทำ (Gemories) แม้แต่แม่เรายังไม่ได้ใช้บริการ พอลงเครื่องแล้วรู้ว่าคุณแม่ยังอยู่เลยเหมือนได้โอกาสที่ 2 ก็ตัดสินใจว่าต้องรีบเริ่มทำแล้ว”

พลอยเลือกพลอย
ความที่พลอยไม่ถูกจริตกับการเก็บอัฐิคนใกล้ชิดไว้ในที่อย่างกำแพงวัด สถูปเจดีย์ หรือหิ้งบูชา ทั้งยังมองว่าคนรุ่นใหม่ที่ขนาดครอบครัวเล็กลง ย้ายบ้านบ่อย จนไม่สะดวกจะเก็บอัฐิผู้จากไปไว้ตลอดเวลาเองก็คงเชื่อคล้ายๆ กัน พลอยจึงลงมือก่อร่างสร้างแบรนด์นี้ด้วยความตั้งใจให้เป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด
จากที่จะแปรสภาพเป็นเพชรที่ราคาแพง เธอจึงเลือก ‘พลอย’ ซึ่งราคาย่อมเยากว่าแต่ขณะเดียวกันก็หาวิธีพัฒนายากตามไป
“ถ้าเราไปขอซื้อวิธีจากต่างประเทศอาจต้องตั้งราคาสูง หลายคนเข้าไม่ถึง เราว่าคนที่ต้องเจอความสูญเสียซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายมีเยอะมาก แต่การที่จะทำให้สังคมรู้จักสิ่งที่เราทำก็ต้องให้คนเหล่านั้นเข้าถึงบริการของเราได้ด้วย”

ข้อติดขัดนี้ทำให้กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างต้องใช้เวลาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรวมกับองค์ความรู้การผลิตเตาเผาที่มีอยู่เดิมถึง 5 ปี ใช้ทุนจากธุรกิจสัตว์เลี้ยงมาเป็นค่าพัฒนาไปหลายสิบล้านบาท โดยในช่วง 3 ปีหลังพลอยได้การสนับสนุนทุนและองค์ความรู้บางส่วนจากโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้เชี่ยวชาญภายนอกหลายศาสตร์ จนสุดท้ายก็สร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาสำเร็จ
ที่ต้องลงทุนทั้งเงินและเวลามากมายก็เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาตรงใจ ให้ความทรงจำที่ผู้ใช้บริการฝากฝังไว้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด
“เราเป็นคนที่ถ้ายังไม่อุดรอยรั่วให้หมดจะไม่เริ่ม เพราะถ้าผิดพลาดแล้วต้องตามแก้ทีหลังจะยุ่งยากกว่ามาก พอวิจัยเสร็จเราก็ลองเปิดให้ใช้งานกับสัตว์เลี้ยงที่เราถนัดก่อน พอเห็นว่าลูกค้าน่าจะพร้อม เริ่มมีคนมาขอให้ผลิตสำหรับญาติ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ของเขาด้วย ถึงต้องใช้ส่วนของเตาร่วมกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่นก็ยินดี สุดท้ายเราเลยสร้างแล็บแยกออกมาอีกแห่งสำหรับคนโดยเฉพาะ”

ความทรงจำหลากหลาย
อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าพลอยสร้างแบรนด์นี้ก็เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้คนใช้รักษา ‘ความทรงจำ’ ท่ามกลางสังคมที่เปลี่ยนไป ความยืดหยุ่นจึงเป็นหนึ่งในจุดขายที่พลอยตั้งใจนำเสนอ คือเน้นทำตามความต้องการของลูกค้าทั้งรูปร่าง สี ขนาด และแม้จะตั้งต้นแบรนด์ด้วยการแปรสภาพอัฐิ แต่หากมีผู้ต้องการแปรสภาพวัตถุหรือสิ่งอื่นแล้วอยู่ในขอบเขตที่เทคโนโลยีของ Gemories รองรับได้ พลอยก็ยินดีจัดให้ตามต้องการ
“การผลิตพลอยมันคือการบดผสมมวลสาร จะใช้อะไรมาทำก็ได้ขอแค่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ ที่ผ่านมาเราเคยทำทั้งเอาน้ำนมแม่มาทำเป็นผง มีแหวนรุ่นที่เอาเส้นผมเพื่อนในรุ่นมารวมกัน ทั้งพลอยจากผงธูปตามวัดต่างๆ มารวมกันเป็นของขลังส่วนตัว เราทำให้ได้หมดเกือบทุกสารเลย ถึงจะเป็นวิธีตีความคำว่า ‘ความทรงจำ’ คนละแบบ แต่สุดท้ายมันก็คือสิ่งที่เราตั้งใจเหมือนเดิม” เจ้าของกิจการตรงหน้าเราขยายความ
“เรื่องสีก็เลือกได้เหมือนกัน พอเราผสมสารเสร็จก็จะเอาไปบดและหลอมสลับอบ ขั้นนี้เราจะใส่สารประกอบธาตุเข้าไปเพื่อให้พลอยเกิดสี ถ้าอยากได้สีมงคลหรือสีที่ชอบเราก็ปรับตามความต้องการลูกค้าได้”

เมื่อหลอมและอบจนได้เนื้อพลอยที่ใสสะอาดแล้ว ทีมผลิตก็จะนำไปเจียระไนและประกอบเข้ากับตัวเรือนตามที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งกระบวนการที่ดูซับซ้อนต้องใช้เทคนิคและนวัตกรรมเฉพาะที่ลงทุนค่าวิจัยไปถึงหลักสิบล้านบาท แต่ด้วยความตั้งใจแต่ต้นพลอยจึงตั้งระดับราคาแรกเริ่มไว้ที่ 12,500 บาท ซึ่งถือว่าเข้าถึงได้ง่ายพอสมควรหากเทียบกับผลิตภัณฑ์อัญมณีอื่น ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นอัญมณีที่มีคุณค่าทางใจบรรจุอยู่ด้วย
ส่วนลูกค้าที่ต้องการอัญมณีพรีเมียม เช่น มีสีเฉพาะ ต้องการตัวเรือนสั่งทำพิเศษ หรือขอให้มีมณีชนิดอื่นประดับร่วมด้วย ทาง Gemories ก็พร้อมร่วมกับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจรังสรรค์ให้
ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ยืดหยุ่นตามความต้องการ เจาะกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลาย ผิวเผินหลายคนอาจมองว่าเป็นการเปิดช่องให้มีคู่แข่งเจ้าใหม่ลงมาตีตลาดเดียวกันหรือถึงขั้นตัดราคา แต่พลอยกลับมองว่าการมีคู่แข่งนั้นยิ่งเป็นผลดีต่อทั้งธุรกิจ และมุมมองของสังคมต่อการจากลา
“สุดท้ายเทคโนโลยีที่ใช้สร้างอัญมณีก็จะถูกลงเรื่อยๆ คู่แข่งก็จะเยอะขึ้น เรามองว่าเป็นการผลักดันกันและกัน ยิ่งมีคู่แข่ง ลูกค้ายิ่งมีทางเลือก คนซื้อก็จะยิ่งรู้สึกว่านวัตกรรมนี้เป็นเรื่องปกติ”

จดจำเมื่อจากลา
10 ปีเต็มที่ก่อร่างสร้าง Gemories พลอยและทีมได้เจอลูกค้าหลายแบบ คนหลายประเภท เจอเรื่องผิดพลาด เจอเรื่องเศร้า เจอความทุกข์จากความสูญเสีย บางคราก็หนักหนาเมื่อได้รับรู้เรื่องราวความสูญเสียที่ไม่คาดฝันของลูกค้า ถึงอย่างนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่างานที่พลอยทำเปลี่ยนหลายชีวิต เยียวยาใจอีกหลายคน และในอีกมุมหนึ่งงานเดียวกันนี้ก็เปลี่ยนชีวิตของพลอยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
“งานนี้ทำให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงของคน การได้เห็นลูกค้าที่รวยมากยอมถอดเครื่องเพชรมูลค่าหลักล้าน แล้วเอาพลอยจากอัฐิสามีไปใส่แทน ทำให้เราคิดได้ว่าชีวิตมันสั้นมาก เราก็เปลี่ยนตัวเองเลย จากที่เอาแต่ทำงานก็มาใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น
“เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงยังไม่คิดจะขยับขยาย Gemories เร็วๆ นี้ เพราะรู้สึกว่าเพิ่งเข้าใจความต้องการของลูกค้าเราจริงๆ เพิ่งรู้ว่าคุณค่าของงานที่เราทำไม่ได้อยู่ที่ผลกำไรอย่างเดียว แต่ยังช่วยเยียวยา เป็นทางออกให้คนได้มากมาย” พลอยเล่าด้วยแววตาเป็นประกาย
ก่อนจากกัน เราถามคำถามสุดท้ายกับพลอยด้วยความสงสัยว่า การที่คลุกคลีกับธุรกิจเกี่ยวกับความตายและการจากไปมาหลายปี ได้ร่วมส่งต่อความทรงจำผู้จากไปสู่คนรอบข้างมานับไม่ถ้วน แล้วเจ้าของกิจการตรงหน้าเราเคยคาดหวังไหมว่า หากวันหนึ่งตนต้องจากไปแล้ว พลอยอยากทิ้งพลอย หรือความทรงจำแบบไหนไว้ให้คนที่ยังอยู่
“(นิ่งคิด) ไม่มีทิ้งอะไรไว้เลยก็ไม่เป็นไรนะ ไม่จำเป็นต้องมีใครจำพลอยก็ได้ แต่ถ้าตอนนั้นงานของเรา สิ่งที่เราทำมันสร้างประโยชน์กับใครสักคนหนึ่ง เราก็ดีใจมากแล้ว (ยิ้ม)”