‘outdoor cinema’ เมื่อผู้คนเบื่อรสชาติการดูหนังในโรง เทรนด์การดูหนังกลางแจ้งจึงกลับมา

สำหรับคอหนังการได้อิ่มเอมดูภาพยนตร์ดีๆ สักเรื่องในโรงหนังที่มีซาวด์กระหึ่มรอบทิศทาง เอนกายนั่งบนเก้าอี้ที่มีเบาะนุ่ม ปล่อยใจวางแขนบนพนักพิงตลอดเวลาสองชั่วโมง เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

ทว่าในยุคที่ผู้คนเบื่อความจำเจ การดูหนังในโรงภาพยนตร์กลับไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอีกต่อไป ทันทีที่ธุรกิจสตรีมมิงเข้ามาแทนที่ ผู้คนสามารถดัดแปลงบ้านให้กลายเป็นโรงหนังภาพยนตร์ขนาดย่อมได้ 

แต่อย่างที่หลายคนว่า อะไรก็ตามที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดย่อมกลับสู่สามัญ ในวงการภาพยนตร์เองก็เช่นกัน เมื่อเทรนด์ ‘outdoor cinema’ หรือ ‘การดูหนังกลางแจ้ง’ ที่มีมาตั้งแต่ปี 1897 กลับมาอีกครั้ง โดยมีวัฒนาการที่เปลี่ยนไปตามความซิวิไลซ์

จากสวนสาธารณะสู่ดาดฟ้า สวนสนุก ห้องสมุด ฯลฯ และมีทีท่าจะทลายกรอบจำกัดพื้นที่การฉายออกไปเรื่อยๆ 

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ว่า เราขอพาคอหนังไปสำรวจว่า อะไรทำให้เทรนด์ outdoor cinema ที่ดูจะเป็นเรื่องของอดีตกลับมาคึกคักอีกครั้งในยุคนี้ 

เพราะระยะห่างจึงทำให้เราได้กลับมาพบกับ outdoor cinema

อย่างที่รู้กันดีว่า ในปี 2020 ซึ่งเป็นจุดเช็กพอยต์ที่สตรีมมิงเข้ามามีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ ก่อนที่โควิด-19 จะซัดเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ที่จนทำให้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก

คนร้อยทั้งร้อยอาจจะบอกว่านี่เป็นจุดวิกฤตของธุรกิจโรงภาพยนตร์ และสตรีมมิงนี่แหละจะเข้ามากลายเป็นตัวเลือกแรกของคนดูหนัง ทว่าผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่รักการดูหนังยังคนโหยหา ‘เสน่ห์’ ของการดูหนังนอกบ้าน 

ระหว่างที่มาตราการ social distancing ยังประกาศใช้ทั่วโลก ‘outdoor cinema’ หรือ ‘การดูหนังกลางแจ้ง’ ที่เคยจางหาย เลยกลับกลายมาเป็น ‘ตัวเลือกใหม่’ ของคนดูหนัง และเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการต่อกรกับธุรกิจสตรีมมิง

เพียงแต่หนังกลางแจ้งที่ว่า ดูจะต่างกับภาพจำที่เราเห็นฉายตามงานแก้บนประจำศาลเจ้าดัง งานบวช หรือที่ฉายตามรถเร่ขายยา ซึ่งคนไทยเรียกติดว่า ‘หนังกลางแปลง’ แต่การดูหนังที่ว่านี้คือการดูหนังแบบ ‘drive-in’ 

กล่าวคือจากที่ซื้อตั๋วดูหนังในโรง เปลี่ยนเป็นตีตั๋วพร้อมขับรถส่วนตัวเข้ามาเพื่อต่างคนต่างชมภาพยนตร์กลางแปลงเพื่อเว้นระยะห่างกันและกัน ยกตัวอย่างโรงภาพยนตร์ Blue Starlite ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศต้นตำรับ ก่อนเทรนด์จะขยายไปยังประเทศอื่นๆ เช่น Park Dong-joo Drive-in Cinema ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

กลับมาเบ่งบานอีกครั้งเพราะผู้คนโหยหา ‘ปฏิสัมพันธ์’

วิวัฒนาการของ outdoor cinema ไม่ได้หยุดอยู่ที่การดูหนังแบบ drive-in เท่านั้น 

ลึกๆ แล้วคนที่หลีกหนีการดูหนังแบบสตรีมมิงมีอยู่ 2 ประเภท อย่างแรกตามที่เล่าไปข้างต้นคือต้องการบรรยากาศการดูหนังนอกบ้าน และอย่างที่สองคือผู้คนที่ต้องการ ‘มีปฏิสัมพันธ์’ กับคนที่ชอบดูหนังแนวเดียวกัน หรือสามารถรีแอ็กชั่นกับคนข้างกายได้โดยไม่ต้องเกรงว่าจะรบกวนคนข้างๆ

นับตั้งแต่ปี 2021 เทรนด์ outdoor cinema เลยค่อยๆ วิวัฒนาการจากการดูหนังแบบ drive-in สู่การดูหนังแบบ ‘rooftop cinema club’ ที่เปลี่ยนพื้นที่ชั้นบนของอาคารพาณิชย์ให้กลายเป็นพื้นที่ดูหนังกลางแจ้ง ท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่าย ลมโกรกเบาๆ แสงไฟจากตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่ไกลลิบตา และการได้นั่งชิลล์บนเก้าอี้ชายหาดหรือบีนแบ็ก กลายเป็นความโรแมนติกที่มีมูลค่าในที่สุด 

คีย์เวิร์ดคำว่าปฏิสัมพันธ์นี้เอง ที่นำพาการดูหนังจากบนดาดฟ้าสู่การดูหนังตามสถานที่ต่างๆ เช่น สวนสาธารณะที่มีพื้นที่เหลือเฟือให้คนจำนวนมาก 

โดยผลการสำรวจจาก EY Global บริษัทผู้ให้บริการวิชาชีพระดับโลก ผ่านตัวอย่างซึ่งเป็นชาวอเมริกัน, สหราชอาณาจักร, ยุโรปตะวันตก และเอเชียแปซิฟิกรวมจำนวน 5,000 คน ระบุว่า คนจำนวน 48% ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อตั๋วดูหนังแบบเอาต์ดอร์ เพราะต้องการหากิจกรรมนอกบ้านทำร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล และอีก 46% เพื่อซื้อประสบการณ์ความบันเทิงที่ทำได้ไปพร้อมกับคนอื่น (เหมือนกับการชมคอนเสิร์ต) และอีก 21% กล่าวว่า มีการวางแผนทางการเงินสำหรับเข้าร่วมกิจกรรม outdoor cinema โดยเฉพาะ

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าในยุคที่โซเชียลครองโลก ผู้คนยังโหยหากิจกรรมที่สามารถปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างแท้จริงโดยไม่ต้องพึ่งพาจอสมาร์ตโฟน 

มากกว่าพื้นที่ดูหนัง แต่คือ experience economy ของผู้ที่โหยหาประสบการณ์ตื่นเต้นและคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน

ถึงตรงนี้ outdoor cinema ค่อยๆ เติบโตกลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลธุรกิจของผู้ฉายภาพยนตร์ ถ้าเห็นชัดที่สุดของบ้านเราคงต้องพูดถึง Skyline Film บนดาดฟ้าตึก River City Bangkok 

หรืออีกมุมหนึ่งที่กลายเป็นแคมเปญผลักดันเมืองสร้างสรรค์ของกรุงเทพมหานครกับเทศกาลกรุงเทพกลางแปลงที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา

โดยงานวิจัยระดับปริญญาเอกจาก University of York ในหัวข้อ An Exploration into the Appeal of Outdoor Film Screenings in England กล่าวถึงองค์ประกอบที่ทำให้เทรนด์ outdoor cinema ประสบความสำเร็จไว้ 3 ข้อ นั่นคือ 

  1. การสร้างชุมชนชั่วคราว (temporary communities)
  2. ประสบการณ์ร่วม
  3. การที่ประสบการณ์นั้นมีความหมายต่อตัวบุคคล

กล่าวคือธุรกิจ outdoor cinema ได้สร้างนิเวศขนาดย่อมขึ้นมาที่ไม่ได้มีแค่ผู้คนและหนัง แต่ยังมีธุรกิจขนาดไมโคร เช่น ร้านขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าเบ็ดเตล็ดเป็นส่วนผสม

ด้วยองค์ประกอบที่ครบถ้วนนี้เอง สเกลของ outdoor cinema เลยถูกขยับขยายจากการดูหนังเป็น experience economy ขนาดย่อมที่สร้างประสบการณ์ให้กับคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน ไม่ต่างจากรสนิยมการเลือก

‘genre หนัง’ เพียงแต่การดูหนังในที่นี้มีกิจกรรมอย่างอื่นให้ทำร่วมด้วย

ยกตัวอย่างงาน Bangkok Horror Film Festival เทศกาลหนังสยองขวัญที่ชมภาพยนตร์สยองขวัญไปพร้อมกับการเดินสำรวจตึกร้าง ฟังดนตรีสด และล้อมวงเล่าเรื่องผี

Jurassic World: The Experience Bangkok ที่ฉลองครบรอบ 1 ปีด้วยการชวนคนรักแฟรนไชส์ดังกล่าวมาดูหนังไตรภาค Jurassic World บนดาดฟ้าของสวนสนุก

และ AREA UNITE Outdoor Film Festival เทศกาลภาพยนตร์กลางแจ้งที่จัดขึ้น ณ หมู่บ้านฮาคุบะ จังหวัดนางาโนะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ตอบโจทย์คนรักการท่องเที่ยวธรรมชาติในฤดูหนาว โดยหนังที่ฉายก็เกี่ยวกับกีฬาสกีและสโนว์บอร์ด ซึ่งเป็นกิจกรรมขึ้นชื่อของเทศกาลนี้

เทศกาล Bangkok Horror Film Festival ที่จัดขึ้นที่อาคารประปาแม้นศรี (หลังเก่า)

AREA UNIT Film Festival

เมื่อ ‘การดูหนัง’ หลอมรวมเข้ากับ ‘ธุรกิจ’ 

ถึงตรงนี้เทรนด์ outdoor cinema กำลังเติบโตขึ้นแบบเงียบๆ แต่เปี่ยมไปด้วยมูลค่ามหาศาล โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ Global Market Insights ระบุว่า เทรนด์ดังกล่าวกำลังมีส่วนช่วยให้ธุรกิจฉายหนังเติบโตระดับพันล้านดอลลาร์

กิจกรรมสามัญอย่างการดูหนังเลยกลายเป็นอีกหนึ่ง ‘เครื่องมือ’ ของคนทำธุรกิจ ในการดึงดูดผู้คนที่ชอบอะไรแบบเดียวกันให้มาเจอกัน

ความน่าสนใจคือการดูหนังนอกโรงภาพยนตร์กำลังค่อยๆ ขยับจากการดูหนังกลางแจ้งสู่การดูหนังที่ไหนก็ได้ ยกตัวอย่าง La libreria di Giunti Odeon อดีตโรงละครเก่าแก่อายุร้อยกว่าปี ประจำเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ที่ปรับตัวเองเป็นร้านหนังสือควบคู่กับการใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นโรงหนังที่ฉายหนังแนวคลาสสิกฟรี เพื่อสนับสนุนให้คนเข้ามาใช้บริการในร้าน กระตุ้นการขาย และเป็นเหมือนการสนับสนุนให้ผู้คนหันมาสนใจอนุรักษ์ตึกเก่าประจำท้องถิ่น

โรงหนังในร้านหนังสือ La libreria di Giunti Odeon 

น่าสนใจว่าในอนาคตการฉายหนังจะไปถึงตรงไหน ในยุคที่ผู้คนต้องการความสดใหม่อยู่เป็นนิจ 

เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งเหล่านี้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้คนยังรักการดูหนังอยู่ เพียงแต่อาจจะไม่ใช่ในโรงภาพยนตร์ก็เท่านั้น

อ้างอิง 

– etheses.whiterose.ac.uk/id/eprint/33615

– ey.com/en_gl/newsroom/2025/05/ey-survey-amid-global-uncertainty-consumers-are-seeking-local-and-live-entertainment-experiences-but-tech-remains-a-key-enabler?trk=article-ssr-frontend-pulse_little-text-block

– labusinessjournal.com/featured/rooftop-cinema-club-to-expand-following-pandemic-recovery

– steep.jp/en/custom/area-unite-2025

Writer

นักเขียนผู้หลงใหลโลกของฟุตบอล สนีกเกอร์ และกันพลา

You Might Also Like