นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

ยิ่งให้ ยิ่งได้

ความลับของฟ้าที่ว่าด้วยจุดร่วมของผู้ที่ประสบความสำเร็จและยิ่งใหญ่

‘ความลับของฟ้า’ ข้อนี้ พี่เล้ง–ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร แห่งบริษัท MFEC เคยเล่าผ่านปรัชญาโบราณและวิธีคิดในการดำเนินชีวิต โดยหมายถึงว่าใครรู้และเข้าใจถึงความลับนี้ ก็จะกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จหรือยิ่งใหญ่ในชีวิตได้ พี่เล้งเองก็เป็นคนที่ประสบความสำเร็จจากความลับนี้ในสายตาของผมและเป็นที่เคารพนับถือของคนที่ได้รู้จักพี่เล้งอย่างมาก

พี่เล้งเล่าว่า ในสังคมปกติจะมีคนอยู่ 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเรียกว่า ผู้ให้ (giver) กลุ่มที่สองเรียกว่าผู้เอา (taker) อีกกลุ่มคือ ผู้ที่ให้มาก็รับ รับมาก็ให้ (transactor) พี่เล้งบอกว่าถ้าไปลองวาดกราฟดู คนที่ประสบความสำเร็จมากๆ ในสังคมกับคนที่ล้มเหลวมากๆ ในสังคมมักจะเป็นผู้ให้ทั้งสิ้น

ที่ล้มเหลวเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะถ้าผู้ให้ไปอยู่ในดงของคนเอาแต่ได้แล้ว ก็คงจะรอดออกมายาก แต่ผู้ให้ที่อยู่ในฝั่งที่ประสบความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร…

พอฟังเรื่องนี้จบ ผมเลยนึกถึงเรื่องสามเรื่องที่เคยได้ยินขึ้นมา

เรื่องแรกเป็นเรื่องของคุณอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของ Land & Houses และธุรกิจขนาดยักษ์อีกมากมาย

คุณอนันต์เคยเล่าถึงการได้ที่ดินผืนงามในราคาที่ไม่แพงที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ Terminal 21 ว่าเกิดจากเมื่อก่อนหน้าจะได้ที่ดินผืนนี้หลายปี คุณอนันต์ได้ไปติดต่อซื้อที่ดินผืนหนึ่งจากเจ้าของคนหนึ่งแถวสีลม และได้บอกปากเปล่าว่าที่ดินสีลมนี้มีอัตราส่วนการสร้างที่ 4:1 จากความเป็นจริงในตอนนั้นแล้วก็เสนอราคาตกลงซื้อ-ขายกันเรียบร้อย   

เวลาผ่านไปไม่นาน มีการอนุมัติใหม่ให้ที่ดินผืนดังกล่าวมีอัตราส่วนใหม่ที่ 6:1 ทำให้คุณอนันต์ได้ประโยชน์มากขึ้นและคุณอนันต์เองก็ได้ซื้อที่ดินมาเรียบร้อยโดยไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรอื่นอีก แต่ด้วยความเป็นคุณอนันต์ คุณอนันต์ก็ถือเงินสดส่วนหนึ่งที่ได้จากกำไรที่เพิ่มขึ้น เอาไปให้เจ้าของที่ดินเดิม ซึ่งเจ้าของที่ก็งงๆ เพราะได้ขายขาดไปแล้วและก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนนั้น แต่ก็คงประทับใจในความแฟร์ของคุณอนันต์ 

อีกหลายปีต่อมา เจ้าของที่ดินคนเดิมซึ่งมีที่อยู่อีก 10 ไร่ตรงอโศก ก็ประกาศให้เช่าที่ระยะยาวโดยมีราคาเริ่มต้นในการประมูลไม่แพงมากและมีคนสนใจมาร่วมประมูลมากมาย แต่พอคุณอนันต์แสดงความสนใจในที่ดินผืนนั้น เจ้าของที่ก็ไม่ลังเลที่จะให้คุณอนันต์ในราคาตั้งต้นโดยที่ไม่ต้องประมูลแข่งกับคนอื่นอีก คุณอนันต์ก็เลยได้ที่ดินผืนงามมาทำ Terminal 21 ในปัจจุบัน เป็นอานิสงส์จากการกระทำในอดีตโดยแท้

เรื่องที่สองเป็นเรื่องของคุณตัน ภาสกรนที

คุณตันเล่าเรื่องหนึ่งถึงสมัยที่ขายของเบ็ดเตล็ด เทปคาสเซตต์ หนังสือ นิตยสารอยู่แถวท่ารถที่ชลบุรี ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่มาขึ้นรถที่แถวร้านคุณตันเพื่อไปกรุงเทพฯ

ปกติก็จะมีผู้ชายคนนึงชอบเดินเข้ามาเดินเล่นดูเทป ดูหนังสือฆ่าเวลาก่อนขึ้นรถไปทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วก็กลับมาตอนเย็นๆ เดินดูอีกรอบแล้วก็กลับบ้าน ไม่เคยซื้ออะไรในร้านเลยเพราะราคาเทปสมัยนั้นไปซื้อที่กรุงเทพฯ ถูกกว่า  

จนวันหนึ่งฝนตกหนัก ชายคนนี้เดินเข้ามาในร้านด้วยสภาพเปียกปอน ในมือถือเอกสารอยู่ปึกหนึ่ง คุณตันสังเกตเห็น ไม่ได้พูดอะไรแล้วก็ยื่นถุงพลาสติกลายการ์ตูนที่วางขายอยู่ให้ถุงนึง ผู้ชายคนนั้นก็ขอบคุณแล้วก็เดินออกไป

หลังจากนั้นคุณตันบอกว่า ชายคนนั้นกลับมาและซื้อเทปซื้อหนังสือจากร้านคุณตันทุกครั้ง ถึงแม้ราคาจะแพงกว่าที่กรุงเทพฯ จนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด

เรื่องที่สามเป็นเรื่องของ พี่สุรชัย พุฒิกุลางกูร อิลลัสเตรเตอร์อันดับหนึ่งของโลก  

พี่สุรชัยเคยเล่าเรื่องสมัยที่เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วไปรับงานเป็นล่ามในงานแสดงสินค้าศิลปะหัตถกรรมไทยที่นั่น พี่สุรชัยบอกว่าแกมีหน้าที่คอยอธิบาย (แบบงูๆ ปลาๆ) ให้คนญี่ปุ่นฟังถึงที่มาที่ไปของหัตถกรรมที่นำไปแสดงโชว์   

ในงานนั้นพี่สุรชัยสังเกตเห็นชายญี่ปุ่นแก่ๆ คนหนึ่งมาด้อมๆ มองๆ เดินดูงานแกะสลักช้างอยู่หลายวันและในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อ พี่สุรชัยก็เลยไปถามว่าทำไมถึงสนใจและซื้องานชิ้นนั้น ชายญี่ปุ่นคนนั้นซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นคุณครูโรงเรียน บอกพี่สุรชัยว่าที่ซื้อเพราะมาอยู่หลายวันและสังเกตคุณลุงคนไทยที่แกะสลักงานชิ้นนั้น แล้วรู้สึกว่าคุณลุงเป็นคนดีก็เลยคิดว่างานจะต้องดี ก็เลยซื้อ

พี่สุรชัยบอกว่า การมองงานศิลปะของคุณครูญี่ปุ่นนั้นเปลี่ยนโลกของพี่สุรชัยไปเลย คุณครูคนนั้นเชื่อว่า คนดีก็จะย่อมทำงานที่ดี เป็นวิธีคิดที่พี่สุรชัยคาดไม่ถึง และทำให้วิธีคิดนั้นติดอยู่ในหัวของพี่เขา จนไปประทับใจกับครีเอทีฟนิสัยดีคนหนึ่งแล้วยอมทำงานให้แบบแทบไม่คิดสตางค์เพราะอยากทำงานกับคนนั้น จนได้เป็นผลงานระดับสุดยอดของโลก (งาน Samsonite : Heaven and Hell) ที่ทำให้พี่สุรชัยแจ้งเกิดในเวทีระดับโลกได้อย่างงดงาม ด้วยความคิดที่ว่า คนดีย่อมทำงานที่ดี เป็นหลักในการทำงาน

ความลับของฟ้าที่พี่เล้งบอกก็คือว่า ถ้าผู้ให้ไม่ไปอยู่กับพวก taker หรือ transactor แต่กลับอยู่ท่ามกลางพวก giver ด้วยกัน โอกาสที่จะประสบความสำเร็จหรือทำอะไรได้เจริญรุ่งเรืองจะมีสูงมาก เพราะพวก giver ไม่ได้คิดแบบ zero-sum game ไม่ต้องมีเราชนะเขาแพ้ มีแต่ถ้าได้ต้องได้ด้วยกัน รวยด้วยกัน มีอะไรก็แบ่งปันกัน ยิ่งมียิ่งอยากแบ่ง กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จสูงในสังคม เป็นกลุ่มที่ส่งเสริมเกื้อหนุนกัน

ยิ่งให้ ยิ่งได้กลับมาก

เป็นความลับของฟ้าอีกข้อที่สอนให้เราต่อต้านแรงดึงดูดของความอยากได้ใคร่มี อยาก take เป็นความลับให้เราฝืนแรงโน้มถ่วงมาเป็นผู้ให้ในดงผู้ให้ ที่จะพาเราสู่สังคมและชุมชนที่เกื้อกูลกันในที่สุดนะครับ

Writer

หลายคนรู้จักเขาในฐานะผู้บริหารและนักการตลาดที่ฝากผลงานที่น่าสนใจในโลกธุรกิจไว้มากมาย ในอีกบทบาทเขายังเป็นคนช่างคิดช่างเขียน เจ้าของเพจ 'เขียนไว้ให้เธอ' ที่ตั้งใจบันทึกบทเรียนสำคัญให้ลูกสาวไว้อ่านตอนโต

Illustrator

บรรณาธิการศิลปกรรม Email: y.pongtorn@gmail.com

You Might Also Like