นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

‘โอม จงปัง’

6 แบรนด์ที่หวังสร้างยอดด้วยกลยุทธ์มูเก็ตติ้ง ในวันที่คนไทยกว่า 52 ล้านคนเชื่อเรื่องโชคลาง

‘ใส่เสื้อสีมงคลประจำวัน เปลี่ยนกระเป๋าตังค์ตามสีวันเกิด เปิดไพ่ทำนายดวงชะตา เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ให้มงคล’ 

สิ่งเหล่านี้แทบจะเป็นเรื่องปกติเพราะเรื่องโชคดวงและความศรัทธาแทบจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทย ยิ่งในปัจจุบันที่เศรษฐกิจฝืดเคือง สถานการณ์ทางสังคมย่ำแย่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจึงกลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและทำให้หลายคนผ่านเรื่องราวในแต่ละวันไปได้ เพราะหวังว่าวันพรุ่งนี้จะต้องปัง 

ไม่แปลกใจหากผลสำรวจพฤติกรรมคนไทยสายมูของบริษัท Lucky Heng Heng จะพบว่าคนไทยกว่า 52 ล้านคน หรือคิดเป็น 75% ของทั้งประเทศ เชื่อเรื่องโชคลาง และเน้นพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ โดยเฉพาะในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้เทรนด์มูเตลูมาแรงอย่างต่อเนื่อง จนดันให้ตลาดสายมูหรือ ‘มูเก็ตติ้ง’ ถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 5 เทรนด์การตลาดดาวรุ่งที่มาแรงที่สุด 

สอดคล้องกับข้อมูลของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการมูมีเงินสะพัดกว่า 10,000-15,000 ล้านบาท และโตขึ้น 10-20% ต่อปี ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่แบรนด์ต่างๆ จะจับประเด็นเรื่องการมูเตลูมาต่อยอดเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อดึงดูดใจลูกค้าและเพิ่มยอดขาย

แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นความเชื่อย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ในเมื่อแต่ละคนมีความเชื่อที่แตกต่างกันไป แบรนด์ไหนที่จะทำมูเก็ตติ้งจึงต้องศึกษาอินไซต์ของผู้บริโภคให้ดี โดยมีตัวอย่างการสำรวจพฤติกรรมของผู้คนที่น่าสนใจ จากสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) พบว่าในจักรวาลไทยมูนิเวิร์ส นิยมเชื่อเรื่องเทพ สี ตัวเลข และเครื่องรางเป็นหลัก และมักมูแบบไร้ข้อจำกัด คือเปิดกว้างเรื่องศาสนาหรือความเชื่อ พร้อมกราบไหว้บูชาและปฏิบัติตามเพื่อให้ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา

นอกจากนี้คนต่างเจเนอเรชั่นก็มีความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน และต้องใช้กลยุทธ์มัดใจที่แตกต่างกันออกไป เช่น

  • คน Gen X หรือคนในช่วง 43-58 ปี นิยมการมูตามธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาแต่รุ่นก่อน และมักขอพรในเรื่องสุขภาพ กลยุทธ์สำหรับคนเจนฯ นี้จึงเน้นไปทางการเติมพลังกาย พลังใจ และกิจกรรมที่คุ้นเคยอย่างการสวดมนต์ ไหว้พระ และทำบุญ 
  • เจนฯ Y หรือคนในช่วง 27-42 ปี มักเปิดกว้างให้ทุกความศรัทธา บูชาได้ทุกศาสนา และปฏิบัติตามได้ทุกความเชื่อ โดยโฟกัสไปที่เรื่องการงานและการเงิน กลยุทธ์เจาะใจคนเจนฯ  Y จึงควรเน้นไปที่การเปิดประสบการณ์มูแบบใหม่ๆ แต่ควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน เพราะเจนฯ นี้ชอบค้นหาและแชร์ข้อมูลกับคนรอบข้าง
  • เจนฯ Z หรือคนในช่วง 11-26 ปี ชื่นชอบการมูที่มีลูกเล่นและสีสัน เน้นเรื่องการงานและการเรียน กลยุทธ์ซื้อใจคนเจนฯ Z จึงต้องเป็นการมูแบบไม่ตะโกน คือของที่มูต้องดูดีมีสไตล์ ถ่ายรูปสวย และเสริมความมั่นใจได้ทั้งในชีวิตประจำวันและในโลกออนไลน์

จากเทรนด์สายมูที่มาแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคข้างต้น เห็นได้ว่าหลายๆ แบรนด์มีการเปิดตัวสินค้าและบริการ เพื่อเจาะตลาดสายมูกันมากขึ้น และเพิ่มลูกเล่นให้น่าสนใจจนเป็นที่ฮือฮาทันทีที่เปิดตัว วันนี้ Capital จึงขอมา Recap ถึงแบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์มูเก็ตติ้ง จัดเต็มทั้งสินค้าที่ไม่คิดว่าจะมาทางสายมูได้ ให้ได้มูกันตั้งแต่หลับยันตื่นกันเลยทีเดียว

1. หลับเต็มตื่น มูเต็มผืน ด้วยชุดผ้าปูเสริมดวงจาก ‘ซาติน’

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมาของเทรนด์สายมู ส่วนหนึ่งก็มาจากช่วงโควิด-19 ที่ผู้คนกังวลกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ทั้งเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพการเงิน และเรื่องการงาน ประกอบกับช่วงนั้นผู้คนก็หันมาอยู่บ้านกันบ่อยขึ้น ‘ซาติน’ แบรนด์เครื่องนอนที่อยู่คู่คนไทยกว่า 70 ปี จึงจับ pain point เหล่านั้น มาต่อยอดสู่การทำ ‘ชุดผ้าปูที่นอนเสริมดวง’

ด้วยความคิดที่ว่าการนอนที่ดีถือเป็นจุดเริ่มต้องของการมีสุขภาพที่ดี และชีวิตดีๆ จะตามมา โดยจับมือกับ ‘หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา’ หมอดูชื่อดังของไทยออกชุดเครื่องนอนเสริมดวงให้ปังของทั้ง 12 ราศี และทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายด้วยดีไซน์ ลวดลาย และสีสัน ที่ปรับให้เข้ากับห้องนอนทุกแบบ ทุกสไตล์ และชูเรื่องคุณภาพ

ด้วยกระแสตอบรับที่ดี จึงออกชุดที่นอนตามราศีคอลเลกชั่นใหม่ๆ ต่อเนื่องกันมาตลอด 4 ปีเต็ม ตั้งแต่ปี 2562-2566 พร้อมตั้งเป้าหมายว่าการบุกตลาดสายมูในครั้งนี้จะทำให้ซาตินเพิ่มยอดขายในแต่ละปีได้ถึง 40% 

2. อาบน้ำรีเฟรชดวง กับ ‘โชกุบุสซึ’ กลิ่นดิน น้ำ ลม ไฟ

ใครจะคิดว่าแม้แต่การอาบน้ำก็ช่วยเสริมดวงให้เราได้ โชกุบุสซึจับมือกับโลตัส จับอินไซต์ที่คนส่วนใหญ่รู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายเวลาได้อาบน้ำ มาผสมผสานเข้ากับหลักฮวงจุ้ย อย่างน้ำถือเป็นสิ่งชำระล้างที่ดี ส่วนธาตุเป็นตัวบอกอารมณ์และความรู้สึกของคน จนออกมาเป็น ‘โชกุบุสซึ จักรราศี’ ครีมอาบน้ำตามธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2567 นี้

และได้ผู้เชี่ยวชาญอย่าง ‘หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา’ มาช่วยคัดเลือกกลิ่นให้เหมาะสมกับคนแต่ละธาตุ ตามหลักทางโหราศาสตร์ โดยเลือกใช้กลิ่นตามธาตุของตัวเองหรือธาตุอื่นๆ ได้ เพราะแต่ละธาตุก็จะส่งผลดีไม่เหมือนกัน เช่น หากต้องการปรับสมดุลก่อนนอนให้เลือกใช้กลิ่นธาตุน้ำ หากต้องการปลุกความคิดสร้างสรรค์ให้เลือกใช้กลิ่นธาตุลม

ก่อนหน้านี้โชกุบุสซึมียอดขายอันดับ 1 ถึง 3 ปีซ้อน คาดว่าครีมอาบน้ำเสริมดวงน่าจะส่งผลดีต่อการรักษาอันดับไม่มากก็น้อย ส่วนฟากฝั่งโลตัส ด้วยการคอลแล็บกันเพื่อวางขายครีมอาบน้ำคอลเลกชั่นพิเศษนี้เฉพาะที่โลตัส ก็ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายทั้ง 2 ฝ่ายได้ดีทีเดียว

3. เสริมสิริมงคลกับบัตรแรบบิทมหาเทพจาก ‘แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์’

ถ้าใครเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในช่วงนี้น่าจะเห็นป้ายโฆษณาที่ติดโปรโมต ‘บัตรแรบบิทลายมหาเทพ’ ทั้ง 4 แบบ ซึ่งล้วนเป็นเทพที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ได้แก่ พระพิฆเนศ พระพรหม พระแม่ลักษมี และเจ้าแม่กวนอิม

บัตรนี้ไม่ได้มีวางขายที่ BTS เหมือนบัตรแรบบิทคอลเลกชั่นอื่น เพราะเป็นลายพิเศษที่ ‘แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์’ มอบให้ฟรีสำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีออมทรัพย์ดิจิทัล โปร-ฟิต และบัญชีออมทรัพย์คุ้มครองชีวิตเท่านั้น เพื่อหวังกระตุ้นให้คนมาเปิดบัญชีมากยิ่งขึ้น เป็นอีกสิ่งที่ทำให้เห็นว่าการตลาดสายมูมาแรงถึงขนาดที่ภาคธนาคารก็หันมาเล่นในตลาดนี้แล้วเช่นกัน

ถ้ามีโอกาสผ่านไปแถวหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ จะเห็นเหล่าคนโสดมาขอพรเรื่องความรักที่ศาลพระตรีมูรติจำนวนมาก ถึงขนาดที่วันธรรมดามีคนมาขอพรวันละ 800 คน ส่วนวันพฤหัสฯ เพิ่มสูงถึง 2,000 คน และคาดว่าคนจะเยอะที่สุดในวันวาเลนไทน์

ในปี 2565 ‘Tinder Thailand’ ได้มองเห็นโอกาสนี้และคอลแล็บกับเซ็นทรัลเวิลด์ออกแคมเปญ ‘LOVE destiNATION : Eat Play Love’ เพื่อให้เหล่าคนโสดมาปัดขวากันตรงลานเทพเจ้าได้ทันทีเพื่อหวังให้เห็นผลทันควัน

พร้อมจัดกิจกรรมแจกชุดไหว้ขอพรวันละ 100 ชุดทุกวันพฤหัสในเดือนกุมภาพันธ์และในวันวาเลนไทน์ เพียงแค่โชว์แอพฯ Tinder ในโทรศัพท์ ทำให้ในช่วงนั้นเราจะเห็นภาพคนต่อแถวรอไหว้พระตรีมูรติกันยาวเหยียดเลยทีเดียว

4. ปัดขวามูเรื่องรักกับ ‘ทินเดอร์ x พระตรีมูรติ’

ถ้ามีโอกาสผ่านไปแถวหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ จะเห็นเหล่าคนโสดมาขอพรเรื่องความรักที่ศาลพระตรีมูรติจำนวนมาก ถึงขนาดที่วันธรรมดามีคนมาขอพรวันละ 800 คน ส่วนวันพฤหัสฯ เพิ่มสูงถึง 2,000 คน และคาดว่าคนจะเยอะที่สุดในวันวาเลนไทน์

ในปี 2565 ‘Tinder Thailand’ ได้มองเห็นโอกาสนี้และคอลแล็บกับเซ็นทรัลเวิลด์ออกแคมเปญ ‘LOVE destiNATION : Eat Play Love’ เพื่อให้เหล่าคนโสดมาปัดขวากันตรงลานเทพเจ้าได้ทันทีเพื่อหวังให้เห็นผลทันควัน

พร้อมจัดกิจกรรมแจกชุดไหว้ขอพรวันละ 100 ชุดทุกวันพฤหัสในเดือนกุมภาพันธ์และในวันวาเลนไทน์ เพียงแค่โชว์แอพฯ Tinder ในโทรศัพท์ ทำให้ในช่วงนั้นเราจะเห็นภาพคนต่อแถวรอไหว้พระตรีมูรติกันยาวเหยียดเลยทีเดียว

5. ปลุกเสกการเงินให้ปัง เมื่อ ‘กสิกร’ ออกบัตรลายองค์เทพ

ในทุกวันนี้ที่เราสามารถกดเงินใช้บัตรผ่านแอพฯ ธนาคารได้แล้ว ทำให้บางคนเลือกที่จะไม่สมัครบัตรเดบิต จนมีรายงานว่าคนไทยใช้บัตรเดบิตลดลงปีละ 1.1%

แต่ในปี 2567 นี้เอง ‘กสิกร’ ก็แก้เกมด้วยการหยิบอินไซต์ที่คนไทยนิยมบูชาเทพกันมากขึ้น มาออก ‘บัตรเดบิตลายองค์เทพ’ ทั้ง 4 แบบ ไม่ว่าจะเป็นลายองค์พระพิฆเนศอวยพรให้งานเจริญรุ่งเรือง, ลายองค์ท้าวเวสสุวรรณอวยพรให้ร่ำรวยเงินทอง, ลายองค์พระแม่ลักษมีอวยพรให้ความรักสมหวัง และลายรวมองค์เทพอวยพรให้โชคดี

เพียงเปิดตัวไม่นานก็เรียกกระแสฮือฮาบนโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก และหลายๆ คนแชร์ไปในทิศทางที่ว่าจะกลับมาสมัครบัตรเดบิตอีกครั้งจากบัตรลายเทพนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าติดตามต่อว่าด้วยพลังแห่งมูเก็ตติ้งจะทำให้ยอดสมัครบัตรเดบิตของกสิกรปีนี้เพิ่มขึ้นหรือไม่

6. หน้าเคลือบทองด้วยกล่องทิชชูแก้ชง ‘ซิลค์’

พอขึ้นปีใหม่ทีไร สิ่งหนึ่งที่หลายคนชอบเสิร์ชหาคือ ปีนี้ปีนักษัตรอะไรชงบ้าง และตามมาด้วยการหาสถานที่แก้ชง หรือหาของมงคลมาประดับบ้าน แต่ของมงคลเหล่านั้นมักจะมีราคาสูง

ซิลค์ กระดาษทิชชูในเครือ BJC จึงทำให้การแก้ชงเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นพร้อมเพิ่มยอดขายให้ปัง ด้วยการวิจัยหากลุ่มลูกค้าหลักของตัวเองจนพบว่าเป็นกลุ่มแม่บ้านและผู้หญิงวัยทำงานที่ต้องการทิชชูคุณภาพดี สะอาด สัมผัสนุ่ม และพบว่าคนเหล่านั้นมีความเชื่อเรื่องปีชง

จึงได้ออกแบบลวดลายมงคลบนกล่องทิชชูเพื่อแก้ชงและเสริมดวง ออกมาต่อเนื่องถึง 3 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2560-2563  พร้อมดึงความเชื่อจากสิ่งศักดิ์สิทธ์ของจีนมาเสริมสิริมงคล เช่น ปี่เซียะที่เป็นสัตว์เทพมงคล และลูกท้อผลไม้ที่คนจีนเชื่อว่าจะทำให้อายุยืน ซึ่งมูเก็ตติ้งนี้ช่วยกระตุ้นยอดขายให้โตขึ้นในปีที่ซิลค์ออกสินค้าสายมูได้ถึง 29% เลยทีเดียว

อ้างอิง

Writer

นักเขียนที่อยากเปลี่ยนเรื่องธุรกิจให้เป็นเรื่องสนุก และมีแมวกับกาแฟช่วยฮีลใจในทุกวัน

Photographer

บรรณาธิการศิลปกรรม Email: y.pongtorn@gmail.com

You Might Also Like