เกาะกระแสเทศกาลยังไงให้ยอดขายปัง กับกลยุทธ์การทำ Seasonal Marketing
Yolé เสิร์ฟไอศกรีมโยเกิร์ตมะยงชิด, After You เปิดตัวคากิโกริมะยงชิดพริกเกลือ, สเวนเซ่นส์จัดเทศกาลมะม่วงอกร่องทอง นี่เป็นตัวอย่างของสารพัดเมนูและแคมเปญต้อนรับหน้าร้อนที่หลายแบรนด์เริ่มปล่อยออกมา
ถือเป็นหนึ่งในการตลาดที่ตามกระแสจากผลไม้ตามฤดูกาลและตามเทศกาลสำคัญ หรือที่เรียกว่า ‘Seasonal Marketing’ โดยหยิบสิ่งที่ผู้คนอินในช่วงนั้นมาต่อยอดเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อกระตุ้นยอดขายขยายฐานลูกค้า ถึงขนาดที่มีข้อมูลระบุว่า seasonal marketing ช่วยดันยอดขายได้มากขึ้นกว่า 10-20% หรือบางธุรกิจอาจสร้างยอดขายได้มากกว่านี้ในช่วงเทศกาลอีกด้วย
ยิ่งตอนนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ และกำลังจะมีเทศกาลใหญ่อย่างสงกรานต์ ก็ถือเป็นโอกาสทองที่แบรนด์จะออกแคมเปญมาครองใจลูกค้า Keynote ตอนนี้จึงพามาเปิดวิธีการทำ seasonal marketing พร้อมเทคนิคการวางกลยุทธ์ให้ยอดขายปังได้ทุกฤดูกาล

เทคนิคการปั้น seasonal marketing ให้ปัง
หาเวลาทองของตัวเองให้เจอ
แต่ละธุรกิจ แต่ละสินค้ามีช่วงเวลาทองเป็นของตัวเอง อย่างหน้าร้อนอาหารหรือไอเทมที่เน้นความสดชื่นจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ในขณะเดียวกันเสื้อกันหนาวและผ้าห่มจะขายไม่ค่อยดีในช่วงนี้ ซึ่งต้องอาศัยการปรับกลยุทธ์ เช่น ออกผ้าห่มที่ทำให้รู้สึกเย็น เน้นจัดโปรโมชั่นในช่วงนี้ และไปทุ่มเททำแคมเปญช่วงที่ขายดีอย่างหน้าหนาวก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยได้ ซึ่งการทำ CRM หรือเก็บอินไซต์จากลูกค้าก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้รู้ว่าเวลา prime time ของสินค้าคุณคือช่วงไหน
เปิดตัวสินค้าแบบลิมิเต็ด
หมัดเด็ดอีกอย่างคือการเปิดตัวสินค้าหรือบริหารที่อิงกับฤดูกาลนั้นๆ แต่วางขายแบบจำกัดจำนวน จำกัดเวลาขาย หรือผลิตออกมาแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น เพื่อให้คนรู้สึกพลาดอะไรบางอย่างถ้าไม่ไปช้อปหรือไปชิมเมนูนั้นในช่วงนี้ เช่น เมนูมะยงชิดและมะม่วงที่หลายแบรนด์หยิบมาใช้เป็นส่วนประกอบในขนมช่วงนี้ ถ้าหมดฤดูร้อนไปก็จะไม่ได้กินเมนูนี้อีกแล้วหรือต้องรอถึงปีหน้ากว่าจะได้ชิม จึงเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่กระตุ้นความสนใจของคนไทยเป็นอย่างดี
เปิดตัวก่อนได้เปรียบกว่า
ช่วงเวลาในการเปิดตัวสินค้าหรือแคมเปญก็สำคัญไม่แพ้กัน หากเปิดตัวช้า บางทีลูกค้าอาจจะช้อปสินค้าของแบรนด์อื่นไปแล้ว หรือไปชิมเมนูที่มีส่วนผสมพิเศษตามฤดูกาลจากร้านอื่นไปบ้างแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการควรวางแผนแคมเปญล่วงหน้า และเปิดตัวก่อนถึงฤดูกาลนั้นเล็กน้อย เช่น หน้าร้อนจะเริ่มช่วงเดือนมีนาคม การเปิดตัวสินค้าไว้เนิ่นๆ ตั้งแต่กุมภาพันธ์ก็ดันให้ยอดขายโตกว่าแบรนด์คู่แข่งได้

กลยุทธ์ดันยอดขายตามฤดูกาล
ฤดูร้อน (มีนาคม-พฤษภาคม) การตลาดเน้นไปที่เรื่องความสดชื่น คลายร้อน และการท่องเที่ยว ส่วนสินค้าเน้นไปที่เครื่องดื่มหรือไอศกรีมดับร้อน เกาะกระแสผลไม้ตามฤดูกาล รวมถึงเครื่องปรับอากาศ ครีมกันแดด และชุดว่ายน้ำเป็นช่วงเวลาที่ขายดี ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะแก่การจัดโปรโมชั่นคือช่วงก่อนสงกรานต์ผู้คนจะจับจ่ายใช้สอยกันมากที่สุด
ฤดูฝน (มิถุนายน-ตุลาคม การตลาดเน้นความสะดวกสบายและเรื่องสุขภาพ เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนมีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่าย สินค้าที่ขายดีคืออุปกรณ์กันฝนอย่างร่ม เสื้อกันฝน รองเท้ากันน้ำ ไปจนถึงวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันและอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน ส่วนธุรกิจอาหารก็เน้นไปที่การขายแบบเดลิเวอรี เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนลดการออกจากบ้าน แต่เน้นสั่งอาหารแบบเดลิเวอรีแทนมากกว่า
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) การตลาดเน้นจัดสินค้าให้เป็นชุดของขวัญ เหมาะสำหรับให้คนสำคัญ เพราะตรงกับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองอย่างคริสต์มาสและปีใหม่ และในทางจิตวิทยาอากาศเย็นยังทำให้คนรู้สึกเหงา อยากพบปะผู้คนเพื่อแลกของขวัญ ส่งมอบความสุขกันมากขึ้น สินค้าที่ขายดีในช่วงนี้คือสินค้าที่เป็นกิฟต์เซตเสื้อกันหนาว ช็อกโกแลต ไปจนถึงสินค้าและแพ็กเกจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว และถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการจัดโปรโมชั่นลดราคาครั้งใหญ่ส่งท้ายปี โดยเฉพาะช่วง Double Date Sale 11.11 และ 12.12
อย่างไรก็ตามการทำ seasonal marketing ไม่ใช่แค่การจัดโปรโมชั่นตามเทศกาลหรือแค่เปิดตัวสินค้าจากวัตถุดิบในฤดูกาลนั้นแล้วจบไป แต่ต้องสื่อสารและทำแคมเปญให้เข้าถึงหัวจิต หัวใจ และความต้องการของลูกค้าในแต่ละเทศกาลอย่างแท้จริง ถึงจะดันให้กลยุทธ์ seasonal marketing ประสบความสำเร็จตามที่แบรนด์ตั้งใจไว้นั่นเอง
ที่มา