TikTok Trends 2026
คว้าใจอัลกอริทึม TikTok ยังไงในปี 2026 ที่เน้นคุณภาพคอนเทนต์มากกว่าคลิปตามกระแส
คลิปใน TikTok ไม่ขึ้นฟีด, ยอดฟอลโลว์ไม่ขึ้น, เอนเกจเมนต์ไม่จึ้ง เรื่องเหล่านี้กลายเป็นปัญหาที่ครีเอเตอร์และแบรนด์ต้องเจอในยุคนี้ และต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำช่อง TikTok ‘ยากกว่าที่ผ่านมา’
นั่นก็เพราะว่าในปี 2026 TikTok ปรับอัลกอริทึมให้เข้มงวดขึ้น เน้นคัดกรอง ‘คุณภาพคอนเทนต์’ แทนการดันคลิปตามกระแสเฉยๆ ทำให้คลิปที่ไม่มีสาระสำคัญ มีการนำเสนอเนื้อหาซ้ำกับที่ช่องตัวเองเคยลงไปหรือซ้ำกับเนื้อหาช่องอื่นจะเข้าข่ายสแปมและถูกลดการมองเห็นทันที
ทุกวันนี้ TikTok ไม่ได้วัดกันที่ ‘ยอดผู้ติดตาม’ แต่วัดที่ ‘ความสนใจของผู้คน’ และการทำคอนเทนต์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า ‘watch time’ หรือเวลาที่คนดูวิดีโอจบ ไปจนถึงวกกลับมาดูซ้ำ รวมถึงให้ค่า ‘การแชร์’ มากกว่าแค่ ‘กดไลก์’ เพราะการดูจบและแชร์ต่อให้เพื่อนหรือแฟน แปลว่าคอนเทนต์นั้นมีคุณภาพจริงๆ
คำถามต่อมาคือเหล่าครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และแบรนด์ต้องทำยังไงให้กลายเป็นลูกรัก TikTok และถูกเปิดการมองเห็น Keynote ตอนนี้ได้สรุปข้อมูลจาก TikTok และจาก Buffer แพลตฟอร์มบริหารจัดการโซเชียลมีเดียระดับโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 160,000 ราย ที่ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอ TikTok กว่า 11 ล้านคลิป เพื่อหาคำตอบว่าอยากคว้าใจอัลกอริทึม TikTok ต้องทำยังไงบ้าง
Reali-Tea ความจริงดึงดูดใจได้มากกว่าความเป๊ะ
แม้ในยุคนี้จะเห็นคนเริ่มเจนฯ คลิปจาก AI มาทำคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงหรือให้ความรู้ ถึงขนาดที่บางคลิปถ้าไม่ติดป้ายกำกับว่าสร้างจาก AI ก็แทบแยกไม่ออกว่าเป็นคลิปจริงหรือไม่ แต่ TikTok ก็ให้นิยามว่าปี 2026 นี้เป็นปีของ ‘irreplaceable instinct’ คือไม่มีอะไรมาทดแทนสัญชาตญาณของคนได้ เพราะยิ่งมีคลิปจาก AI มากเท่าไหร่ ผู้คนยิ่งโหยหาสิ่งที่ AI สร้างไม่ได้เท่านั้น และหันไปสนใจคอนเทนต์ที่มีความเรียลหรือนำเสนอความจริง มากกว่าคลิปที่เล่าถึงชีวิตสวยหรู แต่ดูจับต้องได้ยาก
ในมุมของครีเอเตอร์สามารถนำเสนอคลิปที่ดูสบายๆ เหมือนพูดคุยกับเพื่อน เล่าประสบการณ์ที่เจอในชีวิตจริงหรือแชร์เรื่องการทำงาน ในมุมของผู้บริโภคก็อยากเห็นแบรนด์ที่ดูมีความเป็นมนุษย์มากกว่าการขายของเพียงอย่างเดียว แบรนด์ก็สามารถแชร์เบื้องหลังการทำแบรนด์ เบื้องหลังการคิดสินค้า ไปจนถึงถึงการทำ CEO branding หรือการที่ให้ผู้บริหารมาสื่อสารอย่างเป็นกันเอง เพื่อสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้
Curiosity Detours การเล่าเรื่องที่คาดไม่ถึงดึงคนได้อยู่หมัด
การเล่าเรื่องเป็นเส้นตรงและคาดเดาเนื้อหาได้ง่ายว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง กำลังจะกลายเป็นคอนเทนต์ที่คนให้ความสนใจลดลง เพราะในปี 2026 คนเริ่มมองหาคอนเทนต์แปลกใหม่ที่ ‘คาดเดาเนื้อหาได้ยาก’ ครีเอเตอร์และแบรนด์อาจเปลี่ยนการเปิดคลิปเป็นเรื่องตลกหรือเรื่องที่ผู้คนสนใจและตบท้ายด้วยการขายของอย่างเป็นธรรมชาติ
ไปจนถึงการนำเสนอสินค้าให้กับกลุ่มใหม่ๆ TikTok ยกตัวอย่างคลิปที่น่าสนใจคือ Duracell แบรนด์แบตเตอรีที่ทำคอนเทนต์ว่าไปคอนเสิร์ต K-pop ต้องใช้แท่งไฟหลายชั่วโมง ก็ต้องเลือกถ่านที่ใช้ได้นานอย่าง Duracell ซึ่งคอนเทนต์นี้ทำให้เกิดกลุ่มลูกค้าใหม่เป็นแฟนคลับแฟนคลับศิลปิน K-pop และมีผู้ติดตามช่องเพิ่มกว่า 483% สำหรับแบรนด์อื่นๆ ที่อยากเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ สามารถใช้เครื่องมือ ‘TikTok Market Scope’ มาช่วยวิเคราะห์คำค้นหายอดนิยมในหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าผู้บริโภคสนใจเรื่องอะไรมากที่สุดได้
TikTok SEO คลิปฟีดได้ด้วยการแทรกคีย์เวิร์ด
เมื่อก่อนคนอาจคุ้นชินกับการทำ SEO บน search engine อย่าง Google แต่ในตอนนี้ที่คนรุ่นใหม่หันมาเสิร์ชเรื่องราวที่สนใจหรือเรื่องที่สงสัยบน TikTok กันมากขึ้น แพลตฟอร์มนี้จึงให้ความสำคัญกับการทำ ‘SEO’ ที่นอกเหนือจากแคปชั่นและการติดแฮชแท็ก แต่นับ SEO ตั้งแต่ภาพหน้าปก ไปจนถึงเนื้อหาที่พูดในคลิป โดยระบบจะถอดเสียงพูดออกมาเพื่อหาใจความสำคัญไปจัดหมวดหมู่เนื้อหา
การจะดูว่า SEO อันไหนควรใช้ในคอนเทนต์ของเรา สามารถทำได้โดยการป้อนคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับคอนเทนต์นั้นลงในช่องค้นหา และไปดูในส่วนที่เขียนว่า ‘Others Searched For’ หรือ ‘คนอื่นค้นหาอะไรต่อ’ ก็จะเจอเนื้อหาและคีย์เวิร์ดอื่นๆ ที่คนนิยมใช้และกลายเป็นกระแสขึ้นมา
TikTok Feature เป็นลูกรักอัลกอริทึมด้วยฟีเจอร์จาก TikTok
การตัดวิดีโอจากแอพฯ อื่นหรือใช้เสียงเพลงจากแหล่งอื่น แล้วมาลง TikTok เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ยอดวิวไม่ปังเท่าคอนเทนต์ที่ใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ใน TikTok ซึ่งมักจะถูกอัลกอริทึมดันให้ขึ้นฟีดมากกว่า โดยฟีเจอร์ที่คาดว่าจะมาแรงในปีนี้คือ ‘Photo Carousel’ หรือ ‘การทำรูปภาพแบบสไลด์’ เพราะการที่คนต้องเลื่อนดูทีละภาพ ทำให้ใช้เวลาดูคอนเทนต์นั้นนานและมีโอกาสดูให้จบไปจนถึงรูปภาพสุดท้าย
ส่วนฟีเจอร์ที่มีมานานแล้วอย่าง ‘Trending Audio’ คือ ‘การใช้เพลงหรือเสียงที่เป็นกระแส’ มาใช้ประกอบคอนเทนต์ จะทำให้คลิปนั้นถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่คอนเทนต์ที่คนให้ความสนใจไปด้วย แต่หัวใจสำคัญคือการเลือกเสียงที่เข้ากับเนื้อหาของคลิปและภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วย
Emotional ROI คนยอมจ่ายเงินให้กับของที่จำเป็นต้องซื้อ
ก่อนหน้านี้ที่ ‘TokTok Shop’ เป็นที่นิยมในฐานะแพลตฟอร์มที่มีสินค้าหลากหลาย มีโค้ดส่วนลดมากมาย ทำให้คนรู้สึกว่าราคาถูกและตัดสินใจซื้อได้ง่าย แต่วันนี้ผู้บริโภคใน TikTok ไม่ได้เลือกซื้อจากเหตุผลที่ว่า ‘ของมันต้องมี’ แต่เลือกซื้อจาก ‘ของที่จำเป็นต้องมี’
แบรนด์จึงจำเป็นต้องสื่อสารว่าสินค้าหรือบริการเหล่านั้นตอบโจทย์ pain point หรือทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นยังไงบ้าง ไปจนถึงการแนะนำวิธีการใช้งาน การยกตัวอย่างสถานการณ์จริงให้ลูกค้าเห็นภาพและเกิดความมั่นใจ และเสียงที่ทรงพลังมากกว่าคอนเทนต์จากฝั่งแบรนด์ คือพลังแห่งการรีวิว แน่นอนว่าต้องเป็นรีวิวจากผู้ใช้จริงและดูเป็นธรรมชาติมากกว่ายัดเยียดขายสินค้า
ไม่ว่าคุณจะเป็นครีเอเตอร์หรือแบรนด์ การทำคอนเทนต์ใน TikTok ก็ต้องเน้น ‘สร้างคุณค่า’ ให้กับคนดู ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความบันเทิง ให้ความรู้ หรือแรงบันดาลใจ และต้องมีจุดให้คนหยุดนิ้วดูไปจนจบ ถึงจะไปอยู่บนหน้า For You Page หรือฟีดที่แนะนำบน TikTok ได้
ที่มา