นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

5 เครื่องเล่นระดับตำนานของ Siam Amazing Park กับเรื่องเล่าที่คุณไม่เคยรู้

The Product of Siam Amazing Park

ถ้าถามว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ Siam Amazing Park เป็นที่รู้จักและอยู่ยืนยาวจนกลายเป็นสวนสนุกระดับตำนาน หนึ่งในคำตอบก็คงไม่พ้นไปจาก ‘โปรดักต์ของแบรนด์’ แต่บังเอิญว่าโปรดักต์ของธุรกิจสวนสนุกดันไม่ใช่สินค้าเพียงหนึ่งชิ้น แต่คือ ‘สวนน้ำและเครื่องเล่น’ ที่ต้องคอยดูแลกันไปตลอด อาศัยทั้งเวลา ความรู้ความเข้าใจ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ รวมถึงเงินทุนมากมายที่ต้องนำมา ‘ลง’ ไปกับผลิตภัณฑ์สร้างชื่อเหล่านี้

ไม่มากก็น้อย เราจดจำ Siam Amazing Park ได้จากสวนน้ำและเครื่องเล่น

ทั้ง ทะเลกรุงเทพฯ ที่มีเทคโนโลยีสร้างคลื่น (เทียม) ให้เหมือนทะเลจริง! ม้าหมุนสองชั้น ที่เชื่อมระหว่างความจริงและความฝันของเด็กทุกคน! สไลเดอร์สายรุ้งในโฆษณาระดับตำนาน! ดินแดนดึกดำบรรพ์ที่ต้องตะลุยด้วยรถจี๊ปเพื่อเข้าไปพบกับไดโนเสาร์ขยับได้! และรถไฟเหาะตีลังกา ที่ไม่ใช่แค่สนุกสุดเหวี่ยง แต่ได้มาตรฐานระดับโลก! 

และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเกริ่นเปิดบทความ ขอชวนทุกคนย้อนวันวานกลับสู่โลกแห่งความสุข สนุกไม่รู้ลืม กับเรื่องเล่าจาก 5 เครื่องเล่นระดับตำนานที่ยังเปิดให้บริการจนถึงทุกวันนี้!

(โปรดสแกนบัตรผ่านประตูก่อนเข้าชม) 

01
Wave Pool ทะเล-กรุงเทพฯ 
Territory : Water World
Since : ติดตั้ง พ.ศ. 2522 (เปิดให้บริการ พ.ศ. 2523)

สิ่งที่ทำให้คนไทยรู้จักสวนสยาม (ชื่อเดิมในขณะนั้น) คือวลีห้อยท้าย ‘ทะเลกรุงเทพฯ’ เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ที่อยู่เคียงคู่สวนสยามมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษเข้าไปแล้ว จะว่าไปทะเลกรุงเทพฯ หรือทะเลเทียมนี้ที่จริงก็คือสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่มีความว้าวที่สุดแห่งยุค คือสามารถจำลองคลื่นในน้ำได้เหมือนกับผู้เล่นได้ลอยอยู่ในทะเลจริงๆ นั่นทำให้ทะเลกรุงเทพฯ ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ให้เป็นทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก (คำว่าใหญ่ที่สุดในโลกในความหมายนี้คือ พื้นที่มากที่สุด ไม่ใช่เพราะมีคลื่นสูงที่สุดในโลกอย่างที่หลายคนเข้าใจ) ด้วยขนาดพื้นที่ 13,600 ตรม. เมื่อ 20 เมษายน 2552 และยังครองแชมป์มาจนถึงปัจจุบัน 

ไอเดียสร้างทะเลเทียมในย่านชานเมืองกรุงเทพฯ เกิดจากความประทับใจของไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ที่ขณะนั้นเดินทางไปดูงานสวนสนุก-สวนน้ำที่โทชิมะเอ็น (Toshimaen) ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากทะเลส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นมีลักษณะเป็นเกาะที่มีทะเลล้อมรอบ แต่ไม่ค่อยมีชายหาด ทำให้การเล่นน้ำในทะเลไม่ราบรื่นเท่าที่ควร สวนสนุกโทชิมะเอ็นแก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างสวนน้ำขนาดใหญ่ในเมืองโตเกียวและดึงน้ำจากทะเลมากรองพร้อมเทคโนโลยีทำคลื่นเทียมให้คนเล่น ซึ่งนับว่าแปลกใหม่มากในสมัยนั้น ไชยวัฒน์กลับมาพร้อมไอเดียนั้นและพัฒนาต่อให้กลายเป็น ‘สวนสยาม’ โดยได้ร่วมงานกับสถาปนิกและทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่างๆ เพื่อออกแบบและสร้างทะเลเทียมแห่งนี้พร้อมการเปิดตัวสวนสยาม ก่อนที่ทะเลกรุงเทพฯ จะกลายเป็นถ้อยคำที่คุ้นหูทุกผู้คน (ที่เกิดทัน) มาจนถึงวันนี้

ส่วนสนุก

  • นอกจากสวนน้ำที่โทชิมะเอ็นแล้ว แรงบันดาลใจในการออกแบบคลื่นเพื่อทำทะเลกรุงเทพฯ ของคุณไชยวัฒน์มาจากคลื่นทะเลที่บางแสนและพัทยา
  • เหล่าสถาปนิกและทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่างๆ ผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบและสร้างทะเลเทียมแห่งนี้ ได้แก่

1. สถาปนิกผู้ออกแบบ

  • ธรรมศักดิ์ โรจนสุนทร อดีตรองผู้ว่าการฝ่ายวางแผนและพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  • เศวต โล่ห์สุวรรณ สถาปนิก ประจำบริษัทสถาปนิก 205
  • อนุสรณ์ ถนัดช่าง สถาปนิก
  • ประเสริฐ สุขุมานันท์ สถาปนิก

2. วิศวกรทางน้ำ

  • รศ. ดร.สุพัฒน์ วิเศษสมใจ อดีตอธิการบดีสถาบัน AIT
  • รศ. ดร.สมเจตน์ ทิณพงษ์ รักษาการผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) อพท., อดีตผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมหลายสมัย, อดีตผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • ศ. ดร.จงรักษ์ ผลประเสริฐ วิศวกรบำบัดน้ำเสีย
  • อ.จงใจ ผลประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญจากการประปานครหลวง

3. วิศวกรโครงสร้าง

  • ดร.วิรัช เหล่าศิริชน วิศวกรโครงสร้างเหล็ก
  • มนตรี นันทนาท วิศวกรโครงสร้าง
  • วีระชัย เอื้อวิไลจิต

4. ผู้จัดการโครงการ

  • วีระยุทธ จึงสุระ

02
The Merry-Go-Round ม้าหมุนสองชั้น 
Territory : Family World 
Since : พ.ศ. 2527 

เครื่องเล่นม้าหมุนสองชั้นที่ปรากฏเป็นฉากสำคัญในมิวสิกวิดีโอเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย (Koisuru Fortune Cookie) ของวง BNK48 คืออีกหนึ่งแลนด์มาร์กของสยามอะเมซิ่งพาร์คที่กลายเป็นขวัญใจของคนทุกเพศทุกวัย ด้วยความที่ถูกจัดประเภทให้อยู่ในดินแดน Family World นั่นหมายความว่าเครื่องเล่นประเภทนี้สามารถเล่นได้ทั้งครอบครัวแบบไม่จำกัดความสูงของผู้เล่น (แต่เด็กที่สูงต่ำกว่า 131 เซนติเมตร ควรใช้บริการพร้อมผู้ปกครอง) เป็นม้าหมุนสองชั้นหนึ่งในไม่กี่ตัวในโลก และเป็นเครื่องเล่นสุดคลาสสิกที่ผลิตโดยฝีมือคนไทย และได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ 

ม้าหมุนสองชั้นของสยามอะเมซิ่งพาร์คมีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Merry-Go-Round ซึ่งเป็นหนึ่งในชื่อเรียกประเภทของเครื่องเล่นที่มีลักษณะเป็นแท่นหมุนวงกลมพร้อมที่นั่งควบคู่กับดนตรีประกอบ หรือม้าหมุน โดยเครื่องเล่นม้าหมุนแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันในเรื่องของทิศทางการหมุน ถ้าเป็น Merry-Go-Round หรือ Gallopers แท่นจะหมุนตามเข็มนาฬิกา โดยให้ม้าหันหัวไปทางซ้าย นิยมในสหราชอาณาจักร ในขณะที่ Carousel แท่นวงกลมจะหมุนทวนเข็มนาฬิกา ให้ม้าหันหัวไปทางขวา นิยมในสหรัฐอเมริกา 

ส่วนสนุก

  • หุ่นม้าหมุนหนึ่งชั้นมีม้า 36 ตัว รถฟักทอง 4 คัน รวม 2 ชั้น มีจำนวนม้าทั้งสิ้น 72 ตัว รถฟักทอง 8 คัน

03
Jurassic Adventure ผจญภัยแดนไดโนเสาร์ 
Territory : Adventure World
Since : พ.ศ. 2549

ผจญภัยแดนไดโนเสาร์ คือการจำลองพื้นที่ส่วนหนึ่งให้กลายเป็นผืนป่าที่ต้องฝ่าตะลุยเข้าไปด้วยรถจี๊ปเพื่อสัมผัสกับโลกยุคดึกดำบรรพ์ที่มีไดโนเสาร์จำลองกว่า 60 สปีชีส์ และสรรพสัตว์จากยุคดึกดำบรรพ์อีกกว่า 30 ชีวิต ก่อนปิดท้ายการผจญภัยด้วยเหตุการณ์จำลองถ้ำภูเขาไฟระเบิด ต้นเหตุแห่งการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ 

ดินแดนนี้ได้รับความนิยมอย่างมากนับตั้งแต่ปีที่เปิดตัว เพราะเป็นเครื่องเล่นที่เล่นได้ทั้งครอบครัว ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก เหมือนได้มาผจญภัยในดินแดนสัตว์โลกล้านปี ได้ตื่นตาตื่นใจไปกับไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ เพิ่มบรรยากาศความสมจริงด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้ไดโนเสาร์บางตัวขยับได้ ถือเป็นความแปลกใหม่ เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจแบบครอบครัวอย่างมากในยุคนั้น นับเป็น ‘Themed Attraction’ แห่งแรกที่ออกแบบคอนเซปต์โดยทีมงานของสยามอะเมซิ่งพาร์ค และเชิญศิลปินชาวจีน (มิสเตอร์หลี่ซื่อเจียง และคณะ) มาออกแบบและจัดทำหุ่นไดโนเสาร์ โดยได้แรงบันดาลใจด้านเทคโนโลยีแอนิเมชั่นจากประเทศเยอรมนี ทำให้ไดโนเสาร์ขยับและส่งเสียงร้องได้ราวกับมีชีวิตจริงๆ! 

ส่วนสนุก

  • โดยปกติของธุรกิจบริการ จะมีช่วงเวลาที่เฟื่องฟู รุ่งเรือง ซบเซา สวนสยามก็เช่นกัน สวนสยามในช่วงเวลานั้นเผชิญภาวะขาดทุน ขาดสภาพคล่องทางการเงิน เป็นหนี้สิน ถูกฟ้องล้มละลาย แต่ด้วยหัวใจนักสู้ของ ดร.ไชยวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง ทำให้สามารถประคับประคองสวนสยามฝ่าวิกฤตครั้งนั้นมาได้ ก่อนจะตัดสินใจนำเม็ดเงินมาลงทุนทำเครื่องเล่นใหม่ นั่นก็คือ จูราสสิค แอดเวนเจอร์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพลิกชีวิตของสยามอะเมซิ่งพาร์คให้รอดพ้นจากวิกฤตมาได้

04
Speed Slide สไลเดอร์ยักษ์ 
Territory : Water World

โฆษณาระดับตำนานที่ติดตาตรึงใจของใครหลายคน คือภาพของทีมไลฟ์การ์ด (เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทางน้ำ) จำนวน 4 คนจับมือเรียงแถวหน้ากระดานในท่ายืนและปล่อยตัวลงมาจากสไลเดอร์สายรุ้ง! พร้อมซาวนด์ประกอบเพลง Hawaii Five-O ของวงดนตรีชาวอเมริกัน The Ventures นั่นทำให้เครื่องเล่นชิ้นนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก และกลายเป็น ‘พระเอกตลอดกาล’ ตามนิยามของสยามอะเมซิ่งพาร์ค จากความสำเร็จของโฆษณาถูกพัฒนาต่อยอดมาเป็นการแสดงสไลเดอร์ผาดโผนสุดตื่นเต้น ทั้งยืนสไลด์ กระโดดข้ามราง และตีลังกาบนรางขณะสไลด์ตัวลงมา ต่อมาทางผู้บริหารดำเนินนโยบายเรื่องความปลอดภัยจึงสั่งงดการแสดงดังกล่าวตั้งแต่ปี 2000 แต่สไลเดอร์สายรุ้ง 7 สียังคงเปิดให้ผู้คนได้ใช้บริการลื่นไหลตามปกติ เพียงแต่ต้องอยู่ในท่านั่งเท่านั้น

Speed Slide สไลเดอร์ยักษ์ นอกจากจะจำลองจากสายรุ้งทั้ง 7 สี ยังมีความสูง 21 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 7 ชั้น นับว่าสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากสถิติมีผู้เล่นที่เคยทาบตัวผ่านสไลเดอร์นี้มามากกว่า 20 ล้านคนทั่วโลก และครั้งหนึ่งในอดีตเคยได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ว่าสูงที่สุดในโลกด้วย

05
Vortex ซูเปอร์เกลียวเหาะมหาสนุก
Territory : Extreme World
Since : พ.ศ. 2550 

รถไฟเหาะตีลังกาเกลียวสว่านแบบห้อยขาขนาดใหญ่ที่สุด 1 ใน 2 ของโลก ความยาว 765 เมตร ความสูง 33 เมตร และวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 76 กิโลเมตร / ชั่วโมง จาก Vekoma บริษัทที่เป็นผู้นำด้านเครื่องเล่นจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2550 เป็น 1 ใน 15 เครื่องเล่นที่อยู่ในโปรเจกต์การลงทุนครั้งใหญ่ของสยามอะเมซิ่งพาร์ค นับเป็นส่วนหนึ่งในการพลิกโฉมจากสวนสนุกของสวนสยามเดิม (ในสมัยนั้น) มาเป็น ‘สยามอะเมซิ่งพาร์ค’ ด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้สวนสยามมีภาพจำเป็นเพียงสวนน้ำขนาดใหญ่เท่านั้น เท่ากับว่าการเปิดบริการเครื่องเล่นระดับโลก ทำให้สามารถยกระดับสยามอะเมซิ่งพาร์คขึ้นเป็นสวนน้ำ-สวนสนุกชั้นนำของเอเชีย รวมถึงสามารถขยายกลุ่มเป้าหมายทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ จากข้อมูลล่าสุดของสยามอะเมซิ่งพาร์คพบว่ามีนักท่องเที่ยวจากกว่า 80 ประเทศทั่วโลกเข้าใช้บริการในแต่ละปี

มีคำแนะนำสนุกๆ จากเจ้าหน้าที่ด้วยว่าถ้าอยากเล่นรถไฟเหาะให้มันสุดๆ ต้องเลือกที่นั่งให้ถูกด้วย เพราะแต่ละที่นั่งให้ความเร็วเมื่อวิ่งผ่านแต่ละจุดไม่เท่ากัน โดยตำแหน่งที่นั่งท้ายสุดของขบวนรถไฟจะหวาดเสียวที่สุดเมื่อรถวิ่งผ่านจุดสูงสุดของราง กลับกันตำแหน่งที่นั่งด้านหน้าสุดของขบวนรถไฟ จะตื่นเต้นกว่าใครอื่นเมื่อรถไฟเหาะผ่านจุดต่ำสุดของราง

ส่วนสนุก

  • เครื่องเล่นประเภทรถไฟเหาะตีลังกา อย่าง Boomerang และ Vortex ไม่ได้ใช้พลังงานไฟฟ้าในการทำงาน แต่ใช้หลักการความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลกที่กระทำต่อวัตถุต่างๆ (gravity) หรือที่เรียกว่าแรง G เป็นตัวขับเคลื่อน รวมถึงกำหนดความเร็ว พลังงานที่ใช้จะเกิดจากการยกขึ้นไปให้สูงแล้วปล่อยลงมา เป็นการใช้กฎอนุรักษ์พลังงาน จะทำให้เกิดพลังงานศักย์ หลังจากนั้นจะปล่อยพลังงานศักย์ออกมาและเปลี่ยนเป็นความเร็ว ความเร่ง ซึ่งจะปลอดภัยกว่า เพราะการเกิดพลังงานศักย์ และเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์ จะไม่มีอะไรมาตัดระบบได้ ทำให้รถไฟสามารถวิ่งไปจนสุด และกลับไปที่เดิมได้
  • และยิ่งรถไฟอยู่สูงจากพื้นมากเท่าไหร่ พลังงานโน้มถ่วงยิ่งมีค่ามากขึ้นเท่านั้น เมื่อปล่อยให้ไหลลงมาจากเนิน ความเร็วของรถไฟจะเพิ่มขึ้น พอถึงข้างล่างความเร็วจะทำให้รถไฟพุ่งต่อไปยังเนินที่สอง โดยปกติตัวรางจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 20 เมตร เมื่อหักลบกับการตีโค้งต่างๆ รถไฟก็จะขึ้นไปอยู่ที่ความสูงประมาณ 17 เมตร นอกจากนี้ตัวรางที่ถูกดีไซน์เพื่อกำหนดทิศทางให้มีการเลี้ยวโค้ง ตีวง ตีลังกา ก็สัมพันธ์กับแรงส่งในการเพิ่มความเร่ง ความเร็วของรถไฟเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ลืมที่จะยึดหลักความปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการเป็นหัวใจสำคัญ

Writer

อดีตกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ ปัจจุบันรับจ้างเขียนเป็นการเลี้ยงชีพ

Photographer

ชีวิตต้องมีสีสัน