นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

What’s up BROOO

หลักการสร้างแบรนด์ของ Brooo แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาไทยแบรนด์แรกที่ได้ไป Ultra-Trail Village   

สำหรับคุณแล้ว ถุงเท้าถือเป็นเครื่องแต่งกายที่สำคัญลำดับไหนของเสื้อผ้าทั้งหมด 

เชื่อว่าน้อยคนนักจะยกให้สิ่งนี้เป็นเครื่องแต่งกายที่สำคัญอันดับแรกๆ หากเทียบกับเสื้อ กางเกง และรองเท้า ที่เป็นเครื่องแต่งกายชิ้นใหญ่ กระทั่งแว่นตา หมวก หรือนาฬิกาเองก็ตามที่ดูเป็นเครื่องแต่งกายที่ระบุรสนิยมและตัวตนได้มากกว่า 

แต่สำหรับ อ๋อง–กษิดิศ ดวงวราภรณ์ และ เฟียต–ธนพงศ์ พานิชชอบ เขากลับเชื่อว่าถุงเท้าเป็นเครื่องแต่งกายที่ชวนให้ผู้สวมใส่ ‘แอบแซ่บ’ ได้ ทั้งยังสามารถระบุตัวตนได้ในทุกสถานการณ์ ทั้งทางการ ไม่ทางการ รวมถึงในชุดวิ่งก็ตาม

ทั้งคู่จึงปั้น Brooo แบรนด์ชุดกีฬาที่ตั้งใจผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชั่นและแฟชั่นในการวิ่ง โดยมีจุดมุ่งหมายคืออยากเสาะหาคนที่ชื่นชอบการสวมใส่ alternative brand มองหาแบรนด์กีฬาทางเลือกมาแต่งตัว ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ในปัจจุบัน 

บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ กษิดิศและธนพงศ์บอกเล่าถึงเส้นทางของแบรนด์ Brooo ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร วางแผนธุรกิจแบบไหน จน Brooo ได้เป็นแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาไทยแบรนด์แรกที่ได้เข้าร่วม Ultra-Trail Village งานแสดงสินค้าในงานมหกรรมวิ่งเทรลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ เมืองชาโมนิกส์ ประเทศฝรั่งเศส  

สำหรับพวกคุณ การวิ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตตั้งแต่เมื่อไหร่ 

ธนพงศ์ : พวกเราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ช่วงมัธยม ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็เรียนที่เดียวกัน ทำงานก็ยังที่เดียวกันอีก คือในชีวิตทั่วไปเราแทบจะเป็นพี่น้องกันอยู่แล้ว 

ส่วนเรื่องวิ่งที่มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรา สำหรับผมคิดว่าน่าจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่ไปวิ่งแก้บนช่วงมัธยม ที่เราไปไหว้กันว่าอยากสอบติดมหาวิทยาลัยที่เดียวกัน ตอนนั้นก็อธิษฐานเลยว่า ถ้าเจ้าแม่มีจริง ขอให้พวกเราสอบติด แล้วเดี๋ยวจะไปวิ่งรอบสนามหลวงเป็นการแก้บนให้ 

สุดท้ายก็ได้เข้ามหาวิทยาลัยที่เดียวกันจริงๆ ผมเลยต้องไปวิ่งเป็นจำนวน 10 รอบ ส่วนอ๋อง (กษิดิศ) เขาบนไว้ 80 รอบเยอะกว่าหน่อย แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็ไม่เคยหยุดเลย การวิ่งก็เข้ามาอยู่ในชีวิตอยู่ตลอด 

กษิดิศ : คือหลังจากวิ่งในวันนั้น ผมพบว่าการวิ่งมันให้อะไรบางอย่างกับตัวเรา อย่างในช่วงแรกแน่นอนว่ามันคืออาการ runner’s high ที่วิ่งแล้วจะรู้สึกดี รู้สึกสนุก อยากทำต่อเรื่อยๆ มันเลยกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน 

อะไรที่ทำให้รู้สึกว่า ‘การวิ่ง’ คือสิ่งสำคัญในชีวิตคุณ

ธนพงศ์ : ผมว่าการวิ่งมันเราไปอยู่ในสิ่งที่เรียกว่าภวังค์’ เพียงช่วงขณะ และเราไม่ต้องคิดอะไรเลย มันปิดสวิตช์ความคิดไม่ให้เตลิดออกไป เพราะแค่กำหนดลมหายใจ และแบกสังขารก็เหนื่อยแล้ว

ถึงเมื่อไหร่ที่การวิ่ง เริ่มกลายเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการวิ่ง 

ธนพงศ์ : ตอนนั้นเป็นช่วงโควิด-19 ระบาด ทำให้ทุกอย่างชะงักลง ซึ่งนอกจากไม่มีอะไรทำแล้ว เรายังไม่มีงานทำด้วย ก็เลยได้เริ่มโปรเจกต์หนึ่งขึ้นมา 

ผมคิดมาตลอดว่าอยากทำธุรกิจอะไรสักอย่างเกี่ยวกับการวิ่ง รวมถึงอะไรก็ตามที่เป็นถุงเท้า เพราะเราสองคนเป็นพวกบ้าการใส่ถุงเท้ามาแต่ไหนแต่ไร สำหรับผมถุงเท้ามันคือเครื่องแต่งกายที่สามารถ express ตัวตนในแบบที่แอบแซ่บได้ คือมันจะไม่โดดเด่นเกินไป มันสามารถซ่อนอยู่ในชุดที่อาจจะทางการหน่อยในบางเวลาก็ได้ 

จนวันหนึ่งได้มานั่งคุยกับอ๋องที่บ้านเขา ก็นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกัน จู่ๆ ผมก็พูดขึ้นมาว่ากูอยากทำถุงเท้าว่ะ ถุงเท้าวิ่งมันไม่มีแบบแซ่บๆ ที่เราชอบบ้างเลยเหรอพอพูดจบอ๋องก็เดินขึ้นไปบนบ้าน ไปหยิบถุงเท้าวิ่งทั้งหมดที่มีในบ้าน แล้วโยนลงบนโต๊ะ พร้อมบอกว่า 

ไม่มี 

จากคำว่า ‘ไม่มี’ พวกคุณคิดว่าจะทำอะไรกับมันต่อ 

ธนพงศ์ : วันนั้นสุดท้ายก็ไม่ได้คุยอะไรกันต่อนะ มันจบกันไปแบบมีคำถามอยู่ในใจ แต่อีกสองวันต่อมา อ๋องโทรศัพท์มาหาผม เขาบอกว่านัดโรงงานถุงเท้าเอาไว้นะ ให้เตรียมคิดชื่อแบรนด์เลย เลยกลายเป็นว่าเราต้องเริ่มทำธุรกิจรองเท้าโดยปริยาย 

ตอนนั้นสิ่งที่คิดว่าต้องมีอันดับแรกเลยคือชื่อแบรนด์ ซึ่งผมก็ได้ไอเดียประมาณว่า เวลาพวกเราสองคนจะคุยกัน เรามักจะมีคำที่เอาไว้เรียกกันและกันแบบติดปากว่า โบร (Bro,Brother) ส่วนเหตุผลที่ต้องมีตัว O ถึงสามตัวคือ เพราะเราจะสมัครอีเมลสำหรับทำธุรกิจให้เป็นกิจจะลักษณะ กลายเป็นว่าเราใช้ bro.ofiicial@gmail.com  ไม่ได้ มันบอกถูกใช้ไปแล้ว จะใช้ Broo เพิ่ม o ขึ้นมาอีกตัวก็ไม่ได้ 

สุดท้ายมาจบที่ Brooo มี o ทั้งหมดสามตัว ซึ่งพวกเราก็โอเค เอาชื่อนี้แหละ คือตอนนั้นไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะดีกับการทำการตลาด หรือ SEO ในการค้นหาชื่อแบรนด์ของเราไหม มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกที่อยากจะใช้คำนี้ แต่พอมามองตอนนี้ก็ดีนะ เหมือนมันเป็นจุดที่ทำให้คนสนใจว่าทำไมต้องมี O ตั้งสามตัว แล้วมันอ่านว่าอะไร 

กลายเป็นว่าคนที่ไม่ใช่ตัวตั้งตัวตีอย่างคุณอ๋องเป็นคนเริ่มนับหนึ่งก่อน

กษิดิศ : ตั้งแต่ผมเริ่มวิ่ง ผมจะได้ใส่ถุงเท้า กางเกง เสื้อผ้า ที่ตอนนั้นก็ธรรมดาเหมือนกัน ไม่ได้มีสีสันอะไร ผมเลยมีความรู้สึกอยู่ในใจว่าอยากมีถุงเท้าในแบบและสีที่ชอบของตัวเอง แต่ก็เป็นความฝันไกลๆ เพราะผมเป็นสถาปนิกที่ไม่มีความรู้เรื่องแฟชั่นและธุรกิจ จนวันที่เฟียตมานั่งคุยกันเลยกลับมาลุยกับฝันตรงนี้จริงจัง

ส่วนสาเหตุที่เรารีบนัดโรงงานเหลือเกิน คือด้วยความที่ผมวิ่งมาเยอะ ใส่ถุงเท้าวิ่งมาก็หลายแบบ ผมก็มีความเข้าใจวัสดุ องค์ประกอบถุงเท้าวิ่ง จนได้รู้ว่าแบรนด์ใหญ่ๆ จำนวนหนึ่ง เขาก็มีฐานการผลิตที่ประเทศไทยเหมือนกัน เราเลยเห็นโอกาสที่จะทำแบรนด์ของตัวเองให้มีคุณภาพแบบแบรนด์ที่เคยได้ใส่มา 

ธนพงศ์ : เขาเนิร์ดขนาดไหนรู้ไหม ขนาดที่เอากล่องสินค้าของแบรนด์ใหญ่ๆ แล้วเอาป้ายมาดูว่าตัวเลขแต่ละตัวมันหมายถึงอะไรบ้าง จนได้ค้นพบว่า มีตัวเลขบางอย่างที่มันคล้ายคลึงกัน และมันนำไปสู่ที่ตั้งของโรงงานผลิตว่าอยู่ประเทศไหน

แล้วการทำแบรนด์แบบ Brooo โดยคนที่ไม่เคยทำธุรกิจมันเป็นยังไง

ธนพงศ์ : ช่วงแรกๆ สิ่งที่เราทำคือการสื่อสารว่า performance sock มันคืออะไร มันมีฟังก์ชั่นที่แตกต่างจากถุงเท้าทั่วไปยังไงบ้าง ที่สำคัญ เราพยายามบอกว่าถุงเท้ามันคือ ‘Little Big Thing’ คือมันอาจเป็นแค่ส่วนประกอบหนึ่งของเครื่องแต่งกายในการวิ่ง แต่มันก็เป็นส่วนสำคัญทั้งในแง่การป้องกันอาการบาดเจ็บ หรือระบุถึงแฟชั่นและตัวตนของผู้สวมใส่ 

เราเลยพยายามตะโกนบอกสิ่งนี้ออกไปในวงกว้าง พร้อมทั้งออกสินค้าชิ้นแรกๆ ที่มีสีสันเหมาะกับรองเท้าวิ่งในตอนนั้น คือเราทำกันถึงขนาดที่ไปดูว่าหลังจากนี้อีก 6 เดือนจะมีรองเท้าสีไหน แบบใด ออกมาบ้าง เพื่อที่จะได้ทำถุงเท้าที่มันสามารถใส่กับรองเท้าพวกนั้นได้ 

คุณโฟกัสไปที่นักวิ่งเลยใช่ไหม 

ธนพงศ์ : ที่จริงหนึ่งในแผนของเราคือทำให้ Brooo เป็นถุงเท้าที่ใส่ได้ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ตอนวิ่ง เพราะพวกผมสองคนก็เป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้ว เลยอยากใส่ถุงเท้าของตัวเองตลอดเวลา ดังนั้นเราให้ความสำคัญเรื่องการออกแบบถุงเท้าให้ทั้งใส่วิ่งได้ ใส่ในวันสบายๆ ได้ รวมถึงมันต้องมีความฉูดฉาดที่กำลังพอดี สามารถใส่ในสถานการณ์อื่นๆ ได้

ถุงเท้าของเรามันเลยกลายเป็น function & fashion ในเวลาเดียวกัน  

แล้วนิยามเสื้อกีฬา และถุงเท้ากีฬาที่ดีของพวกคุณเป็นแบบไหน

กษิดิศ : แน่นอนว่ามันคือเรื่องประสิทธิภาพในการวิ่ง แต่ถ้าให้ตอบโจทย์กับทุกคน ผมว่าคำหนึ่งที่จะสรุปได้ชัดเจนคือ ใส่แล้วต้องมั่นใจ ทั้งในการวิ่ง นำเสนอตัวตน รวมถึงการซัพพอร์ตเท้าของเราทุกคน 

ธนพงศ์ : ผมเชื่อว่าสินค้าที่ดีไม่มีวันตาย ถ้าวัสดุดี การออกแบบดี แพ็กเกจจิ้งดี การจัดส่งดี การถูกนำเอาไปใช้ที่ดี ทั้งถุงเท้าและตัวแบรนด์นั้นก็จะดี

มองว่าแบรนด์กีฬาประเทศไทยสามารถสู้แบรนด์ต่างชาติในระดับโลกได้หรือยัง

ธนพงศ์ : เรื่องนี้น่าสนใจ คือสิ่งหนึ่งที่เราทำในช่วงแรกคือ การไม่เคยประกาศว่านี่คือแบรนด์ไทย เพราะผมไม่อยากให้เกิดการตั้งแง่กับแบรนด์ไทย ผมเลยทำแบบนี้เพราะอยากรู้ว่าถ้าไม่มีเงื่อนไขของคำว่าแบรนด์ไทย แล้วทำของที่มีคุณภาพ คนจะยอมรับสินค้าชิ้นนี้ไหม 

ส่วนเหตุผลที่ราคาต้องสูงขนาดนี้ เพราะพวกเราทำชาร์ตออกมาจนเห็นแล้วว่า ราคาถุงเท้าในตลาดโลกมันเท่าไหร่ เราเลยตั้งราคาเอาไว้ที่ตรงนั้น เราอยากให้คนมองว่าเป็น global brand เราฝันใหญ่ไว้ก่อน แต่ถ้าตกม้าตายก็อย่าว่ากันนะ (หัวเราะ)

สำหรับแบรนด์เล็กที่เพิ่งก่อตั้ง มีวิธีหาตลาดหรือกลุ่มลูกค้ายังไงบ้าง 

ธนพงศ์ : มีรุ่นพี่ที่ผมเคารพรักคนหนึ่งเขาบอกว่า เฟียตรู้ไหมว่าคนที่วิ่งหรือออกกำลังกายในประเทศมีจำนวนเท่าไหร่ ทั้งหมดมันคือ 10-20 ล้านคน แต่ผมไม่ขอทั้งหมด ผมขอ 0.01 ของประเทศนี้ก็ได้ ซึ่งก็คือหนึ่งแสนถึงสองแสนคน ซึ่งถ้าหนึ่งแสนคนนี้ มันมีอีกในประเทศอื่นๆ ล่ะ เป็นหนึ่งแสนในไทย แสนในสิงคโปร์ แสนในมาเลเซีย 

ถ้าเราปักแนวคิดแบบนี้ ก็จะเห็นว่ามีถุงเท้าอีกแสนคู่ มันก็จะมีถุงเท้าอีกห้าแสนคู่ มันมีถุงเท้าอีกร่วมล้านคู่ที่คนรอใส่อยู่ ถ้าคิดแบบนี้ เราจะไม่ตั้งคำถามว่าคนไทยจะใช้ของไทยไหม เพราะเราได้คำตอบแล้วว่า ไม่ว่าชาติไหนเราจะมีกลุ่มลูกค้าในแบบของเราอยู่ในทุกประเทศ

แสดงว่า Brooo เริ่มมองหากลุ่มลูกค้าในต่างประเทศบ้างแล้ว

ธนพงศ์ : ตอนนี้เรามีจัดจำหน่ายในต่างประเทศคือมาเลเซีย และสิงคโปร์ในเร็วๆ นี้ อีกทั้งยังหวังว่าจะได้ไปลุยตลาดในยุโรปด้วย เพราะปีที่ผ่านมาพวกเรามีโอกาสไปเมืองชาโมนิกซ์-มงบล็อง ในการแข่งขัน UTMB World Series Finals ก็ได้ไปเปิดบูทขายสินค้า หลังจากจบงานเราก็ไปกันตามร้านรีเทลต่างๆ ทั้งในเมืองชาโมนิกซ์และปารีส ซึ่งอยู่ในช่วงมหกรรมโอลิมปิกและพาราลิมปิก ด้วยวิธี door-to-door sales เลย เพราะอยากแนะนำตัวให้กับคนวิ่งและวิ่งเทรลฝั่งยุโรปใด้รู้จัก 

เราก็เอาของทุกอย่างใส่กระเป๋าสีม่วง แล้วเดินไปทุกร้านที่ขายสินค้ากีฬา และแนะนำตัวว่าเราเป็นใคร แล้วก็บอกว่าขอโอกาสแนะนำสินค้าของเรา ที่ต้องทำแบบนี้ เพราะรู้สึกว่าในเมื่อได้มาอยู่ตรงนี้แล้ว โอกาสมันมาถึงแล้ว ถ้าไม่ทำตอนนี้เราจะทำตอนไหน  

แล้วหลังจากนี้คุณมีเป้าหมายอื่นๆ อีกไหม

ธนพงศ์ : อันดับแรกคือเราอยากตีตลาดโกลบอล และอยากเสนอความเป็นไทยให้คนต่างชาติเห็น ที่สำคัญคือหมุดหมายหลังจากนี้คือ LA28 หรือมหกรรมโอลิมปิกปี 2028 ที่หากเป็นไปได้เราอยากสนับสนุนนักกีฬาวิ่งทีมชาติไทย อย่างน้อยขอในกีฬาที่เกี่ยวกับการวิ่งเทรลก็ยังดี 

รวมถึงอยากมีแฟล็กชิปสโตร์ในประเทศใหญ่ๆ ของโลก มี BroooAthlete หรือทีมนักกีฬาเป็นของตัวเอง เพราะแน่นอนว่านักกีฬามันเป็นส่วนหนึ่งของการตลาด การที่แบรนด์เราไปปรากฏบนโพเดียมหรือในสื่อต่างๆ แต่ที่อยากเสริมคือ เราอยากสนับสนุนคนที่มีความสามารถในวงการวิ่งแต่ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักขนาดนั้น เราก็อยากช่วยผลักดันเขา 

รวมถึงด้านการพัฒนาสินค้าเช่นกัน เพราะหลังจากนี้ หากอนาคตผมไม่ได้เป็นนักวิ่งสายเพอร์ฟอร์แมนซ์อีกแล้ว คนกลุ่มนี้ก็จะเป็นคนมาร่วมพัฒนาสินค้ากับ Brooo ต่อไป

What I’ve Learned
1. ธนพงศ์ : ผมว่าการทำธุรกิจมันต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ธรรมนูญ’ ให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรก เพราะการทำธุรกิจที่มีผู้ก่อตั้งมากกว่า 1 คน ยังไงมันต้องปะทะกัน มันต้องมีปัญหากันแน่นอน มันเหมือนการที่เราอยู่บนสนามมวย แต่คู่ต่อสู้อยู่ฝั่งเดียวกับเรานะ แปลว่าเมื่อไหร่ที่กระดิ่งดัง เราต้องวางทุกอย่าง

2. กษิดิศ : ผมว่าการทำธุรกิจ เราต้องรู้จักถ่อมตนเข้าไว้ คืออย่าไปหยิ่งผยอง จองหอง เฟี้ยวไม่เฟี้ยว มันออกมาที่สินค้า ออกมาที่ผลงาน ที่สำคัญต้องเป็นคนรับฟังความเห็น ที่สำคัญคือเราต้องค่อยๆ ไป รู้จังหวะของตัวเอง มีแผนไว้เสมอ แต่อย่าไปกดดันว่าจะได้ไม่ได้ อย่างน้อยถ้าผิดพลาดก็ได้เรียนรู้ และวางแผนก้าวต่อไป

Writer

KFC ฟิลเตอร์สตอรี่ไอจี และ Tame Impala คือสิ่งที่ทำให้ทุกวันนี้อยากมีชีวิตอยู่

Photographer

ช่างภาพที่สนุกกับการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลง และหลงรักในความทรงจำ Ig : mocfirst

You Might Also Like