Unthaitled
Unthaitled คาเฟ่ไทยแห่งแรกในปารีสที่เสิร์ฟชา กาแฟ และงานดีไซน์จากไทยให้ต่างชาติได้รู้จัก
ถ้าพูดถึงธุรกิจคนไทยในต่างแดน ร้านอาหารไทยและนวดไทยมักเป็นกิจการอันดับต้นๆ ที่เรามักนึกถึง ไม่แม้แต่คนไทยด้วยกันเอง แต่ยังรวมถึงต่างชาติที่จดจำชื่ออาหารไทยได้ขึ้นใจ และมีนวดแผนไทยไว้ในกิจกรรมเพื่อสุขภาพ
ขณะที่วัฒนธรรมอาหารของไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย วัฒนธรรมเครื่องดื่มกลับยังไม่เป็นที่รู้จัก จนเมื่อต้นเดือนตุลาคมปี 2024 ร้าน Unthaitled คาเฟ่ของคนไทยได้ถูกก่อตั้งขึ้น และเปิดประตูรับลูกค้าหลากหลายเชื้อชาติ ณ ย่าน Le Marais ของกรุงปารีส ภาพธุรกิจร้านค้าของคนไทยในต่างแดนในรูปแบบเดิมจึงเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นคาเฟ่ไทยโมเดิร์นที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติผสมผสานกัน
‘Cafe Thai Tea Gallery’ คือประโยคที่ Unthaitled ระบุเป็นเอกลักษณ์ของร้าน และแม้บนอินสตาแกรมจะบอกว่านี่คือคาเฟ่ชาไทย แต่ความจริงแล้วที่นี่ไม่ได้แค่มีชาไทยเท่านั้น เพราะยังมีทั้งกาแฟไทยรสชาติดีให้ลิ้มลอง นอกจากนั้นภายในร้านยังได้รับการตกแต่งเป็นแบบไทยร่วมสมัย ด้วยเฟอร์นิเจอร์และงานออกแบบจากศิลปินไทยและต่างชาติ
เมื่อได้เห็นของดีจากไทยถูกบอกเล่าในรูปแบบใหม่ เราจึงไม่รอช้าที่จะนัดพบโบตั๋น–ศศิวิมล สอนทรงศักดิ์ และกัน–กัณตวัฒน์ พงษ์ริยวัฒนา สองผู้ก่อตั้ง Unthaitled เพื่อชวนเขาทั้งสองเล่าถึงความเหมือนแต่แตกต่าง ตามประโยค ‘same same but different’ ที่ถูกเขียนไว้บนกระจกหน้าร้านและไบโอไอจี ตลอดจนสนทนาถึงที่มาที่ไปและชีวิตในต่างแดนของพวกเขาทั้งสอง


Unplanned Paris
โบตั๋นย้อนอดีต 19 ปีก่อนที่ได้โยกย้ายมาอยู่ปารีสว่า “ไม่เคยคิดมาก่อนนะว่าจะต้องมาใช้ชีวิตที่นี่ ไม่เคยมีในหัวเลย จนวันหนึ่งแฟนพี่ที่เป็น expat อยู่เมืองไทยโปรเจกต์หมด ก็เลยโยกย้ายมาอยู่กับเขาที่นี่”
“นี่ก็ไม่คิด ไม่คิดว่าจะมาเรียนที่นี่ด้วยซ้ำ ตอนที่คิดเรื่องเรียนต่อ ตอนนั้นมันมีหลายตัวเลือกมาเลย เพราะสายสถาปัตย์ ถ้าจะเรียนต่อมันก็จะมีที่อเมริกา อังกฤษ เยอรมนี ญี่ปุ่น แล้วฝรั่งเศสไม่ได้อยู่ในตัวเลือกเลย ซึ่งเราจบสาย urban design จากคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ และอยากเรียนต่อปริญญาโท อาจารย์ที่คณะจบจากฝรั่งเศสเลยแนะนำให้ลองมาศึกษาดูด้านการเรียนต่อสายสถาปัตย์ และ urban design ที่ฝรั่งเศส ส่วนตัวคิดว่าการเลือกมาเรียนต่อที่นี่ จะได้เรียนภาษาใหม่หรือภาษาที่สามด้วย ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ตอนนั้นเลยเลือกจากตัวเลือกที่แปลกใหม่แตกต่างจากคนอื่น” กันเสริมเรื่องราวของตัวเอง
หลังจากโบตั๋นย้ายมาอยู่ฝรั่งเศส เธอวางมือจากการทำงานประจำและก้าวเข้าสู่การเป็นแม่บ้านฟูลไทม์ ทำให้ชีวิตกว่า 19 ปีในฝรั่งเศสของเธอมีเพียงการดูแลงานบ้านงานเรือน และความชำนาญของการบริหารงานบ้านจึงนับว่าเต็มร้อย ในขณะที่เรื่องการทำธุรกิจมีเพียงศูนย์
“ก่อนจะมาทำตรงนี้เราเป็นแม่บ้านมาก่อน ประสบการณ์การทำงานที่มีคือของเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ไม่เคยทำธุรกิจและไม่เคยเป็นเจ้าของกิจการ จะเรียกว่าประสบการณ์ด้านนี้เป็นศูนย์เลยก็ได้ พอต้องมาทำร้าน มาเป็นเจ้าของธุรกิจเอง สำหรับเรามันบ้าเหมือนกัน ถามตัวเองอยู่ตลอดว่าจะรอดไหม” โบตั๋นบอก
ส่วนกันนั้น หลังเรียนจบเขาตัดสินใจอยู่ฝรั่งเศสต่อและเข้าทำงานเป็นสถาปนิกในบริษัทสถาปนิกฝรั่งเศส การตัดสินใจใช้ชีวิตต่อที่นี่ไม่เพียงทำให้เขาได้งานหรือได้รู้จักกับวัฒนธรรมการทำงานแบบคนฝรั่งเศสเท่านั้น แต่นั่นทำให้เขามีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบโปรเจกต์ใหญ่หลายงาน โดยเฉพาะโครงการออกแบบอาคารหมู่บ้านพักนักกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่ผ่านมา กันในฐานะสถาปนิกก็ได้ร่วมออกแบบด้วยเช่นกัน
“เมืองไทยกลับเมื่อไหร่ก็ได้ แต่กลับมาที่นี่กลับมายาก” เขาว่าอย่างนั้น
ถึงปารีสจะไม่ใช่ที่ที่พวกเขาอยากมาสร้างชีวิตตั้งแต่แรก ทว่ามาวันนี้พวกเขากลับใช้ชีวิตที่นี่มานานถึง 10 กว่าปี และยังได้เริ่มต้นทำธุรกิจเล็กๆ ขึ้นในเมืองแห่งนี้

Unbasic Thai
เมื่อบอกว่าที่นี่คือร้านที่นำเสนอวัฒนธรรมความเป็นไทย หลายคนอาจคิดว่าเป็นไทยดั้งเดิม แต่หน้าตาและคอนเซปต์ของ Unthaitled กลับไม่เหมือนธุรกิจหรือร้านไทยในต่างแดนที่เคยเห็น บรรยากาศของร้านโปร่งโล่งสะอาดตา ไม่มีหุ่นปูนปั้นแต่งชุดไทยยืนไหว้ต้อนรับหน้าร้าน และบานประตูหน้าต่างไม่ได้ถูกตกแต่งด้วยลายกนก
“same same but different ความหมายแบบกระชับมันคือร้านกาแฟนั่นแหละ แต่เป็นร้านกาแฟที่ไม่เหมือนใคร” กันเอ่ยอย่างภูมิใจอีกครั้ง
กันเล่าว่าในปารีสนั้นมีธุรกิจร้านกาแฟอยู่เยอะมาก หากแต่ไม่ค่อยแตกต่าง ซึ่งคำบอกเล่าของกันไม่เกินจริงนัก เพราะจากสถานีรถไฟผ่านจัตุรัสคนเมือง (Place de la République) มาจนถึงละแวกที่ตั้งของร้าน คาเฟ่ของคนปารีสแทบจะมีหน้าตาคล้ายกันหมด
“การตกแต่ง การออกแบบ ร้านเราจะไม่เหมือนกับร้านที่เห็นในละแวกนี้ อย่างเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นแบรนด์จากไทย ที่สำคัญคือวัตถุดิบของเรา อันนี้ไม่เหมือนเขาอยู่แล้ว เพราะกาแฟเราก็เป็นกาแฟไทย และถ้าเทียบกับร้านกาแฟที่ไทย เราว่าบางอย่างก็ยังมีความต่างกันอยู่ เช่นวัตถุดิบ บางอย่างที่ไทยใช้ไม่มีขายที่นี่ ซึ่งเราก็ต้องประยุกต์ใช้ แต่ก็ต้องปรับให้ได้รสชาติที่ใกล้เคียงกับรสชาติที่คนไทยเรากินมากที่สุด เหมือนอาหารไทย ร้านไทยที่นี่ก็ต้องประยุกต์วัตถุดิบเหมือนกัน” โบตั๋นอธิบาย
นอกจากนำเสนอวัฒนธรรมเครื่องดื่มของคนไทยอย่างชาและกาแฟให้ผู้คนได้รู้จักแล้ว พวกเขายังตั้งใจนำเสนองานดีไซน์ฝีมือคนไทยให้ต่างชาติได้เห็น โดยเลือกอิมพอร์ตเก้าอี้เฌยจากแบรนด์ Rumba Bor และนำเฟอร์นิเจอร์หินสังเคราะห์ของ QURV furniture มาตกแต่งร้านของพวกเขา ไปจนถึงเปลี่ยนกระจกหน้าร้านให้กลายเป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะของศิลปินไทยและเทศ และเปิดพื้นที่ภายในร้านบางส่วนเป็นป๊อปอัพสโตร์ ซึ่งจะมีทั้งแบรนด์แฟชั่นของคนไทยและเจ้าถิ่นปารีสสลับสับเปลี่ยนกันมา
“เราไม่ได้มองว่าที่นี่เป็นแค่ร้านกาแฟ เราอยากให้ร้านนี้เป็นเหมือนแกลเลอรี และมีความเป็นคอมมิวนิตี้ ในการออกแบบเลยออกแบบให้พื้นที่มันปรับเปลี่ยนได้ตลอด ตอนนี้ด้านหลังก็จะมีป๊อปอัพแบรนด์เสื้อผ้าของเพื่อนๆ ที่รู้จักมาวาง เดี๋ยววันเสาร์นี้เพื่อนก็จะมาเปิดตัวหนังสือ เราก็ให้เขามาใช้พื้นที่ของเราในการจัดงาน ที่เป็นแบบนี้เพราะเราชอบเข้าสังคมด้วย ร้านมันเลยมีความเป็นเรา มันคือ personal character ของเราอยู่เหมือนกัน” กันอธิบายความแตกต่างอีกครั้ง


พวกเขาไม่ได้มองลูกค้าเป็นเพียงผู้บริโภคที่มาแล้วไป แต่ยังสร้างความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ตลอดจนใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการทักทายด้วยรอยยิ้ม และแนะนำเมนูด้วยความเอาใจใส่
กันบอกว่า “ยิ้มเป็นเหมือนประตูหน้าต่างบ้าน มันเหมือนกับการต้อนรับแขกที่มาเยือน เหนื่อยแค่ไหน เจอสถานการณ์ที่แย่แค่ไหนก็ต้องยิ้มรับ การที่เราอยู่ในสังคมไทยมา การเป็นคนไทยทำให้เรามีสกิลนี้ติดตัว”
“สิ่งสำคัญที่สุดของการทำร้านคือการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เรื่องสินค้าของเรา เรามั่นใจอยู่แล้วว่ามันจะขายได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเราปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ายังไง เราบริการยังไง คือเราจะพูดและอธิบายให้เขาฟังเกี่ยวกับสินค้าของเรา มีปฏิสัมพันธ์ ทักทายทุกคนที่เดินเข้ามา บางคนอาจจะไม่ได้อินกับเครื่องดื่ม แต่เขาชอบไวบ์ที่เป็นมิตรและคุยสนุกของเรา หรือความบ้าๆ บอๆ ของเรา พอเป็นแบบนี้เขาก็กลับมาซ้ำ
“เหมือนตัวเรา เวลาไปกินกาแฟร้านเดิมๆ ก็เพราะชอบคนที่นั่น กินกาแฟอาจจะไม่ได้อะไรเท่าไหร่หรอก แต่ชอบคน ชอบไวบ์ ชอบเวลาที่ได้สัมผัสกับความน่ารักๆ เราก็เลยอยากให้คนที่มาร้านเรารู้สึกแบบเดียวกับเวลาเราไปที่อื่น” โบตั๋นเสริม
แม้จุดแข็งของ Unthaitled จะว่าด้วยความแตกต่าง ทว่าการทำธุรกิจร้านกาแฟที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อในย่านมีกาแฟและเครื่องดื่มให้ได้เลือกหลากหลาย หมายความว่าคู่แข่งของพวกเขาก็ไม่น้อยไปกว่ากัน
กันบอกว่า “เราก็ต้องพยายามทำการตลาดเพื่อให้คนรู้จัก ซึ่งบอกตามตรงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งฝรั่งเศสที่มีวัฒนธรรมการดื่มแข็งแรง ยิ่งยากมาก แต่ด้วยเราเข้าใจไลฟ์สไตล์คนที่นี่ว่าเป็นยังไง เราเลยเอามาปรับกับเมนู ใช้กับการคิดเมนูต่างๆ ของเราได้
“อย่างชาไทยที่นี่กับชาไทยที่ไทยก็จะไม่เหมือนกัน เพราะคนที่นี่เขาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมาก หวานเกินไปเขาก็ไม่กิน ถ้าจะให้เป็นรสชาติแบบที่ไทยจ๋าๆ อาจจะขายได้ยาก เราก็มาปรับสูตรใหม่ เติมนั่น ผสมนี่ ออกมาเป็นรสชาติชาไทยในแบบของเราเพื่อให้ถูกปากคนที่นี่”
“ชาไทยมีบ้างตามร้านอาหารไทย แต่มันเป็นแค่การถูกแทรกอยู่ในร้านอาหารไทยเท่านั้น แต่ถ้าเป็น Thai specialty coffee และชาไทยแบบนี้ ที่ฝรั่งเศสยังไม่มีใครทำมาก่อน จะมีก็แต่ coffee shop ของคนฟิลิปปินส์” โบตั๋นเสริม

Unalone Journey
ความยากไม่ใช่แค่เพราะปารีสมีวัฒนธรรมการดื่มที่เข้มแข็ง หรือเครื่องดื่มไทยคือของใหม่แห่งดินแดนนี้ โบตั๋นบอกว่าการเป็นคนเอเชียเองก็มีข้อเสียเปรียบ และหากไม่มีคอนเนกชั่นและเพื่อนฝูงที่สั่งสมมาสิบกว่าปี ธุรกิจของพวกเขาอาจไม่สามารถยืนอยู่ได้จนถึงตอนนี้
“เปิดเดือนแรกลูกค้ามีแต่เพื่อนและคนรู้จัก หลายๆ ร้านในปารีสก็เป็นเพื่อนกัน ร้านกาแฟแถวนี้กินมาหมดแล้ว เราเริ่มจากการเป็นลูกค้าเขามาก่อน เริ่มจากการเล่าเรื่องราวชีวิตว่าเรามีแพสชั่นอยากทำร้านกาแฟ เอากาแฟไทยมานำเสนอ มันมีความเป็นมาเป็นไป พอเขารู้ที่มาที่ไปและร้านมันเกิดขึ้นจริง เขาก็คอยซัพพอร์ต เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเรามีแพสชั่นกับกาแฟ
“สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจสำหรับเราคือการมีคอนเนกชั่น เพราะถ้าไม่มีตรงนี้ร้านของเราจะไปต่อได้ยากมาก การมีคอนเนกชั่นมันดีตรงที่เราได้มีที่ปรึกษา ได้ถามในสิ่งที่เราไม่รู้ เพราะเราไม่ได้เก่งตั้งแต่เริ่มต้น”
พวกเขายังเตรียมการทุกอย่างภายในเวลาเพียงสี่เดือนก่อนเปิดร้านจริง ทั้งต้องรื้อวิชาบาริสต้ากลับมาใหม่ด้วยการบินกลับไทยไปเรียนเพิ่ม ส่วนกันซึ่งเป็นสถาปนิกก็ต้องเร่งออกแบบร้านให้เสร็จภายในเวลาอันจำกัด นอกจากนั้นพวกเขายังต้องหาที่ปรึกษาด้านกฎหมายเพื่อปรึกษาเรื่องการทำธุรกิจร้านอาหารในปารีส ตลอดจนจัดการเอกสารและระเบียบที่เข้มงวดภายใต้ข้อจำกัดของเวลา
ซัพพลายเออร์กาแฟที่อยากนำเสนอให้เหล่าชาวปารีเซียงยังไม่ตอบรับ ด่านสานสัมพันธ์กับแบรนด์กาแฟไทยจึงเป็นอีกด่านที่พวกเขาต้องเอาชนะ
“ติดต่อเขาไปล่วงหน้า แล้วก็เล่ารายละเอียดโปรเจกต์ของเราให้เขาฟังคร่าวๆ ว่าคืออะไร เราตั้งใจอยากทำมันยังไง พอกลับไปก็นัดเจอกัน เขาก็เอากาแฟมาให้ลองชิมทุกแบบ ซึ่งเราก็ได้เลือกตัวที่ชอบและง่ายกับการทำแต่ละเมนูมา” โบตั๋นย้อนเล่า
การบอกเล่าสิ่งที่ทำอย่างตั้งใจและผูกสัมพันธ์ฉันมิตร ทำให้แบรนด์กาแฟไทยยอมเป็นคู่ค้า และในที่สุด Unthaitled ก็ได้นำกาแฟไทยมาเสิร์ฟได้อย่างที่ตั้งใจหวัง ณ คาเฟ่น้องใหม่ของกรุงปารีส
“จุดที่อยากเอากาแฟไทยมาทำให้คนที่นี่รู้จัก คือปารีสไม่มีใครรู้จักกาแฟไทยเลย พอบอกไปเขาก็ถามว่า ประเทศไทยมีกาแฟด้วยเหรอ เมืองไทยมีเมล็ดกาแฟด้วยเหรอ ปลูกได้ด้วยเหรอ แล้วก็ด้วยความที่เรารู้อยู่แล้วว่ากาแฟไทยเรามันอร่อย เพียงแต่ว่าคนที่นี่เขาไม่รู้จัก ก็เลยอยากเอามานำเสนอ” โบตั๋นเล่าถึง pain point กาแฟไทยในตลาดฝรั่งเศส
แม้ฟังดูเหมือนว่ากาแฟไทยกำลังเจอกับปัญหา ด้วยไม่เป็นที่รู้จักในกลุ่มต่างชาติ ทว่านี่กลับเหมือนเป็นโอกาสทางธุรกิจ และเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้กาแฟไทยได้ครองพื้นที่ในใจของต่างชาติ

Uncommon Community
“ปารีสมันคือหนึ่งในเมืองของโลกที่คนอยากมา ทุกคนอยากจะมาที่นี่สักครั้งในชีวิต คนเขามักจะเรียกปารีสว่าเป็น capital of Europe ถ้าเคยไปทั่วยุโรปมาก็จะเห็นว่าปารีสแทบจะเป็นเมืองเดียวเลยที่แตกต่างจากชาวบ้านเขา ทุกอย่างมันอยู่ที่นี่หมด
“ถ้าเทียบว่าไปเมืองอื่นในยุโรป กับไปปารีส คนก็จะว้าวกับการไปปารีส ภาพของหอไอเฟลมา สถาปัตยกรรมมา ในความรู้สึกของพี่ พี่รู้สึกว่าปารีสมันอิมแพกต์มาก” กันเอ่ยอย่างภูมิใจ
ลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามายัง Unthaitled ตั้งแต่เช้าถึงบ่ายแก่ไม่ใช่แค่ชาวปารีเซียง แต่มีทั้งจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไปจนถึงไทย ผู้ที่คุ้นชินและดื่มกินชาไทยกันเป็นเอฟเวรี่เดย์ดริงก์ แถมส่วนใหญ่ลูกค้าที่เดินเวียนเข้า-ออกก็ล้วนแต่เป็นต่างชาติ ซึ่งนั่นไม่ใช่ภาพที่ไม่คาดคิด เพราะพวกเขาคิดมาแล้วว่าผู้คนเหล่านี้นี่แหละที่จะเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก
“เรามองเห็นมาสักพักแล้วว่าเทรนด์วัฒนธรรมการกินของคนมัน globalization มากขึ้น สมัยก่อนมันอาจจะไม่ชัดขนาดนี้ แต่ตอนนี้คือฝรั่งนั่งคีบกิมจิ บางคนนั่งจกข้าวเหนียวทำคอนเทนต์ พวกนี้มันเป็นอะไรที่งงนะ และขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าของของเรามันมี potential วัฒนธรรมอะไรพวกนี้เป็นของที่เรามีอยู่ในมืออยู่แล้วแค่เราจะขายออกมายังไงให้น่าสนใจ”
บทสนทนาของพวกเราดำเนินมาจนถึงช่วงบ่ายของวัน ลูกค้าเริ่มหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อน แม้จะไม่เยอะจนล้นตัวร้าน ทว่าก็เต็มทุกที่นั่ง กันและโบตั๋นสลับกันทำหน้าที่อย่างไม่พักมือ ในขณะที่คนหนึ่งทำหน้าที่รับออร์เดอร์และแนะนำรายการเครื่องดื่ม ด้านหลังเคาน์เตอร์ก็ควบหน้าที่บาริสต้าอย่างขะมักเขม้น
“วันนี้เป็นวันธรรมดา คนก็จะประมาณนี้แหละ แต่ถ้าวันเสาร์-อาทิตย์ สักบ่ายสองก็เริ่มเยอะแล้ว วันนี้ถือว่าชิลล์ ช่วงอีเวนต์ก็จะแน่นมาก อย่างตอนแฟชั่นวีคที่ผ่านมาต้มชากันแทบไม่ทัน หมดไปเกือบ 20 เหยือก” กันเล่าย้อนถึงสถานการณ์ขายดีในช่วงอีเวนต์ใหญ่
ก่อนโบตั๋นจะเสริมว่า “Hello Merci กันตั้งแต่เช้าไปจนถึง 5-6 โมงทุกวัน ซึ่งมันดีนะ ถึงตอนนี้จะรู้สึกว่าเหนื่อยมาก แต่ก็รู้สึกว่าคุ้มมากด้วยเหมือนกัน มีอยู่วันหนึ่งลูกค้าเยอะมาก แล้วพี่ก็ทำกาแฟเยอะมาก เงยหน้ามาอีกทีกาแฟหมด กดไม่ออกแล้ว จากความเหนื่อยเลยกลายเป็นความสนุกมาแทน” โบตั๋นว่าพลางหันไปรับออร์เดอร์ลูกค้าชาวเอเชียสองคน พร้อมแนะนำเมนูชาไทยด้วยน้ำเสียงเริงร่า

Unlimited Growth
“ปีหน้ากลับมาอาจจะเห็นเป็นอีกรูปแบบ อาจจะมีสาขา 2, 3, 4 งอกขึ้นมา เพราะตอนนี้มันก็ยังแค่ 4 เดือนเนอะ มันยังเร็วไปที่จะบอกว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปทางไหน และถ้าอนาคตต้องขยายสาขาจริงก็คงอยู่แถวนี้ คงไม่กลับไทย” กันตอบพร้อมเสียงหัวเราะเมื่อถูกถามถึงอนาคตของ Unthaitled
“แต่ที่ไทยไม่มีแน่นอน หนึ่งเลยคู่แข่งเยอะและน่ากลัว จะเอาชาไทยปารีสไปสู่กับชาไทยที่ไทยเหรอ ตายเลยแบบนั้น แต่สำหรับที่นี่ร้านเรายังถือว่ามีโอกาสเติบโต แต่หลักคือตัวเราอยู่ตรงนี้ด้วยแหละ อยู่ตรงนี้เลยอยากทำตรงนี้ และเราก็เข้าใจกลุ่มลูกค้าตรงนี้ด้วย” โบตั๋นอธิบาย
เช่นเดียวกับคนอื่นที่ทำธุรกิจ เป้าหมายในอุดมคติมักคือการที่ธุรกิจงอกงามไปข้างหน้า กันและโบตั๋นเองก็เช่นเดียวกัน แต่เมื่อไม่สามารถเสกให้ธุรกิจโตได้ในเร็ววัน พวกเขาจึงใช้วิธีค่อยๆ สร้างและดูแล
“อนาคตเราก็มองไว้ว่าคงหาคนมาทำแทน เพราะอยากมีเวลาพักกันมากกว่านี้ แต่ตอนนี้เปิดมาได้แค่ 4 เดือนก็อยากให้มันมั่นคงกว่านี้ก่อน ตอนนี้เลยทำกันเองแค่สองคน ปลายทางเราก็อยากให้ร้านนี้มันเดินไปในทางที่ดีขึ้น ระยะเวลา 3 เดือนมันใหม่มาก ก็ต้องยอมอดทน เหนื่อยหน่อยไม่เป็นไร ก็ต้องสู้ ทุกอย่างคือความอดทน”
“เหมือนปลูกถั่วงอก ต้องมานั่งดูแลตลอด” กันเสริม
ก่อนโบตั๋นจะทิ้งท้ายว่า “พี่คิดว่าของของเรามีความสามารถที่จะขายได้อยู่แล้ว ลูกค้าที่เขาเข้ามาเขาก็เชื่อในสินค้าเรา เพราะเราคือคนไทย แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมีไอเดียที่จะทำไหม และจะทำมันออกมายังไง อย่างที่นี่เราจะเห็นแต่ร้านอาหาร ใครๆ ก็ทำร้านอาหาร พี่เลยอยากจะทำให้คนอื่นได้รู้จักของดีอื่นๆ ของไทย อยากทำให้มันดังในตลาดต่างประเทศ ที่ไม่ใช่แค่ตลาดไทย”
ขอบคุณภาพ Unthaitled