96
April 23, 2026

หลังจาก ‘ทิม คุก’ ลงจากตำแหน่ง Apple กำลังเลือก ‘นักคิดค้นนวัตกรรมเปลี่ยนโลก’ หรือ ‘ผู้รักษาผลกำไรบริษัท’?

ตั้งแต่ปลายปี 2025 มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างใน Apple ว่า ทิม คุก ซีอีโอของบริษัทแจ้งกับผู้บริหารระดับสูงว่า เขาเหนื่อยล้ากับงานและต้องการลงจากตำแหน่ง Apple ก็เริ่มเร่งวางแผนสำหรับการสืบทอดตำแหน่งซีอีโอคนต่อไป

เดือนมกราคมปี 2026 สำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทมส์บอกว่า คนที่เป็นตัวเต็งในบริษัทคือ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ ผู้ดูแลทีม Mac และ iPad ซึ่งไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณะมาก่อน อาจจะไม่ได้ทำให้คนนอกรู้สึกตื่นเต้นกับเขามากนัก แต่ในขณะนั้นก็ยังมีแคนดิเดตอีกหลายชื่อในหมู่บอร์ดบริหารของ Apple

จนกระทั่งบริษัทได้ประกาศในวันที่ 20 เมษายน ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ทิม คุก จะย้ายไปรับตำแหน่งบอร์ดบริหาร และจอห์น เทอร์นัส จะรับช่วงต่อตำแหน่งซีอีโอในเดือนกันยายนนี้ 

เทอร์นัสก้าวสู่ตำแหน่งหัวเรือของบริษัทเทคโนโลยีที่มีผลกำไรมากที่สุดในโลกด้วยวัย 50 ปี เหมือนกับวันที่ทิม คุก ขึ้นสู่ตำแหน่งเมื่อปี 2011 หลังการเสียชีวิตของสตีฟ จอบส์ 

คำถามก้อนใหญ่ที่สาวกของ Apple มีต่อผู้บริหารมาตั้งแต่วันที่คุกเข้ารับตำแหน่งคือ เขาจะเป็นผู้สร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลกเช่นเดียวกับจอบส์ไหม? 

แม้ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา คุกจะทำให้ Apple เติบโตด้านผลกำไรกว่า 10 เท่าจากประมาณ 350 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นแท่นเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีผลกำไรมากที่สุดในโลก จนมีการนิยามว่า หากยุคของสตีฟ จอบส์ คือผู้สร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยี นำเสนอผลิตภัณฑ์แบบ iPhone เข้ามาปฏิวัติวัฒนธรรมการใช้สมาร์ตโฟนของผู้คน ยุคของทิม คุก ก็เป็นผู้สร้างผลกำไรให้ Apple ด้วยการขยายให้คนทุกกลุ่มใช้ iPhone จนยอดขายเติบโตขึ้นจาก 72 ล้านเครื่องสู่ 3 พันล้านเครื่องทั่วโลก 

ดังนั้น เมื่อช่วงเปลี่ยนผ่านผู้บริหารมาถึงอีกครั้ง คำถามท้าทายสำหรับ Apple ยังคงอยู่ นั่นคือพวกเขาต้องการผู้นำ ‘นักสร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลก’ หรือ ‘นักจัดการผลกำไรของบริษัท’? ท่ามกลางปัญหาใหญ่สองเรื่อง คือ การแข่งขัน AI ที่พุ่งทะยานรวดเร็ว และต้นทุนการผลิตของ Apple ในจีนที่เสี่ยงกับประเด็นภาษีและสถานการณ์การค้าโลก

“จอห์นจะต้องหาทางทำให้ Apple สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ ‘สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่โลก’ ให้ได้อีกครั้ง” คาเมรอน โรเจอร์ส (Cameron Rogers) ผู้เคยทำงานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ของ Apple ตั้งแต่ปี 2005-2022 กล่าว “บริษัทใหญ่ๆ น่ะไม่ตายหรอก แต่พวกเขาจะกลายเป็นบริษัทที่ไร้ความหมายแทน หากไม่เชื่อมโยงกับยุคสมัย”

สำหรับคนนอกย่อมไม่มีใครรู้จักเทอร์นัสมาก่อน เขาไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะตลอดการทำงานในซิลิคอนแวลลีย์มากนัก เทอร์นัสเรียนจบด้านวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย หลังจากเรียนจบได้ 4 ปี เขาได้ออกแบบชุดหูฟังและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี VR หลังจากนั้นเขาได้เข้าทำงานกับ Apple โดยเริ่มทำงานด้านหน้าจอสำหรับ Mac ในช่วงที่บริษัทกำลังเปลี่ยนผ่านจาก iMac สีสันสดใสในช่วงปลายทศวรรษ 1990

เทอร์นัสไต่เต้าจากทีมออกแบบผลิตภัณฑ์มาสู่ผู้บริหารด้านฮาร์ดแวร์ เขาเป็นคนสำคัญที่เสนอให้เพิ่มฟังก์ชั่นเลเซอร์กล้องที่ช่วยทำงาน VR ได้ดีขึ้นใน iPhone Pro Max รวมทั้งการเป็นผู้นำผลักดันให้เกิด iPhone Air และการเปลี่ยนให้ Mac สร้างชิปของตัวเองแทนการใช้ชิปของ Intel ในปี 2020 พร้อมกับการมีส่วนร่วมในทีมทดลองโทรศัพท์พับได้ของ Apple ด้วย

ส่วนในบรรดาเพื่อนร่วมงานที่ Apple ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เทอร์นัสเป็นวิศวกรและผู้บริหารที่ใจเย็น ใส่ใจในรายละเอียด สามารถจัดการระบบทำงานที่มีลำดับขั้นตอนเทอะทะใน Apple โดยไม่สร้างความขัดแย้งได้ ที่สำคัญคือเขารู้กระบวนการทำงานของซัพพลายเออร์ในจีน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาโรงงานอาจผลิตสินค้าไม่ตรงตามความคาดหวังของบริษัท คุณสมบัติสำคัญอีกอย่างคือ เทอร์นัสสามารถรักษาสมดุลระหว่างการเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ ให้กับโปรดักต์ของ Apple ควบคู่ไปกับการควบคุมผลกำไรด้วย

ไมค์ สเลด (Mike Slade) ผู้เคยเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดของสตีฟ จอบส์ในช่วงปี 1998-2004 กล่าวว่า การที่บริษัทเลือกเทอร์นัสเป็นผู้บริหารเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ในสถานการณ์ท้าทายเช่นนี้ Apple จำเป็นต้องเลือกคนที่เข้าใจวัฒนธรรมของบริษัท และที่สำคัญคือต้องเป็นคนที่รู้ว่าฮาร์ดแวร์ประกอบขึ้นมายังไง ครั้งนี้ยังถือเป็นการเลือกผู้บริหารที่มาจากฝ่ายฮาร์ดแวร์ในรอบ 15 ปีด้วย

“Apple เป็นบริษัทสุดท้ายแล้วล่ะมั้งที่มีคนมีความรู้ความสามารถในการสร้างคอมพิวเตอร์” สเลดกล่าว “ถ้าคุณรู้เรื่องนั้น คุณจะมีสัญชาตญาณที่เหนือกว่าในการรู้ว่าอะไรเป็นไปได้ นั่นคือที่มาของสิ่งประดิษฐ์สุดล้ำอย่าง iPod และ iPhone ” 

แต่คำถามที่ใหญ่ที่สุดที่เทอร์นัสเผชิญอยู่คือ จะทำยังไงกับ AI?  เพราะในสนามแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ตอนนี้ Apple ได้แต่เฝ้ามองจากข้างสนาม ในขณะที่คู่แข่งทุ่มเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี แม้ว่า Apple จะเป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมอย่าง Siri มาก่อนใคร แต่นับถึงตอนนี้ Siri ก็ได้รับการปรับปรุงอย่างล่าช้าและล้มเหลว

อเล็กซ์ เซนลา (Alex Zenla) ผู้ร่วมก่อตั้ง Edera สตาร์ทอัพด้านความปลอดภัยของคอนเทนเนอร์และ AI กล่าวว่า จุดแข็งของ Apple ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือฮาร์ดแวร์ และเทอร์นัสก็เป็นผู้ดูแลการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์หลายอย่าง ทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างมาก 

“หาก Apple ต้องการโดดเด่นด้วยปัญญาประดิษฐ์ ฮาร์ดแวร์จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ และท้ายที่สุดแล้ว ส่วนตัวเชื่อว่าการลงทุนครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ” เซนลาอธิบาย 

แต่สเลด อดีตที่ปรึกษาของจอบส์คิดเห็นว่า AI ไม่ใช่ประเด็นหลักของ Apple เพราะในมุมของเขา จุดแข็งของบริษัทคือการสร้างฮาร์ดแวร์ที่ AI ทำงาน และการจะแก้ไขปัญหานี้ได้ “คุณต้องมีวิศวกรอยู่ระดับบนสุดของบริษัท” 

ความท้าทายอีกอย่างคือ เทอร์นัสมีประสบการณ์จำกัดเกี่ยวกับประเด็นนโยบายและการดูแลบริษัทท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมือง เพราะ Apple มีฐานผลิตที่จีน แต่โดนัลด์ ทรัมป์ มักมีนโยบายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ในการขึ้นภาษีกับคู่แข่งอย่างจีน ทิม คุกจำเป็นต้องก้าวขึ้นมาเป็น ‘นักการทูต’ ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ด้วยการติดต่อไปยังทำเนียบขาว และเดินทางไปจีนเป็นประจำ เพื่อพยายามบริหารบาลานซ์ทางการเมือง และในแถลงการณ์ของ Apple ยังระบุว่า เมื่อคุกขยับตำแหน่งไปสู่ประธานกรรมการบริหาร “เขาจะเข้ามาช่วยดูแลในบางมิติของบริษัท รวมถึงการประสานงานกับผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก” 

“ผมเต็มไปด้วยความหวังและความเชื่อมั่นในสิ่งที่เราจะสามารถทำได้ในอีกหลายปีข้างหน้า” เทอร์นัสกล่าวในแถลงการณ์เปิดตัวผู้บริหารคนใหม่บนเว็บไซต์ของ Apple “ผมสัญญาว่าจะนำองค์กรด้วยคุณค่าและวิสัยทัศน์ที่ได้กำหนดเอกลักษณ์ของสถานที่พิเศษแห่งนี้มาตลอดครึ่งศตวรรษ” 

อ้างอิง : nytimes.com, geekwire.com, nytimes.com, nytimes.com

Writer

ตอนเด็กๆ อยากทำงานเขียนเพราะชอบอ่านหนังสือ ตอนโตอยากทำงานเขียนเพราะต้องการเงิน

You Might Also Like