155
June 20, 2026

เฉลิมฉลองให้กับนักธุรกิจหญิงเพื่อสังคม 20 ปี Cartier Women’s Initiative

ไฟส่องสว่างขึ้นบนเวทีในหอประชุมศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หญิงสาวกว่า 30 คนสวมชุดราตรี ชุดประจำชาติ และชุดที่แสดงถึงตัวตนอันมั่นคงของตัวเอง พร้อมถือถ้วยรางวัลด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นี่คือเหล่าผู้ประกอบหญิงที่ได้รับการสนับสนุนจาก Cartier Women’s Initiative โครงการที่คาร์เทียร์สนับสนุน ‘ผู้ประกอบการหญิง’ ผู้มอบโซลูชั่นให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยธุรกิจของพวกเธอ

นับตั้งแต่ปี 2006 Cartier Women’s Initiative มองเห็นว่ามี ‘ผู้ประกอบการหญิง’ มากมาย ลุกขึ้นมาริเริ่มธุรกิจที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาให้สังคม และสร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชนไปพร้อมกัน เพื่อผลักดันความเข้มแข็งนี้ คาร์เทียร์จึงมอบรางวัลให้นักธุรกิจหญิงที่กล้าหาญในการทลายกรอบปัญหา และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้มองเห็นพลังของความหวังในการเปลี่ยนแปลง โดยเปิดให้นักธุรกิจหญิงทั่วโลกได้นำเสนอธุรกิจเพื่อสังคมของตัวเอง เพื่อรับเงินทุนสนับสนุนไปต่อยอดองค์กรตัวเองต่อไป ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา คาร์เทียร์ได้สนับสนุนไปทั้งหมด 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือ 400 ล้านบาท) ให้ผู้ประกอบการหญิงที่ทำงานเพื่อสังคมกว่า 330 ราย จาก 67 ประเทศทั่วโลก และเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนระดับโลก ครอบคลุมกว่า 80 ประเทศ 

ในวาระครบรอบ 20 ปีนี้ ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงานมอบรางวัลให้กับผู้ประกอบการหญิงกว่า 30 คนทั่วโลก เราชวนไปเฉลิมฉลองให้กับความกล้าหาญของพวกเธอ และทำความรู้จักกับเหล่านักธุรกิจหญิงที่ลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมที่ดีกว่าเดิม

สองทศวรรษของการสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคม

จะว่าไปแล้ว แม้ว่าผู้หญิงจะคิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรโลก แต่พวกเธอกลับมีพื้นที่ใน GDP โลกเพียง 37% เท่านั้น องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เคยเสนอในงานวิจัยว่า ถ้าผู้ประกอบการหญิงมีส่วนช่วยทำให้เศรษฐกิจมีความสร้างสรรค์และมีพลวัต แต่พวกเธอเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ ทั้งทางวัฒนธรรม การเข้าถึงทักษะ การสร้างเครือข่าย กฎระเบียบ และการเข้าถึงเงินทุน 

เพราะผู้ประกอบการหญิงมีโอกาสเข้าถึงเงินกู้ธนาคารน้อยกว่าผู้ประกอบการชายประมาณ 25% และแม้จะได้รับเงินทุนพวกเธอก็มักจะได้รับเงินน้อยกว่า จ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า และต้องมีหลักประกันมากกว่าผู้ประกอบการชาย ยังไม่นับรวมถึงอุปสรรคด้านอื่นๆ ในสังคม เช่น ความคาดหวังในบทบาทการเป็นแม่หรือภรรยา ความคาดหวังของสังคมต่อภาพลักษณ์ผู้หญิงที่ต้องอ่อนโยนมากกว่าการเป็นผู้นำเด็ดเดี่ยว หรือการถูกตั้งคำถามถึงความสามารถในภาวะการเป็นผู้นำ การวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอคติต่อเพศเช่นนี้ ส่งผลให้นักธุรกิจหญิงหลายคนเกิดคำถามต่อความสามารถของตัวเอง ถูกทำให้​ความมั่นใจภายในสั่นคลอน เมื่อรวมอุปสรรคหลายด้านแล้ว นักธุรกิจหญิงบางคนต้องยอมออกจากสนามธุรกิจแทน มีการประมาณการจาก OECD ว่าในปี 2023 มี ‘ผู้ประกอบการที่หายไป’ ในประเทศกลุ่ม OECD ถึง 34 ล้านคน และในจำนวนนั้นมากถึง 70% (ประมาณ 24.8 ล้านคน) เป็นผู้หญิง

ทั้ง World Economic Forum และ OECD ได้แนะนำว่าควรมีโครงการที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการหญิงได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การสร้างทัศนคติต่อการทำธุรกิจ การมุ่งเน้นทักษะการเป็นผู้นำ ฝึกอบรมและการสนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิงที่ขับเคลื่อนด้วยโอกาส และการสนับสนุนเงินทุน สิ่งเหล่านี้เป็นกิจกรรมสิ่งที่โครงการ Cartier Women’s Initiative ผลักดันมาตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะการสนับสนุนธุรกิจที่นักธุรกิจหญิงทำเพื่อประโยชน์ต่อสังคม 

“ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ธุรกิจของสมาชิกในโครงการ Cartier Women’s Initiative ของเรายังคงดำเนินกิจการอยู่ และหลายธุรกิจก็เติบโตขึ้น จนสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก และได้กลายมาเป็นแบบอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจ และช่วยจุดประกายส่องสว่างเส้นทางแห่งอนาคตให้แก่ผู้อื่น” ซีริลล์ วิญเญอรอง ประธานกรรมการฝ่ายวัฒนธรรมและกิจกรรมเพื่อสังคมของคาร์เทียร์ กล่าวบนเวทีมอบรางวัลในคืนวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา คำพูดของเขาสะท้อนว่าตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเติบโตอย่างแข็งแรงในการสนับสนุนให้นักธุรกิจหญิงยังคงดำเนินกิจการเพื่อสังคมต่อไปได้ 

วิสัยทัศน์ของคาร์เทียร์ คือการมองเห็นโลกที่ผู้ประกอบการหญิงทุกคนบรรลุศักยภาพสูงสุดของตัวเองได้ โดยที่ความสามารถเหล่านั้นยังส่งต่อผลกระทบเชิงบวกไปถึงประเด็นทางสังคมที่พวกเธอผลักดันด้วย การมอบรางวัลจึงเป็นทั้งกำลังใจ การเชิดชูความกล้าหาญ และทำให้ผู้ประกอบการหญิง รวมทั้งธุรกิจของเธอได้รับการมองเห็นในวงกว้าง 

ที่ผ่านมา คาร์เทียร์สนับสนุนนักธุรกิจหญิงไปกว่า 300 คน ในวาระครบรอบ 20 ปี Cartier Women’s Initiative ครั้งนี้ พวกเขาจึงนำผลประกอบการของธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนมานำเสนอใน Immersive Exhibition นิทรรศการการเดินทางของนักธุรกิจหญิง 20 คนที่ดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือกับความท้าทายในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางชีวภาพ สุขภาพ การศึกษา การเปิดรับความเท่าเทียม และการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจแก่ผู้หญิง

“เรื่องศักดิ์ศรีและอัตลักษณ์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เราได้สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนชาวทิเบตจำนวนมากในการลุกขึ้นมาสร้างสรรค์แบรนด์และจัดตั้งสหกรณ์

ของตนเองขึ้นมา” ข้อความของ Carol Chyau จากแบรนด์ Shokay ปรากฏขึ้นในนิทรรศการ เธอเป็นหนึ่งในสมาชิก Cartier Women’s Initiative ปี 2009 จากการทำธุรกิจออกแบบเครื่องแต่งกายถักที่มีเส้นด้ายและผืนผ้าคุณภาพระดับพรีเมียมจากขนอ่อนจามรี

“ความหวังของพวกเราน่ะหรือ? คือการที่วันหนึ่ง ‘ธุรกิจเพื่อการฟื้นฟู (regenerative business) จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสังคมและธุรกิจทั่วโลกร่วมเรียนรู้ ร่วมมือ และร่วมเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับเรา” Kresse Wesling จากแบรนด์ Elvis & Kresse ธุรกิจที่เนรมิตสายดับเพลิงไม่ได้ใช้แล้วให้กลายเป็นเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายหรูหรา เธอได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก Cartier Women’s Initiative ในปี 2011

ข้อความเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงอิมแพกต์ของธุรกิจที่เหล่าผู้ประกอบการหญิงลงมือทำ เน้นย้ำถึงความกล้าหาญ ความคิดสร้างสรรค์ และความตั้งใจในการขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกทางสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับประเทศและระดับโลกของพวกเธอ

“ในฐานะผู้ประกอบการที่เป็นผู้พิการทางสายตา ทุกวันฉันต้องเผชิญกับโลที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อคำนึงถึงคนอย่างฉัน BlindLook จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อผู้คนอีกหลายล้านชีวิตที่มักถูกมองข้ามจากการออกแบบในกระแสหลัก” ข้อความจาก Sadriye Görece เจ้าขององค์กร BlindLook ผู้นำเทคโนโลยีเสียงที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยให้เกิดการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับผู้พิการทางสายตาได้อย่างเท่าเทียม เธอได้เข้าร่วมสมาชิก Cartier Women’s Initiative ในปี 2024 

“ไม่ควรมีใครต้องสูญเสียชีวิตหรือเจ็บป่วย เพียงเพราะขาดแคลนสิ่งที่พื้นฐานที่สุดและเป็นสิ่งที่เราสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ อย่างน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัย” Yvette Ishimwe จากองค์กร IRIBA Water Group ผู้ส่งมอบนวัตกรรมการจัดการน้ำและระบบสุขาภิบาลเพื่อความยั่งยืนในประเทศรวันดา และเข้าร่วมเป็นสมาชิก Cartier Women’s Initiative ในปี 2023

เฉลิมฉลองให้กับผู้ประกอบการหญิงที่ทำธุรกิจเพื่อสังคมกับรางวัล Cartier Women’s Initiative 

รางวัล Cartier Women’s Initiative แบ่งออกเป็น 10 ประเภท แบ่งเป็น 9 ภูมิภาค คือ ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน อเมริกาเหนือ ยุโรป แอฟริกาใต้สะฮาราที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาทางการ กลุ่มประเทศในทวีปแอฟริภาที่ใช้ภาษาอังกฤษและโปรตุเกสเป็นภาษาราชการ ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เอเชียตะวันออก เอเชียใต้และเอเชียกลาง โอเชียเนีย และรางวัลเฉพาะทางผู้บุกเบิกทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science & Technology Pioneer Award) 

ปีนี้มีธุรกิจหลายองค์กรที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Cristina Campero Peredo เจ้าของธุรกิจ PROSPERiA จากประเทศเม็กซิโก ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการป้องกันการสูญเสียการมองเห็นที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ปิดช่องว่างด้านการดูแลสายตาที่สำคัญในลาตินอเมริกา ซึ่งมีผู้คนหลายล้านคนสูญเสียการมองเห็นทุกปีจากภาวะที่ป้องกันได้ เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา (diabetic retinopathy) และต้อหิน (glaucoma) PROSPERiA มีแพลตฟอร์ม retinlA ที่ช่วยแก้ปัญหารองรับผู้ป่วยโดยไม่ต้องรอคอยยาวนานและยังแก้ปัญฆาขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ ตั้งแต่เปิดตัว retinlA ได้ทำการคัดกรองผู้ป่วยมากกว่า 150,000 คน และครอบคลุมการรักษาดวงตาหลากหลายโรค

และหากพูดถึงธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ยังมีธุรกิจของ Alba Forns ผู้ร่วมก่อตั้ง Climatize แพลตฟอร์มการเงินที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถร่วมลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนและมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

ธุรกิจของฟอร์นส์มองเห็นว่า แม้ความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นเรื่องที่ผู้คนตระหนักกันอย่างกว้างขวาง แต่หลายคนกลับรู้สึกถึงปัญหาแล้ว ขณะเดียวกันโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและชุมชนที่ใช้พลังงานหมุนเวียนขนาดเล็กและขนาดกลางกลับประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และมักถูกมองข้ามจากนักลงทุนแบบดั้งเดิม Climatize จึงเข้ามาเชื่อมช่องว่าง ด้วยการเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถสนับสนุนโครงการพลังงานสะอาดที่ผ่านการคัดกรองแล้ว ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 10 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมโอกาสในการสร้างผลตอบแทน แพลตฟอร์มนี้ได้ระดมเงินเข้าสู่โครงการพลังงานหมุนเวียนแล้วกว่า 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนถึงปัจจุบัน มีนักลงทุนมากกว่า 3,000 รายเข้าร่วม สามารถช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 300,000 ต้นตลอดอายุโครงการที่ได้รับเงินทุน

หรือร้านอาหารของ Elise Thorel ที่ชื่อว่า Marie Curry ที่รวมแม่ครัวจากการจ้างงานผู้หญิงอพยพ ช่วยให้พวกเธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพใหม่ในฝรั่งเศส พร้อมถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมผ่านอาหารของตนเอง นับตั้งแต่ปี 2020 Marie Curry ได้สร้างงานแล้ว 19 ตำแหน่ง สร้างรายได้รวมมากกว่า 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมอบโอกาสฝึกงานมากกว่า 20 ตำแหน่งเปิดประตูสู่ความมั่นใจ ความเป็นอิสระ และสำหรับบางคน คือความกล้าที่จะเริ่มต้นธุรกิจของคนเอง

ลองย้ายมาดูในฝั่งประเทศแคเมอรูน ครอบครัวและผู้ประกอบการนับล้านยังอยู่นอกระบบธนาคาร ต้องพึ่งพารายได้ที่ไม่สม่ำเสมอและกลุ่มเงินทุนนอกระบบ ซึ่งทำให้การวางแผน การลงทุน หรือการรับมือกับเหตุฉุกเฉินเป็นเรื่องยาก Alice Ndeh จึงจัดทำ แพลตฟอร์ม Nkwa ที่ให้บริการทางการเงิน ช่วยให้บุคคลทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็กในแอฟริกาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินผ่านการออมอย่างมีวินัยและการบริหารเงินอย่างชาญฉลาด นับตั้งแต่เปิดตัว มีผู้ใช้งานมากกว่า 70,000 คนออมเงินผ่านแพลตฟอร์ม รวมแล้วกว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีผู้ใช้งานอีกหลายพันคนที่ใช้ Nkwa เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ลงทุนในธุรกิจ และสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว

นี่เป็นเพียงตัวอย่างธุรกิจของผู้ประกอบการหญิงบางส่วนเท่านั้น ยังคงมีอีกกว่า 30 โครงการที่ได้รับรางวัล Cartier Women’s Initiative ในครั้งนี้ โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งจะได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 2 และ 3 จะได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ

บนเวทีมอบรางวัลครั้งนี้ยังมี Yanina Novitskaya ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคาร์เทียร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย Cyrille Vigneron ประธานกรรมการฝ่ายวัฒนธรรมและกิจกรรมเพื่อสังคมของคาร์เทียร์ นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานคณะกรรมการ การพัฒนาของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ Amal Clooney ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิคลูนีย์เพื่อความยุติธรรม (Clooney Foundation for Justice) มาร่วมเป็นผู้มอบรางวัลและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการหญิงทั่วโลกด้วย

“พวกเรามารวมตัวกันที่นี่เพื่อเฉลิมฉลองให้แก่สมาชิกทั้ง 30 ท่าน ของโครงการ Cartier Women’s Initiative ในปีนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการหญิงผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในหลายภาคส่วน เราได้เห็นแล้วว่าโครงการ Fellowship ไม่เพียงแต่ช่วยเร่งศักยภาพในเส้นทางอาชีพของผู้หญิงเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังสร้างสายสัมพันธ์ของผู้หญิงที่พร้อมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผ่านชุมชนอันทรงพลังแห่งนี้” อามัล คลูนีย์ ทนายหญิงด้านสิทธิมนุษยชนกล่าวสปีชปิดท้ายก่อนงานจะจบลง 

นอกเหนือจากการมอบรางวัลและทุนสนับสนุนทางการเงินแล้ว สมาชิกทั้ง 30 คนในโครงการนี้ยังได้เข้าร่วมหลักสูตร Fellowship เป็นระยะเวลาหนึ่งปีที่ครอบคลุมหลากหลายโอกาสอย่างรอบด้าน โดยมีการฝึกอบรมด้านการเป็นผู้ประกอบการเพื่อผลกระทบทางสังคม ร่วมกับสถาบันธุรกิจ INSEAD การพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงผู้นำ การฝึกอบรมธุรกิจที่ออกแบบเฉพาะบุคคล การโค้ชภาวะผู้นำระดับผู้บริหาร การสนับสนุนด้านความเป็นอยู่ที่ดี รวมทั้งการเข้าถึงชุมชนระดับโลกของ Cartier Women’s Initiative ได้ตลอดชีวิต ซึ่งครอบคลุมการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเพื่อนร่วมโครงการอย่างสม่ำเสมอ เวิร์กช็อป และแหล่งความรู้ต่างๆ

การส่งเสริมบทบาทของผู้ประกอบการหญิงของคาร์เทียร์จึงไม่ได้เป็นเพียงการมอบเงินทุนให้พวกเธอได้ดำเนินธุรกิจต่อไป แต่ยังสนับสนุนความรู้ ความสัมพันธ์ทางสังคม และชุมชนเพื่อนหญิงพลังหญิงที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจและเสริมสร้างทักษะความเป็นผู้นำของพวกเธอ 

โครงการ Cartier Women’s Initiative ยังคงเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการประจำปี 2027 จนถึงวันที่ 16 มิถุนายนนี้ เวลา 14:00 น. ตามเวลายุโรป (CEST) หรือเวลา 19:00 น. ตามเวลาในประเทศไทย การคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน บุคลากร และทุนทางสังคม เพื่อเร่งศักยภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจและทักษะความเป็นผู้นำ สำหรับผู้ประกอบการหญิงคนไทยที่สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าว สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.cartierwomensinitiative.com โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะมีการประกาศรายชื่อในปี 2027 และเชิดชูเกียรติในพิธีมอบรางวัลครั้งต่อไปของ Cartier Women’s Initiative ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

อ้างอิง

weforum.org/stories/2024/01/six-global-trends-in-female-entrepreneurship

oecd.org/en/publications/bridging-the-finance-gap-for-women-entrepreneurs_75b52972-en/full-report.html 

Writer

ตอนเด็กๆ อยากทำงานเขียนเพราะชอบอ่านหนังสือ ตอนโตอยากทำงานเขียนเพราะต้องการเงิน

You Might Also Like