128
September 22, 2026

PEACEMINUSONE ดอกเดซี่สุดขบถของ G-DRAGON ที่เป็นทั้งสตรีทแวร์สุดเท่และป๊อปคัลเจอร์บนแก้วน้ำฟาสต์ฟู้ด

แทบจะเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่เราจะเห็นศิลปินหรือดาราสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง

แต่จะมีศิลปินสักกี่คนที่สามารถสร้างแบรนด์ของตนเองให้ประสบความสำเร็จในตลาดได้ โดยชื่อเจ้าของและชื่อแบรนด์ผูกติดกันจนแทบแยกไม่ขาด PEACEMINUSONE ทำได้ถึงขนาดนั้น 

ถ้าพูดถึง PEACEMINUSONE ก็ต้องนึกถึง G-DRAGON หรือถ้าจะพูดถึง G-DRAGON ก็ต้องนึกถึง PEACEMINUSONE

เพราะภาพของแบรนด์สร้างการจดจำได้ดีทั้งในฐานะสินค้าที่แฟนคลับ G-DRAGON อยากซื้อเพื่อสนับสนุนศิลปินในดวงใจ ในขณะเดียวกันก็ยังโดดเด่นในฐานะสตรีทแวร์ที่สายแฟชั่นอยากมีไว้ประดับลุค 

สิ่งที่การันตีความสำเร็จได้มากกว่านั้น คงหนีไม่พ้นการที่ PEACEMINUSONE สามารถพาตัวเองไปร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกมากมายได้ตั้งแต่เริ่ม แตกไลน์ไปได้ทั้งเครื่องประดับ รองเท้า ของเล่น ไกลไปถึงแบรนด์อาหาร และแน่นอนโอกาสเหล่านี้ล้วนเกิดจากตัวตนของเจ้าของแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ และความตั้งใจในการทำแบรนด์ให้ทั้งสนุกและขบถ จนออกมาเป็น PEACEMINUSONE ที่ไม่เหมือนใคร

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับ G-DRAGON หรือไม่ เราก็อยากชวนคุณมาจับตามองการเติบโตต่อไปของ PEACEMINUSONE เพราะเราเชื่อว่าสิบปีที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น แต่ PEACEMINUSONE จะต้องก้าวต่อไปได้อย่างโดดเด่นในวงการแฟชั่นอย่างแน่นอน

ผลงานนอกห้องอัดและจุดเริ่มต้นของ PEACEMINUSONE

ย้อนกลับไปในปี 2013 สัญลักษณ์ของ PEACEMINUSONE ยังเป็นเพียงแค่ภาพปกอัลบั้ม COUP D’ETAT โซโล่อัลบั้มของ G-DRAGON เท่านั้น ภาพนี้ยังไม่มีชื่อเรียก และเป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งสันติภาพที่ถูกออกแบบมาให้ผสมกับชื่อ GD ของเขา

ใครจะเชื่อว่าสัญลักษณ์สันติภาพนี้จะถูกต่อยอดจนเติบโตกลายเป็นแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกในอีกไม่กี่ปีต่อมาหลังจากออกอัลบั้มไปแล้ว สองปีให้หลัง PEACEMINUSONE ก็ถูกใช้เป็นครั้งแรกในฐานะชื่อเปิดนิทรรศการศิลปะของ G-DRAGON ที่จัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะโซล (Seoul Museum of Art) นี่ไม่ใช่นิทรรศการศิลปะธรรมดาที่ขายเพียงเรื่องราวของ G-DRAGON และวง BIGBANG เท่านั้น แต่เจ้าตัวได้ร่วมงานกับศิลปินทั้งในและต่างประเทศจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยมากกว่า 200 ชิ้น ทั้งงานเพลง แฟชั่น และงานดีไซน์ ภายใต้ธีมที่ผสมผสานระหว่างโลกยูโทเปียและความผุพังในโลกแห่งความเป็นจริง

โดยชื่อ PEACEMINUSONE ก็ตั้งต้นมาจากธีมของงานที่เชื่อว่าสันติภาพคือสิ่งที่ทุกคนหมายปอง (PEACE) หากแต่การสร้างสันติภาพตามอุดมคติในโลกยูโทเปียบนโลกความเป็นจริงอาจไม่ง่ายอย่างนั้น (MINUS) ถึงอย่างนั้น โลกในอุดมคติและโลกความเป็นจริงต่างก็หลอมรวมกันเข้าเป็นหนึ่งอยู่ดี (ONE)

G-DRAGON ยังเคยอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า PEACEMINUSONE ก็คือตัวตนของเขาในทุกวัน คนที่มีภาพลักษณ์แตกต่างกันบนเวทีและหลังเวที คนที่มีทั้งวันที่สุดเหวี่ยงและวันที่เงียบเหงา เหตุผลเหล่านี้เองที่ทำให้เขาเลือกหยิบคำนี้มาใช้เพื่ออธิบายความเป็นตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ในวันที่ดอกเดซี่เริ่มบาน

นิทรรศการครั้งนั้นยิ่งทำให้ภาพของ G-DRAGON ในฐานะศิลปินชัดเจนขึ้น ไม่เพียงในด้านของการร้องเพลงหรือการเป็นแฟชั่นไอคอนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเป็นศิลปินที่ทำงานศิลปะ ส่วนผสมเหล่านี้จึงคาดการณ์ได้ไม่ยากเลยที่จะทำให้ G-DRAGON สามารถต่อยอดกิจกรรมของเขาให้ไกลออกไปจากแค่ห้องอัด ออกไปสู่ห้องเสื้อและรันเวย์  

ในปี 2016 G-DRAGON ได้จับมือกับจีอึนสไตลิสต์คู่บุญที่ทำงานร่วมกันใน YG Entertainment มายาวนานกว่า 20 ปี นำความสร้างสรรค์ในงานนิทรรศการที่เขาทำมาต่อยอดเป็นแบรนด์เสื้อผ้า และนี่เองคือครั้งแรกที่ PEACEMINUSONE ได้เปิดตัวในฐานะแบรนด์สตรีทแวร์

คอลเลกชั่นแรกของ PEACEMINUSONE ตั้งต้นมาจากสไตล์ที่คุ้นเคยและความเป็นตัวเองของ G-DRAGON โดยขายสินค้าที่ใส่ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น เสื้อยืด หมวก ที่สกรีนลายดอกเดซี่ที่มีหนึ่งกลีบหายไป สะท้อนความขบถของ G-DRAGON ซึ่งต้องการท้าทายภาพจำเก่าของดอกไม้ที่ต้องครบถ้วนสมบูรณ์ โดยดอกเดซี่นี้มาจากผลงานที่เขาเคยจัดแสดงในนิทรรศการเมื่อปี 2015 และกลายเป็นเอกลักษณ์และอีกหนึ่งภาพจำของแบรนด์มาตั้งแต่วันนั้น

เสื้อผ้าส่วนใหญ่ของแบรนด์จะเป็นแบบ one-size-fits-all โดดเด่นด้วยเชือกที่ผูกติดอยู่หลังเสื้อหรือสายหมวกที่ยาวกว่าปกติ และในทุกคอลเลกชั่นจะผลิตในจำนวนจำกัด มีเลขกำกับ สินค้าเลขสวยจึงกลายเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่เพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์

ด้วยความแปลกใหม่ และชื่อของ G-DRAGON ในฐานะศิลปินที่ใครๆ ก็ยกให้เป็นแฟชั่นไอคอน จึงไม่ใช่เรี่องน่าแปลกที่แบรนด์จะถูกจับตามองตั้งแต่เปิดตัว และในเวลาไม่นานแบรนด์ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดดังคาด ด้วยแรงสนับสนุนของแฟนๆ ที่เห็น  G-DRAGON ใส่เสื้อแบรนด์นี้ในชีวิตประจำวันและบนเวทีคอนเสิร์ต และจากคนรักแฟชั่นที่สนใจงานดีไซน์สุดจะเป็นเอกลักษณ์ จากหน้าร้านออนไลน์ ก็ขยับขยายกลายเป็นร้านป๊อปอัพในกรุงโซล ก่อนจะไปไกลถึงโอซาก้า ฮ่องกง และไมอามีในเวลาเพียงแค่หนึ่งปี

ก้าวสำคัญเริ่มต้นจากรองเท้าที่ใครๆ ก็อยากมี

การเติบโตอย่างรวดเร็วของแบรนด์ทำให้ PEACEMINUSONE ได้โอกาสร่วมงานกับแบรนด์สินค้าต่างๆ มากมาย และประสบการณ์เหล่านี้เองที่ทำให้ชื่อของ PEACEMINUSONE ยิ่งโดดเด่น และกลายเป็นที่จับตามองของเหล่าคนรักสตรีทแวร์

การร่วมงานที่จุดให้ PEACEMINUSONE กลายเป็นแบรนด์ที่มีกระแสแรงแบบฉุดไม่อยู่คงหนีไม่พ้นการร่วมกันออกแบบรองเท้าสุดคลาสสิกอย่าง Air Force 1 กับ Nike 

คอลเลกชั่นแรกของ PEACEMINUSONE กับแบรนด์กีฬาชื่อดังคือ Para-Noise เปิดตัวในปี 2019 เป็นการเปิดตัวคอลแล็บที่ใครๆ ต่างก็รอคอย เพราะนี่คือผลงานหลังจาก G-DRAGON หายไปเข้ากรมเกือบสองปี

การกลับมาในครั้งนี้ทำให้ Para-Noise กลายเป็นสินค้าที่ถูกจับตามองตั้งแต่มีข่าวลือเรื่องการร่วมงานกัน จนส่งผลให้ Air Force 1 คู่นี้เป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นรองเท้าที่ขายดีที่สุดในปีนั้น หลังจากเปิดขายไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ราคารีเซลก็พุ่งสูงถึง 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 130,000 บาท) จนทำให้ Nike ต้องต่อยอดคอลเลกชั่น Para-Noise เป็นเวอร์ชั่นที่สองและสามในตลอดช่วงปี 2019-2020

ด้วยผลตอบรับที่ดีเกินคาด PEACEMINUSONE จึงได้ร่วมงานกับ Nike อย่างต่อเนื่อง ทั้งในคอลเลกชั่น Kwondo-1 ที่ออกจำหน่ายในปีต่อมา ซึ่งเป็นรองเท้าที่ต่อยอดมาจากรองเท้ารุ่น Tiempo ออกแบบผสมกับรองเท้ากอล์ฟและสอดแทรกความเป็นเกาหลีเข้าไป 

และในปีนี้กับคอลเลกชั่น Cryoshot CTR360 เฉพาะสำหรับบอลโลกปี 2026 ที่ PEACEMINUSONE ได้เป็นตัวแทนของประเทศเกาหลีในการออกแบบครั้งนี้

รองเท้าในคอลเลกชั่นล่าสุดนี้ก็ยังขายหมดอย่างรวดเร็วหลังจากเปิดตัว และได้รับการชื่นชมว่าเป็นหนึ่งในงานออกแบบที่ดีที่สุดจากคอลเลกชั่นบอลโลก 2026 ด้วย

จากแบรนด์เสื้อผ้า สู่ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหาร

นอกจากร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Nike แล้ว PEACEMINUSONE ก็ได้โอกาสร่วมงานกับแบรนด์สายแฟชั่นและไลฟ์สไตล์อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงหลังมานี้สิ่งที่ทำให้แบรนด์แมสและสนุกไปอีกขั้น คือการกระโดดไปร่วมงานกับสินค้าหมวดอื่นๆ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม จนทำให้เราเห็นว่า PEACEMINUSONE เป็นแบรนด์ที่พร้อมลองและพร้อมจะพาตัวเองแตกไลน์ไปสู่อะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ

เพราะใครจะนึกว่าแบรนด์สตรีทแวร์สุดฮิประดับไฮเอนด์นี้จะยอมให้ชื่อของตัวเองไปแปะอยู่บนกระป๋องไฮบอล หรือบนแก้วน้ำอัดลมของแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดได้

การร่วมงานกับแบรนด์อาหารอย่างจริงจังของ PEACEMINUSONE เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2025 กับบริษัทเครื่องดื่ม Brewguru และร้านสะดวกซื้อ CU ของประเทศเกาหลีใต้ ร่วมกันผลิต PEACEMINUSONE Highball และแน่นอนเพียงแค่ 3 วันแรกที่วางขาย ไฮบอลของศิลปินชื่อดังก็หมดเกลี้ยงทั้ง 880,000 กระป๋อง และปีนี้ยอดขายก็พุ่งทะลุถึงสิบล้านกระป๋องไปแล้ว จนสามารถทำให้แบรนด์ต่อยอดไปขายในประเทศต่างๆ ได้ทั้งไต้หวัน ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา

ในเดือนกันยายนนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ PEACEMINUSONE ได้ร่วมงานกับแบรนด์อาหารระดับโลก โดยล่าสุดแบรนด์เองก็เพิ่งจะปล่อยแคมเปญพิเศษร่วมกับเชนฟาสต์ฟู้ดชื่อดังอย่าง McDonald’s ออกมา

โดยรูปแบบของการทำงานครั้งนี้คือ PEACEMINUSONE และ G-DRAGON จะเป็นตัวแทนของประเทศเกาหลี ส่งออกซอสพริกโคชูจังเนยสูตรพิเศษ เพื่อให้ 13 ประเทศในเอเชียไปออกแบบเมนูของตัวเอง โดยประเดิมเมนูเบอร์เกอร์พิเศษสองเมนูแรกในเกาหลี ได้แก่ เบอร์เกอร์ไก่ McCrispy Gochujang Butter และ McSpicy Gochujang Butter ควบคู่ไปกับการออกสินค้าร่วมกันไม่ว่าจะเป็นพวงกุญแจ หมวกแก๊ป ต่างหู กำไลข้อมือ และถุงผ้า

โดยการร่วมงานครั้งนี้เป็นการจับมือกันเพื่อเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ ซึ่งสนใจวัฒนธรรมเกาหลีทั้งป๊อปคัลเจอร์และอาหาร สองซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ดอกเดซี่ที่ผลิบานไม่รู้จบ

จากความสำเร็จที่ผ่านมา ทำให้เราพบว่า PEACEMINUSONE ไม่ได้เป็นเพียงแค่แบรนด์สตรีทแวร์อีกต่อไป

PEACEMINUSONE ในวันนี้ คือป๊อปคัลเจอร์ คือแฟชั่น คืองานศิลปะที่ขบถและบ้าบิ่น แต่สิ่งที่ตัวแบรนด์แบกไว้มากกว่านั้นคือการเป็นตัวแทนของประเทศเกาหลี

เพราะหากพูดถึงแบรนด์เกาหลีสักแบรนด์ เราเชื่อเลยว่า PEACEMINUSONE จะต้องติดหนึ่งในลิสต์ของใครหลายคนอย่างแน่นอน

ความสำเร็จนี้ยังยืนยันได้จากการที่แบรนด์กลายเป็นแบรนด์แฟชั่นยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของเกาหลีและอันดับที่ 17 ของโลกผ่านการจัดอันดับของ Fashion IP ประเทศจีนเมื่อปี 2025 โดยใช้เกณฑ์จัดอันดับจากแบรนด์แฟชั่นที่มีอิทธิพลต่อลูกค้า ยอดการค้นหาบนโลกออนไลน์ และยอดเอนเกจในโซเชียลมีเดีย

สิ่งที่ทำให้แบรนด์ยืนระยะได้โดยกระแสไม่มีตกแบบนี้คงหนีไม่พ้นแนวทางที่ว่า ไม่ว่าเราจะมอง PEACEMINUSONE ด้วยมุมมองของคนรักสตรีทแวร์ หรือมุมมองของแฟนคลับ แบรนด์ก็สามารถผสมสองสิ่งนี้ให้เข้ากันได้อย่างลงตัว และทำให้เราเชื่อเสมอว่าตัวตนของ G-DRAGON ทั้งในฐานะศิลปินและแฟชั่นไอคอนจะยังคงอยู่กับแบรนด์และพร้อมเปิดรับทุกโอกาสที่เข้ามา จนทำให้เราสามารถสนุกกับแบรนด์เรื่อยไปไม่มีเบื่อ

และต่อให้คุณจะไม่ได้เป็นทั้งสองอย่างที่กล่าวมา เราก็เชื่อว่าการได้มองดูก้าวต่อๆ ไปของ PEACEMINUSONE ก็คงเป็นเรื่องสนุกไม่แพ้กัน เพราะในวันข้างหน้าคุณก็จะได้เห็นโลโก้ดอกเดซี่นี้ไปบานอยู่ในแบรนด์ใหม่ๆ แคมเปญสนุกๆ และแตกไลน์เป็นสินค้าที่เราคาดไม่ถึงอีกแน่นอน

ที่มา


Writer

มีพี่น้องเป็นหมา 3 ตัว และพบว่าเพลงปลุกใจหาได้จากเพลย์ลิสต์ K-pop Daebak

You Might Also Like