บริติช เคานซิล เผยถึงปัจจัยสำคัญในการทลายกำแพงอุปสรรคด้านการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในเด็กไทย
เมื่อใดก็ตามที่มีการหยิบยกประเด็นเรื่องทักษะความรู้ภาษาอังกฤษของเด็กไทยขึ้นมาพูดคุย บทสนทนามักมุ่งเป้าไปที่ตัวนักเรียนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสอบ การจัดอันดับในระดับสากล หรือทักษะที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่เพื่อการแข่งขันในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ทว่าคำถามสำคัญข้อหนึ่งที่มักถูกละเลยไปก็คือ อีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้เด็กไทยประสบความสำเร็จในการปูพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่แพ้กัน ซึ่งนั่นคือ ‘ครูประถมศึกษา’
แดนนี่ ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวถึงประเด็นข้างต้นว่า “ในขณะที่สปอตไลต์มักส่องไปที่ผลการเรียนของเด็กๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษากลับเห็นพ้องต้องกันว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดประการหนึ่งที่จะส่งผลต่อความสำเร็จของนักเรียน ก็คือ ‘ประสิทธิภาพในการสอนของครู’ ทว่าในโรงเรียนประถมศึกษาของไทย ครูจำนวนมากต้องสวมบทบาทเป็นครูประจำชั้นที่ต้องสอนแทบทุกวิชา ซึ่งรวมถึงวิชาภาษาอังกฤษด้วย โดยครูหลายคนไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษโดยตรง และก้าวเข้าสู่วิชาชีพนี้โดยขาดความมั่นใจ ประสบการณ์เชิงปฏิบัติ หรือการฝึกอบรมเฉพาะทางที่จำเป็นสำหรับการสอนภาษาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประสบการณ์แรกเริ่มในการเรียนภาษาอังกฤษของเด็ก จะเป็นตัวกำหนดทั้งระดับทักษะความสามารถและเจตคติต่อการเรียนภาษาในอนาคต”

จากความท้าทายข้างต้นนี้เอง ทาง บริติช เคานซิล (British Council) สถาบันสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง จึงได้ทำวิจัยเกี่ยวกับสถานการณ์การเตรียมความพร้อมก่อนปฏิบัติหน้าที่ ของครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาในประเทศไทย (Pre-service English Language Teacher Education) ซึ่งผลการวิจัยได้สะท้อนประเด็นสำคัญที่ควรค่าแก่การใส่ใจหลายประการ อาทิ นักศึกษาครูฝึกสอนจำนวนมากระบุว่า ได้รับโอกาสค่อนข้างจำกัดในการฝึกสอนในห้องเรียนจริงก่อนสำเร็จการศึกษา ขณะที่บางส่วนระบุถึงความยากลำบากในการนำทักษะเชิงทฤษฎีไปปรับใช้ในการสอนจริง
งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงความต้องการสื่อการเรียนการสอนที่สามารถนำไปใช้ได้จริง รวมถึงโอกาสในการเข้าสังเกตการณ์การสอนที่มีประสิทธิภาพในชั้นเรียน ตลอดจนต้องการทำความเข้าใจบริบทและข้อจำกัดที่แท้จริงของระบบโรงเรียนรัฐบาลไทยให้มากขึ้น รวมไปถึงอีกหนึ่งข้อสำคัญที่มักถูกมองข้าม คือความสำคัญของการฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอสำหรับตัวครูผู้สอนเอง เพื่อให้เหล่าครูผู้สอนมีความมั่นใจ และมีศักยภาพที่จะส่งต่อความรู้ไปให้แก่นักเรียน
นอกจากนี้ ครูบรรจุใหม่ส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษา โดยเกือบทั้งหมด (ร้อยละ 97.8) มีความเชื่อว่า การจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียวตลอดชั่วโมงเรียน แต่งานวิจัยสำคัญเกี่ยวกับการใช้ภาษาในการเรียนการสอนระบุเด่นชัดว่า การถ่ายทอดเนื้อหาโดยใช้ภาษาไทยควบคู่ไปด้วย ส่งผลสัมฤทธิ์ที่ดีกว่าสำหรับนักเรียน เพราะช่วยให้เข้าใจบทเรียนได้อย่างลึกซึ้งและนำไปสู่การเรียนรู้ที่ดีกว่า ครูจึงควรใช้ภาษาไทยร่วมด้วยในชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะการเรียนการสอนระดับชั้นประถมศึกษา เพื่อช่วยนำทางและอธิบายเนื้อหาพื้นฐาน วิธีการนี้จะช่วยให้ครูสามารถออกแบบกิจกรรม ที่กระตุ้นให้เด็กพูดคุยและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างสนุกสนาน
แน่นอนว่าโจทย์หินสุดท้าทายนี้ ไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง จำเป็นต้องใช้พลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันผลิตครู โรงเรียน ชุมชน และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ความเชื่อนี้คือหัวใจสำคัญของ บริติช เคานซิล ประเทศไทย ในการผลักดันและยกระดับการสอนภาษาอังกฤษและการศึกษาในโรงเรียน (English and School Education) ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ อาทิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และคุรุสภา ในการสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างทักษะการสอนภาษาอังกฤษในแต่ละช่วงของเส้นทางวิชาชีพครู

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือ โครงการพัฒนาวิชาชีพครูภาษาอังกฤษระบบไฮบริด (English ReBoot Hybrid Teacher Development Programme) ซึ่งดำเนินการร่วมกับ สพฐ. และ กสศ. โดยโครงการนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ยกให้เป็นโมเดลต้นแบบสำหรับการเรียนรู้ทางวิชาชีพที่ยืดหยุ่นและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล จากการเข้าไปช่วยสนับสนุนครูผู้สอนระดับประถมศึกษา ในการเสริมสร้างทักษะการสอนในห้องเรียน ดึงดูดความสนใจและการมีส่วนร่วมของนักเรียน ตลอดจนการปรับใช้แนวทางการจัดการเรียนรู้ และการประเมินผลภาษาอังกฤษที่มุ่งเน้นการนำไปใช้งานได้จริง
จากการถอดบทเรียนความสำเร็จของโครงการดังกล่าว บริติช เคานซิล ประเทศไทย ได้ขยายผลต่อเนื่อง ผ่านโครงการ PreBoot ซึ่งออกแบบมาเพื่อพัฒนานักศึกษาครูระดับปริญญาตรีก่อนเข้าสู่การทำงานจริง โดยในปี 2569 ได้ร่วมมือกับคุรุสภา และมหาวิทยาลัย 10 แห่งทั่วประเทศ สนับสนุนนักศึกษาครูจำนวน 600 คน ที่กำลังเตรียมความพร้อมเป็นครูวิชาชีพ ที่ต้องรับผิดชอบการสอนวิชาภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษา ด้วยการติดอาวุธด้านเทคนิคการสอนเชิงปฏิบัติ ประสบการณ์ในห้องเรียนจริง และแนวทางการสอนภาษาอังกฤษที่อ้างอิงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ โครงการนี้มุ่งหวังที่จะเติมเต็มช่องว่างระหว่างสิ่งที่เรียนรู้ในรั้วมหาวิทยาลัย กับโลกการทำงานจริงในห้องเรียน

ความคิดริเริ่มเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะเคียงข้าง และสนับสนุนครูประถมศึกษาในทุกย่างก้าวของเส้นทางอาชีพครู ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วิชาชีพ ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน โดยระหว่างปี 2566-2568 บริติช เคานซิล และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันฝึกอบรมครูและนักศึกษาครูไปแล้วกว่า 950 คน พร้อมทั้งพัฒนาวิทยากรชาวไทยอีก 30 คน เพื่อช่วยสร้างความเชี่ยวชาญในท้องถิ่นและเสริมความแข็งแกร่งให้กับการพัฒนาครูไทยอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่นราธิวาสไปจนถึงมหาสารคาม และจากเชียงใหม่ไปจนถึงนครสวรรค์ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าภูมิศาสตร์ไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
บทเรียนภาพรวมสะท้อนว่าปัญหาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ เพียงบอกให้เด็กๆ ตั้งใจเรียนให้หนักขึ้น หรือกดดันให้โรงเรียนทำผลงานให้มากขึ้น หากแต่การพัฒนาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนในทรัพยากรบุคลากรผู้สอน และพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ตั้งแต่ก้าวแรก ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เพราะต่างเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้นได้