Stretch me Clinic
Stretch me Clinic คลินิกยืดคลายกล้ามเนื้อในเครือ Let’s Relax ที่ไม่เจ็บป่วยก็มากายภาพได้
ใครที่เป็นเหล่ามนุษย์ตัวตึงที่หมายถึงตึงคอบ่าไหล จากการนั่งทำงานนานหลายชั่วโมง หรือจะเป็นคนที่ปวดน่อง ตึงขาจากการออกกำลังกายหนัก เมื่อก่อนคงนึกถึงการไปนวดหรือเข้าโรงพยาบาลไปพบคุณหมอใช้เครื่องอัลตร้าซาวนด์ ใช้การช็อกเวฟมารักษาอาการตึงตามจุดต่างๆ เพราะในตอนนั้นยังไม่มีคลินิกยืดคลายกล้ามเนื้อเฉพาะทางให้เห็นมากนัก
จนกระทั่งการมาถึงของ Stretch me Clinic ที่ เอ็ม–ณรัล วิวรรธนไกร กรรมการบริหารของบริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักในฐานะผู้ก่อตั้ง Let’s Relax สปาและการนวดผ่อนคลายที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 28 ปีและเป็นสปาไทยเจ้าแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
เขาได้มองเห็นตลาดใหม่หลังจากวิกฤตโควิดที่คนไทยต้องปรับตัวไปทำงานที่บ้าน แต่ไม่ได้มีโต๊ะและเก้าอี้พร้อมเหมือนอย่างการทำงานในออฟฟิศ จนนำมาสู่การปวดคอบ่าไหล่ และเป็นออฟฟิศซินโดรมในที่สุด ประกอบกับเทรนด์ well-being ที่ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพกายและใจ แต่การทำกายภาพด้วยมือที่เป็น manual technique ยังไม่ค่อยแพร่หลายมากนัก
Stretch me Clinic จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะคลินิกกายภาพสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ไม่มีอาการเจ็บป่วยก็มาได้ แค่คุณอยากมีสุขภาพที่ดีขึ้น อยากมีการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวมากขึ้น ก็มาปรึกษานักกายภาพและนักวิทยาศาสตร์การกีฬา เขาจะช่วยจัดโปรแกรมการรักษาที่เหมาะสมและช่วยครีเอตท่า stretching หรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย
ในฐานะที่เราก็เป็นมนุษย์ออฟฟิศซินโดรมคนหนึ่ง จึงขอมาเยือน Stretch me Clinic เพื่อยืดคลายความตึงคอ บ่าไหล่ ไปพร้อมๆ กับการนัดสนทนากับเอ็ม ถึงแนวคิดในการทำธุรกิจยืดคลายกล้ามเนื้อที่เติมเต็ม well-being ในมิติของร่างกายให้กับชาวตัวตึงทุกคน

หลังจากคุณก่อตั้ง Let’s Relax แล้ว ไปเจอ pain point อะไรที่ทำให้สนใจทำธุรกิจเกี่ยวกับการยืดคลายกล้ามเนื้อ
เราเห็นว่าเมื่อประมาณปี 2562 ออฟฟิศซินโดรมกลายเป็นโรคยอดฮิตตั้งแต่มีโควิด เพราะทุกคนไม่ได้เตรียมบ้านให้พร้อมทำงานเหมือนอยู่ออฟฟิศ ไม่ได้มีโต๊ะทำงานที่ถูกต้อง ไม่ได้มีเก้าอี้นั่งทำงานที่ถูกต้อง อย่างโต๊ะที่ปรับให้ยืนทำงานได้ก็เป็นเทรนด์ที่เพิ่งมาฮิตกันเมื่อ 2-3 ปีหลังนี้เอง เก้าอี้ที่เป็นเออร์โกโนมิกส์หรือเก้าอี้ที่ถูกออกแบบตามหลักสรีระก็เริ่มขายดีช่วงโควิด เพราะว่าทุกคนทำงานจากที่บ้านก็จะเจอกับอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ทำให้คนเริ่มรู้สึกว่าต้องใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
เราก็มาคิดว่าทำยังไงให้การรักษาอาการเหล่านี้ดูทันสมัยมากขึ้น เราก็เลยเอานักกายภาพและนักวิทยาศาสตร์การกีฬามาช่วยกันครีเอต movement ท่ายืดคลายกล้ามเนื้อและท่ากายภาพแบบใหม่ๆ เพราะถ้าย้อนกลับไปประมาณ 6 ปีที่แล้ว เวลาพูดถึงกายภาพทุกคนจะคิดถึงภาพการเข้าโรงพยาบาลไปพบคุณหมอใช้เครื่องอัลตร้าซาวนด์ ใช้การช็อกเวฟหรือใช้เครื่องต่างๆ มารักษาอาการปวด แต่การทำกายภาพด้วยมือที่เป็น manual technique ยังไม่ค่อยแพร่หลาย
ซึ่งจากที่เราทำ Let’s Relax มาก่อน เราเชี่ยวชาญเรื่องของการเซอร์วิสอยู่แล้ว และอยากเอาเรื่อง wellness มาผสมผสานกับหลักการทางวิทยาศาสตร์มากขึ้นจึงทำเป็น Stretch me Clinic ขึ้นมา


คุณนิยามว่า Stretch me Clinic เป็นแบรนด์เกี่ยวกับอะไรและมีคอนเซปต์ยังไง
เราให้นิยามว่าเป็นคลินิกกายภาพสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ไม่มีอาการเจ็บป่วยก็มาได้ แค่คุณอยากมีสุขภาพที่ดีขึ้น อยากมีการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวมากขึ้น ก็มาปรึกษานักกายภาพและนักวิทยาศาสตร์การกีฬาของเราได้ เขาจะช่วย stretching หรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับคุณ
การยืดคลายกล้ามเนื้อด้วยตัวเอง แตกต่างจากการที่มีนักกายภาพและนักวิทยาศาสตร์การกีฬามาช่วยยืดยังไง
การที่มีผู้เชี่ยวชาญมาคอยให้คำแนะนำที่ถูกต้องก็เหมือนกับการมีเพื่อนคู่คิดที่รู้ลึกรู้จริงมาช่วยแก้ปัญหา พอเรายืดเองอาจจะรู้สึกว่ายืดได้แค่นี้คือสุดแล้ว แต่พอนักกายภาพมาช่วยอาจจะยืดได้มากขึ้น ก็จะทำให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้มากขึ้นด้วย
อีกอย่างคือในยุคนี้ที่เรามี Chat GPT มี AI ให้สามารถปรึกษาได้ แต่อาจจะไม่ถูกต้อง 100% เพราะนักกายภาพและนักวิทยาศาสตร์การกีฬาเขามีการเรียนรู้เฉพาะทาง ได้เจอ case study จริงๆ ที่เขาต้องใช้ประสบการณ์มาปรับการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน
อย่างบางคนบอกว่าวิ่งแล้วรู้สึกว่าปวดเข่าขวา พอไปปรึกษา AI อาจจะแนะนำว่าหลังออกกำลังกายให้ประคบน้ำแข็งช่วยบรรเทาได้ แต่ความจริงมันต้องดูตามอาการที่ลึกไปกว่านั้น หรือบางคนนั่งทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวันแล้วมีอาการกล้ามเนื้อ ก็ต้องมาดูว่ากล้ามเนื้อตรงไหนที่อักเสบ และจะยืดคลายกล้ามเนื้อนั้นยังไง

ความยากหรือความท้าทายในการทำธุรกิจนี้ช่วงแรกๆ อยู่ที่ตรงไหน
ตอนนั้นคอนเซปต์ของ Stretch me ค่อนข้างใหม่ คนยังไม่เข้าใจว่าการยืดคลายกล้ามเนื้อคืออะไร แต่จะชอบคิดว่ามีแค่คนที่ป่วย แล้วผ่านการผ่าตัดเท่านั้นที่ต้องไปทำกายภาพ เพื่อฟื้นฟูร่างกาย เพราะเมื่อก่อนโรงพยาบาลมักมีแต่ผู้ป่วยที่ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง
เราเลยเปิดตลาดใหม่สำหรับการกายภาพผู้ป่วยที่มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อในระดับน้อยจนไปถึงระดับกลาง เพราะปัญหาพวกนี้บางทีเป็นแล้วมันสะสม แค่คุณปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ก็ควรเริ่มเข้ามาทำกายภาพ มายืดคลายกล้ามเนื้อ เพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบาได้
และช่วงแรกคนจะรู้สึกว่าการยืดคลายกล้ามเนื้อมันต่างจากการนวดยังไง เพราะการนวดก็แก้ปัญหาปวดเมื่อยได้ แต่ที่ Stretch me เราเน้นเรื่องของ performance driven หรือการทำยังไงก็ได้ให้เราสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการเล่นกีฬาต่างๆ เราก็จะดูในทุกส่วน
เพราะร่างกายของเราทุกอย่างมันเชื่อมกันหมด บางคนอาจจะรู้สึกว่าเราปวดไหล่นะ แต่ทำไมมารักษาแล้วนักกายภาพไม่มาเน้นที่ไหล่ นั่นเพราะเขาดูว่าบางทีการที่คุณปวดไหล่ เส้นมันยึดมาจากการนั่งไขว่ห้าง คุณต้องคลายตรงน่อง ตรงขาก่อน ถึงจะค่อยไปโฟกัสที่ตรงบ่า

กลุ่มลูกค้าที่มาหาคุณมักจะมีปัญหาอะไรบ้าง
กลุ่มแรกคือลูกค้าที่ใช้ชีวิตทำงานแบบ work from anywhere มักจะมีปัญหาเรื่องปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะปวดคอบ่าไหล่เป็นอาการยอดฮิตเลย
กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มนักกีฬา หลายๆ คนเป็นนักวิ่งมาราธอน ตีกอล์ฟ และเล่น Hyrox อาการที่เจอบ่อยมักเกิดจากการวอร์มออกออกกำลังกายไม่เพียงพอ ยืดหลังออกกำลังกายไม่เพียงพอ บางทีเราคิดว่ายืดสุดแล้ว แต่มันอาจจะยังไม่มากพอดที่ทำให้คลายกล้ามเนื้อได้ และบางคนอาจจะออกกำลังกายหนักเกินกว่าที่ร่างกายจะทำไหว ก็เกิดการปวดเมื่อยสะสม แต่พอมายืดคลายกล้ามที่นี่หลายคนก็พูดว่าวิ่งได้ดีขึ้น ตีกอล์ฟได้ไกลขึ้น
กลุ่มที่ 3 คือ traveler หรือนักเดินทาง คือคนที่ต้องเดินทางบ่อย นั่งท่าเดิมนานๆ รวมถึงบางอาชีพที่ต้องทำอยู่ในท่าเดิมนานๆ เช่น หมอฟัน เชฟ เขาจะใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมจนเกิดอาการปวดหรือบางคนถึงขั้นอักเสบ เราก็เลยมีโซลูชั่นช่วยคลายกล้ามเนื้อให้
กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะว่าประเทศไทยมีประชากรสูงอายุเยอะมากขึ้น สิ่งที่เขาขาดคือการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อต่างๆ แม้แต่ผู้สูงอายุที่เป็น active senior ที่ชอบไปออกกำลังกาย ยังออกไปทำกิจกรรมสันทนาการกับกลุ่มเพื่อน ก็ยังขาดการเคลื่อนไหวกล้ามในเนื้อบางส่วน

Stretch me มีบริการอะไรที่รักษากลุ่มลูกค้าเหล่านั้นได้บ้าง
เราแบ่งเป็น 3 โปรแกรม มี Office Stretch สำหรับคนเป็นออฟฟิศซินโดรม มีปัญหาท่อนบน คือปวดตั้งแต่เอวไปจนถึงศีรษะ มีโปรแกรม Sporty Stretch สำหรับนักกีฬา ส่วนใหญ่จะเน้นขา ตรงต้นขาและน่อง โปรแกรมสุดท้ายคือ Traveler Stretch สำหรับนักเดินทาง คือคนที่ทำอะไรท่าเดิมนานๆ ก็จะปวดทั้งท่อนบนและท่อนล่าง
แต่เรายังมีการทำ Customise Stretch คือปรับโปรแกรมให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน อย่างบางคนทำงานออฟฟิศ แต่มีปัญหาท่อนล่างตรงขาเยอะ เพราะว่า 9 โมงถึง 5 โมงเขาทำงานออฟฟิศ แต่หลังเลิกงานเป็นคนที่ออกกำลังกายหนักมาก ถ้ารักษาโปรแกรม Office Stretch อาจจะแก้อาการที่เป็นได้ไม่ครบถ้วน เราก็ต้องมาคุยกันว่าไลฟ์สไตล์คุณเป็นยังไง และต้องเข้ามาตรวจดูว่าอาการบาดเจ็บหรืออาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาจากอะไร จะได้ออกแบบโปรแกรมได้เหมาะสม

ในมุมของคุณคิดว่าตอนนี้เทรนด์ well-being เติบโตไปในทิศทางไหน
เราอยู่ในยุคที่ทุกคนมองหา longevity อย่างการฟื้นฟูหรือดูแลตัวเองให้แข็งแรง ทั้งเรื่องของร่างกาย อย่างการออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3-4 วัน กินอาหารที่ดี และเรื่องของจิตใจ ใช้ชีวิตให้ work-life balance เหมาะสม ไม่เครียดเกินไป สภาพแวดล้อมที่อยู่ก็สำคัญ อย่างบางคนอาจจะเป็นคนที่ดูแลสุขภาพดีมากแต่มาอยู่ใน office environment ที่ไม่ดี เช่น ต้องทำงานดึกๆ ดื่นๆ ทำให้ work-life balance ของเขาเปลี่ยนแปลงไป จากคนที่สุขภาพดีก็กลายเป็นสุขภาพเสีย จากการกินอาหารดึก ไม่มีเวลาออกกำลังกาย และนอนน้อย หรือถ้าพูดง่ายๆ คือคนสุขภาพดีก็กลายเป็นคนสุขภาพแย่ได้ ถ้าสภาวะแวดล้อมไม่ถูกต้อง
แล้วเดี๋ยวนี้เห็นคนรุ่นใหม่ใส่นาฬิกา Whoop ใส่ Apple Watch แล้วแชร์ผลจาก Whoop ในไอจีสตอรีว่าฉันนอนดีขึ้นนะ ฉันออกกำลังกาย วันนี้วิ่งไป 5 กิโลฯ วิ่งเพซเท่านั้นเท่านี้ เกิดเป็น healing is the new luxury ที่คนไม่ได้มาโชว์ของแบรนด์เนมอีกต่อไป แต่เรามาโชว์สุขภาพที่ดีให้เพื่อนได้เห็นแทน
และตอนนี้คนเน้น community based หรือออกกำลังกายเป็นกลุ่มกันมากขึ้น อย่างเทรนด์เต้นแอโรบิกสวนลุมตอนนี้กำลังฮิต ทำให้คนรู้สึกว่าฉันต้องไปลองเต้นดูสักรอบหนึ่ง

ธุรกิจของคุณตอบโจทย์กับเทรนด์ well-being ยังไงบ้าง
แน่นอนว่ามันมีศาสตร์หลายๆ อย่างที่ตอบโจทย์เทรนด์ well-being แต่คิดว่าไม่มีศาสตร์ไหนหรือที่ไหนที่ฟื้นฟูได้หมดทุกเรื่องได้ ต้องทำควบคู่กันไป อย่างบางคนสุขภาพกายดีมาก แต่สุขภาพใจไม่ดีก็ต้องหาหาโซลูชั่นที่ช่วยเรื่องนั้น
ส่วน Stretch me เราตอบโจทย์ด้านการฮีลลิ่งร่างกาย คนที่มีปัญหาเรื่องการใช้ร่างกายไม่เหมาะสม มีอาการปวดเมื่อย การยืดคลายกล้ามเนื้อก็ช่วยเติมเต็ม well-being ในมิติของร่างกายให้กับคุณได้

หลังจากนี้อยากเห็น Stretch me Clinic เติบโตไปในทิศทางไหน
Stretch me เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทสปาและ wellness เจ้าแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เราต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมสปาและ wellness ไทย ด้วยการต่อยอดเอาภูมิปัญญา หลักการทางวิทยาศาสตร์ และความเชี่ยวชาญต่างๆ มาส่งมอบเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า
เราแตกต่างจากเจ้าอื่นในตลาดด้วยเรื่องของ service mind และบรรยากาศของคลินิกในทุกมิติ ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส จะเห็นว่าตั้งแต่ก้าวเข้ามาเราไม่เหมือนโรงพยาบาลเลย ที่มีห้องตรวจสีขาวๆ แต่เราจะตกแต่งให้ดูเฟรนด์ลี่กว่า เพราะว่าเราอยากให้ลูกค้าที่ไม่ป่วยมาใช้บริการได้ เราอยากส่งเสริมสุขภาพของกล้ามเนื้อที่ดี ไม่ต้องรอจนถึงวัยที่ต้องกายภาพหรือมีอาการสาหัส คุณก็สามารถมา maintain ตัวเองให้สุขภาพดีได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
เราจึงมุ่งเน้นในการหานวัตกรรมใหม่ๆ หาเครื่องมือใหม่ๆ มาสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพื่อให้ Stretch me เป็นแบรนด์ที่ถูกพูดถึงเป็นอันดับต้นๆ ในฐานะคลินิกยืดคลายกล้ามเนื้อหรือคลินิกกายภาพ