ย่นระยะ
RYA Athletics ร้าน selected store ที่ย่นระยะความห่าง ของคนไทยกับแบรนด์เสื้อผ้าวิ่งระดับโลก
ในวันที่ไลฟ์สไตล์แบบพี่นักวิ่งกลายเป็นกระแสในสังคมไทย ผู้คนต่างหันมาออกกำลังกาย จ็อกกิ้งตามสวนและริมถนนกันเป็นจำนวนมาก สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการขยายตัวของธุรกิจ ที่เข้ามาตอบสนองต่อเทรนด์นี้ ซึ่งรวมไปถึงเสื้อผ้าและอุปกรณ์การวิ่ง ที่มีทั้งเจ้าใหญ่และเจ้าใหม่เกิดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด
ทว่า ในธุรกิจเสื้อผ้าวิ่งวันนี้ เราไม่ได้มีเพียงแค่แบรนด์ระดับโลก 3-4 แบรนด์อีกต่อไปแล้ว ประเทศไทยเองก็เริ่มหันมาผลิตแบรนด์เสื้อผ้าวิ่งเป็นของตัวเอง รวมถึงในต่างประเทศก็เริ่มมีแบรนด์เกิดขึ้นมาแย่งส่วนแบ่งกับเจ้าตลาดเป็นจำนวนมาก
สิ่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์เหล่านี้ถือกำเนิดขึ้นมาได้ เป็นเพราะไลฟ์สไตล์และความต้องการของนักวิ่งในปัจจุบันมีความเฉพาะตัวและหลากหลายมากยิ่งขึ้น แบรนด์น้องใหม่เหล่านี้จึงมักมีคาแร็กเตอร์ มีการนำเสนอ และมีกลุ่มเป้าหมายที่ niche แก่นักวิ่งที่มีรสนิยม มีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างออกไป
จุดนี้เองที่ร้านเสื้อผ้าวิ่งประเภท selected store เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการวิ่ง เพราะในยุคสมัยที่มีแบรนด์เสื้อผ้าวิ่งมากมาย หากมีร้านที่ทำการคัดกรองและเลือกมาแล้ว ว่าสินค้าแบรนด์นี้เหมาะสำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์และรสนิยมแบบเดียวกัน ก็จะทำให้นักวิ่งสามารถเข้าถึงสิ่งที่ต้องการได้มากขึ้น
RYA Athletics ก็เช่นกัน เพราะด้วยความที่ กี้–ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ และโอม-ภัทรพล หวานใจ อินฟลูเอนเซอร์ด้านการออกกำลังกาย เริ่มมองเห็นว่า เสื้อผ้าวิ่งนั้นมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น แต่คนไทยกลับยังไม่มีโอกาสได้รู้จัก หรือลองสัมผัสสินค้าเหล่านี้เท่าที่ควร จึงทำการเปิดร้านนี้ขึ้นมา โดยหวังว่าจะเป็นพื้นที่ให้นักวิ่งไทยและแบรนด์เสื้อผ้าจากทั่วโลก ได้มาพบเจอกัน
แล้วแนวคิดที่ว่าจะทำได้ยังไง และด้วยความเชื่อแบบไหน เราขอชวนมาหาคำตอบไปพร้อมกันจากบทสัมภาษณ์ด้านล่างนี้

สปอร์ตแวร์–มากกว่าเสื้อผ้า คือการบอกว่าเราคือใคร
ย้อนกลับไปก่อนหน้า ชนากานต์และภัทรพล คืออินฟลูเอนเซอร์ในโซเชียลมีเดีย อีกทั้งยังเป็นนักกีฬา และเทรนเนอร์ที่ให้ความรู้ด้านการออกกำลังกาย จึงทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่พวกเขาใส่ในแต่ละวันมักเป็นชุดสำหรับการออกกำลังกายอยู่เสมอ
ดังนั้นการคัดเลือกเสื้อผ้าออกกำลังกายและวิ่ง จึงเป็นเรื่องสำคัญกับพวกเขาเป็นอย่างมาก
ชนากานต์ : ด้วยความที่เราเป็นคนใส่ชุดออกกำลังกายมากกว่าชุดธรรมดา ทั้งด้วยกิจกรรมส่วนตัว รวมถึงงานที่ทำอยู่ ดังนั้นเวลาจะซื้อชุดพวกนี้เราจึงค่อนข้างซีเรียสกับมันพอสมควร ว่ามันจะต้องดี
ซึ่งคำว่าดี ไม่ใช่ในเชิงคุณภาพหรือมีดีไซน์ที่ถูกใจเพียงอย่างเดียว แต่เรามองลึกไปอีกว่าเป็นแบรนด์อะไร แบรนด์เขามี personality ยังไง เขาสื่อสารกับลูกค้ายังไง เพราะเราเชื่อว่าเรื่องพวกนี้มันจะบ่งบอกตัวตนได้ว่าเป็นคนยังไง มีรสนิยมแบบไหน
โอม : ผมก็เหมือนกัน ด้วยความที่ตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัยมาก็ทำงานเป็นเทรนเนอร์มาโดยตลอด ทำงานเสร็จก็มาออกกำลังกายของตัวเองต่อ เสื้อผ้าที่ใส่ในทุกวันก็จะมีแต่เสื้อผ้าออกกำลังกาย แล้วยิ่งได้มาเริ่มวิ่ง ก็ยิ่งทำให้การใส่เสื้อผ้าออกกำลังกายมันถลำลึกลงไปอีก เพราะคราวนี้เราไม่ได้แค่เลือกเสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกายแล้ว เสื้อผ้าวิ่งมันมีรายละเอียดมากกว่า ต้องมาเลือกความยาว ความกระชับ คิดถึงเรื่องเนื้อผ้า

แล้วยิ่งส่วนตัวผมเองเป็นคนชอบใส่เสื้อผ้าไม่ซ้ำกับคนอื่น ชอบหาเสื้อผ้าที่แตกต่าง ก็เลยทำให้รู้ว่าในโลกของเสื้อผ้าออกกำลังกาย โดยเฉพาะเสื้อผ้าวิ่งที่มีหลากหลายแบรนด์กระจายอยู่ตามมุมโลกเต็มไปหมด
ผู้เขียนถามต่อว่า ในมุมมองของพวกเขาเสื้อผ้าสำหรับเวทเทรนนิ่งกับเสื้อผ้าวิ่งต่างกันเยอะไหม? เรื่องนี้ทั้งคู่เห็นพ้องตรงกันว่า เสื้อผ้าวิ่งมีความแตกต่างและมีความละเอียดมากกว่าเสื้อผ้าเวท จึงทำให้การเลือกซื้อเสื้อผ้าวิ่งในแต่ละแบรนด์มีความหลากหลายและสนุกเป็นพิเศษ
ภัทรพล : ผมมองว่าค่อนข้างแตกต่างเลยนะ เพราะถ้าเราเล่นเวทเทรนนิ่ง เราอาจจะใส่เสื้อผ้าอะไรก็ได้ เป็นเนื้อผ้าคอตตอนก็ยังไหว ขอแค่เรายังยกเหล็ก หรือทำท่าสควอตแล้วเป้ากางเกงไม่ขาดก็พอ แต่พอมาลองวิ่งแล้ว เสื้อผ้าแบบนั้นมันไปกับกีฬาวิ่งไม่ไหว การวิ่งมันต้องการความคล่องตัว ความกระชับ เสื้อผ้าก็ควรทำออกมาให้สอดคล้องกับเรื่องนี้ ใส่สบาย ไม่เสียดสี ไม่รุ่มร่าม มันจึงมีรายละเอียดในจุดต่างๆ เต็มไปหมด
ชนากานต์ : เราว่ามันรวมไปถึงเสื้อผ้าของผู้หญิงด้วย สมัยที่ออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง การเคลื่อนไหวอาจจะไม่ได้เยอะมาก ดังนั้นสปอร์ตบราเราจึงไม่ต้องมาดูเรื่องความกระชับ คล่องตัวขนาดนั้น ขอแค่ดีไซน์สวย สีถูกใจก็เป็นพอแล้ว แต่พอมาเป็นกีฬาวิ่งที่มันมีแรงกระแทกสูง มีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างเยอะ สปอร์ตบราบางตัวที่ดูสวย หน้าตาโอเค กลับไม่ตอบโจทย์ในการวิ่ง ไม่ซัพพอร์ตร่างกายขณะเคลื่อนไหว หรือเป็นผ้าที่ไม่ระบายน้ำ จนมันชุ่มเหงื่อตอนวิ่ง แบบนี้ก็ไปต่อกับมันไม่ไหว คือเราต้องมาพิจารณาให้รอบคอบมากขึ้น
ในใจผู้เขียนเกิดคำถามว่า เสื้อผ้าวิ่งมันต้องขนาดนั้นเชียวเหรอ! เพราะหากมองออกไปตามสวนสาธารณะหรือในยิมต่างๆ ก็ยังมีคนใส่เสื้อผ้าทั่วไปมาวิ่งและออกกำลังกายได้ ไม่จำเป็นต้องเลือกซื้อเสื้อผ้าออกกำลังกายแบบที่ทั้งสองคนทำ
ภัทรพล : ก็จริงแหละที่เราจะใส่เสื้อผ้าแบบไหนออกไปวิ่งหรือเวทเทรนนิ่งก็ได้ แต่ในเมื่อเรามีทางเลือกที่อาจจะดีและเหมาะสมกว่า ทำไมจึงไม่ลอง เพราะในอีกมุมหนึ่งการวิ่งหรือเวทเทรนนิ่งที่คิดว่าทำได้ดีพอสมควรแล้ว การได้ใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมกับกิจกรรมนั้นแล้วอาจทำให้เพอร์ฟอร์แมนซ์ในการวิ่งดีกว่าเดิมก็ได้
ชนากานต์ : เห็นด้วยกับโอม สุดท้ายจะใส่อะไรก็ได้ อยู่ที่ความถนัด แต่ส่วนตัวเรามองว่า หากมนุษย์คิดค้นช้อนมาสำหรับการตักข้าว กินข้าวต้ม กินโจ๊กแล้ว การจะยังใช้ช้อน ใช้ตะเกียบมันก็ทำได้ แต่คงไม่ถนัดเสียเท่าไหร่สำหรับคนส่วนมาก เรื่องเสื้อผ้าออกกำลังกายก็เหมือนกัน หากมีแบรนด์ที่คิดค้นและออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้แล้ว จะลองเอามาใช้สำหรับกิจกรรมนั้นโดยเฉพาะ ก็ดูเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า

selected store เพราะเห็นว่าดี จึงอยากเอามาบอกและขายต่อ
จากไลฟ์สไตล์สู่ธุรกิจสำหรับคนในแบบเดียวกัน
วันนี้นอกจากเทรนเนอร์ อินฟลูเอนเซอร์แล้ว ทั้งคู่มีความคิดอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าและสินค้ากีฬามาโดยตลอด โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเองก็เคยเปิดร้านพรีออร์เดอร์อุปกรณ์กีฬา ก่อนที่จะต่อยอดมาเป็น RYA Athletics ในปัจจุบัน
ภัทรพล : พวกเราเองมีความคิดเรื่องการทำธุรกิจมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยเล่นกีฬา Crossfit ที่เคยเปิดร้านพรีออร์เดอร์อุปกรณ์กีฬา จนมาถึงปัจจุบันที่การวิ่งกลายเป็นสิ่งที่พวกเราสนใจ ซึ่งก็ค้นพบว่า ปัจจุบันโลกของแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาไม่ได้มีแค่แบรนด์ระดับโกลบอลที่เราเคยรู้จักอีกต่อไป มันมีแบรนด์ที่มีความเฉพาะตัว มีจุดประสงค์ชัดเจนว่าสื่อสารกับใคร นักวิ่งแบบไหน ออกแบบสินค้าผ่านความเชื่อแบบใด ซึ่งแบรนด์เหล่านี้เป็นสิ่งใหม่และน่าสนใจเป็นอย่างมาก
และในขณะเดียวกัน เราก็เห็นว่านักวิ่งในไทยเองที่เขาอาจจะมีไลฟ์สไตล์หรือความต้องการแบบเรา แต่กลับไม่ค่อยได้เห็นหรือรู้จักแบรนด์เหล่านี้เท่าไหร่นัก ประกอบกับการที่เรามีโอกาสได้ไปต่างประเทศ เห็นว่าแต่ละประเทศเขามีกลุ่มนักวิ่งที่สนใจเสื้อผ้าเฉพาะทางเหล่านี้อยู่ และเป็นคอมมิวนิตี้ที่แข็งแรง อีกทั้งยังมีร้านประเภท selected store ที่เลือกสินค้าบางแบรนด์ บางรุ่นมาขาย ก็กำลังเป็นเทรนด์ที่เติบโตและได้รับความนิยม เลยเกิดความคิดขึ้นมาว่า อยากเอาสิ่งนี้เข้ามาในประเทศไทย ให้นักวิ่งในบ้านเราได้รู้จักมากขึ้น
ชนากานต์ : ประกอบกับตอนนั้น หุ้นส่วนอีกหนึ่งคน (สิทธิกาญจน์ วลีอิทธิกุล) มาเจอพื้นที่ตรงนี้กำลังปล่อยให้เช่าพอดี เลยเกิดตัดสินใจกันว่า ถ้าจะเริ่มตอนนี้ก็ดูเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เรามีไอเดีย เราเห็นโอกาสในการเติบโต เรามีโอกาสในการทำหน้าร้านเข้ามา ก็เลยตัดสินใจลองเริ่มทำกันดู
ด้วยเหตุที่กล่าวมา RYA Athletics จึงถือกำเนิดขึ้น โดยเลือกปักหลักร้านภายในโครงการ Yolo ที่ซอยสมคิด ลุมพินี ในฐานะ Running Selected Store ที่หยิบจับและคัดเลือกแบรนด์และสินค้าที่มีเอกลักษณ์และตัวตนชัดเจน โดยมีความตั้งใจว่า อยากให้คนไทยได้รู้จักและสัมผัสกับแบรนด์เหล่านี้

ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์ออกกำลังกาย Bandit Running, Tracksmith, Research Studio, Soar Running, District Vision, R.A.D Global, Hermanos Koumori, Minted New York เจลให้พลังงานอย่าง Maurten และ SAP GOOD ENERGY รวมถึง Stryd Foot อุปกรณ์ตรวจวัดค่าพลังงานในการวิ่ง ที่มีคีริน ตันติเวทย์ นักวิ่งทีมชาติไทยเป็นพรีเซนเตอร์
ในบรรดาแบรนด์เสื้อผ้าวิ่งที่มีอยู่มากมายทั่วทุกมุมโลก RYA Athletics มีวิธีคัดกรองและตัดสินใจเลือกแบรนด์และสินค้ายังไง เรื่องนี้ทั้งคู่อธิบายเอาไว้ว่า ต้องเป็นสิ่งที่พวกเขาใช้จริงและชอบ ถึงจะนำเข้ามาให้นักวิ่งชาวไทยได้ใช้กัน
ภัทรพล : อันดับแรก คือพวกเราต้องเคยใช้และรู้สึกชอบกันก่อน จากนั้นจึงจะติดต่อไปว่า อยากขอเป็นพาร์ตเนอร์กับเขาเท่านั้น คือพวกเราจะไม่ใช้วิธีกดสินค้าจากหน้าเว็บไซต์แล้วเอามาขายต่อ เราอยากเป็นพาร์ตเนอร์กับเขา คุยกับเขาตรงๆ ว่าไม่ใช่แค่สินค้า แต่วิธีการนำเสนอ วิธีการเล่าถึงเรื่องราวของแบรนด์ เหล่านี้เราอยากทำให้คนไทยได้รู้จักและเข้าใจจริงๆ
ชนากานต์ : ตลาดของกลุ่มลูกค้า RYA Athletics คือนักวิ่งที่คาดหวังกับเพอร์ฟอร์แมนซ์ตัวเอง รวมถึงสายวิ่งสนุกๆ ชอบหยิบจับเสื้อผ้าวิ่งมาแต่งตัวด้วย โดยสินค้าของเราก็จะต้องสอดรับกับความต้องการเหล่านี้คือทั้งคุณภาพต้องอยู่ในระดับที่ใช้ในการแข่งขันได้ ออกแบบและมีเทคโนโลยีที่เหมาะกับการวิ่ง รวมถึงมีสไตล์การออกแบบที่ชัดเจนว่าเหมาะสำหรับนักวิ่งแบบไหน อยากเห็นภาพแบบไหนจากนักวิ่งที่ซื้อสินค้าของแบรนด์เหล่านี้ไป

เพราะ RYA Athletics ชอบ จึงอยากให้คนไทยได้ลองใส่ แต่สิ่งที่ผู้เขียนสงสัยคือแล้วสินค้าไหนที่เรียกได้ว่าเป็นสินค้าที่ RYA Athletics ชอบ เรื่องนี้ชนากานต์และภัทรพลอธิบายว่า เรื่องความชอบนั้นสำหรับหุ้นส่วนแต่ละคน คงมีเกณฑ์ในการเลือกที่แตกต่างกัน
ชนากานต์ : สำหรับเรา อันดับแรกคือเห็นแล้วต้องชอบ ต้องถูกใจ อันนี้คือเรื่องแรก แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจทันทีนะ แต่ต้องเอามาลองก่อนว่าใส่แล้วเป็นยังไง ใช้วิ่ง ใช้ออกกำลังกายได้จริงไหม เพราะที่ผ่านมาก็มีหลายแบรนด์ที่ในตอนแรกเห็นแล้วรู้สึกประทับใจมาก แต่พอเอามาใส่จริงกลับรู้สึกว่ามันไม่เหมาะกับเราขนาดนั้น เราก็จะไม่เอาของชิ้นนั้นเข้ามาขาย
อีกส่วนที่สำคัญคือ มันต้องมีกลิ่นอายเป็นของตัวเอง คือเป็นสินค้าที่คาแร็กเตอร์ มีเรื่องราว ว่ากว่าจะเป็นสินค้ารุ่นนี้ ของแบรนด์นี้ มีที่มาที่ไปยังไง เราจะไม่ค่อยสนใจแบรนด์ที่บอกว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากแบรนด์อื่นมาเป็นของตัวเองเท่าไหร่นัก
ภัทรพล : ของผมเองก็คล้ายกับของกี้ แต่มีเสริมว่าจะต้อง เป็นสินค้าที่ผมเห็นว่าสามารถขายให้กับคนไทยและสามารถเจาะตลาดนักวิ่งไทยได้

ที่สำคัญคือทางแบรนด์เหล่านั้นต้องยินดีที่จะเป็นพาร์ตเนอร์ทำธุรกิจร่วมกับเรา ซึ่งเรื่องนี้ในช่วงแรกค่อนข้างยาก เพราะพวกเราเริ่มมาจากศูนย์ ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีเว็บไซต์ การไปพูดคุยกับแบรนด์เหล่านี้ก็ต้องใช้ความพยายามในการสื่อสาร การเล่าเป้าหมายของ RYA Athletics แต่ในมุมหนึ่งก็เป็นเรื่องดี เพราะเขาจะได้เห็นภาพชัดเจนว่าร้านกำลังทำอะไร และจะพาสินค้าของเขาไปอยู่ในจุดไหนในวงการวิ่งของประเทศไทย
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ RYA Athletics แตกต่างจากร้านขายเสื้อผ้าวิ่งทั่วไป คือการที่พวกเขาดึงแบรนด์ต่างๆ เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจร่วมกัน ซึ่งอาจเพิ่มเงื่อนไขต่างๆ ให้กับร้านต้องนำสินค้าเข้ามาขายมากขึ้น สวนทางกับวิธีรับหิ้วที่เป็นแนวทางที่หวังทำกำไรได้มากกว่า แต่พวกเขาเชื่อว่าการเป็นพาร์ตเนอร์ มันช่วยให้แบรนด์และร้านของพวกเขาเติบโตในตลาดนักวิ่งชาวไทยในระยะยาวได้ดีกว่า
ชนากานต์ : ในเชิงตัวเลขมันอาจทำกำไรได้ไม่ดีเท่าแบบรับหิ้วด้วยซ้ำ แต่พวกเราให้ความความสำคัญกับเรื่องความสัมพันธ์ของแบรนด์ ร้านค้า และลูกค้ามากกว่า เรามองว่าด้วยความที่เป็นคนแบบเดียวกัน รสนิยมคล้ายกัน ก็อยากนำสิ่งที่ทางแบรนด์เป็น เอามานำเสนอให้คนไทยได้รู้จัก ได้ลองสัมผัส มากกว่าเพียงแค่จะเลือกสินค้าเข้ามาขายและทำกำไรเพียงอย่างเดียว

Thai Culture พี่นักวิ่งไทยในวันนี้
RYA Athletics เริ่มเปิดหน้าร้านช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 สิ่งที่เราสงสัยคือร้าน selected store แห่งนี้ทำยังไงให้นักวิ่งชาวไทยเข้าใจและให้การสนับสนุนได้ ท่ามกลางสินค้าหลากหลายแบรนด์ที่นำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งคู่ให้คำตอบว่า สิ่งสำคัญคือให้ลูกค้าเข้ามาสัมผัสและซึมซับสตอรีของสินค้านั้นๆ ด้วยตนเอง
ภัทรพล : ผมใช้คำว่าฟีดแบ็กดีได้เลย ส่วนหนึ่งผมคิดว่าคนไทยเขารู้จัก และรอได้ลองสัมผัส ลองซื้อแบรนด์เหล่านี้อยู่ เพราะพูดกันตามตรง ด้วยกำลังคนเท่านี้ ในช่วงแรกพวกเราแทบไม่ได้โปรโมตหรือทำการตลาดเกี่ยวกับ RYA Athletics หรือแบรนด์ที่เรานำเข้ามาขายเท่าไหร่เลย กลับกันเป็นกลุ่มลูกค้ากันเองนี่แหละที่เขารู้จัก เขาคุ้นเคยอยู่แล้ว พอวันนี้ที่มีสินค้าของจริงมาขายที่ร้านเรา เขาก็อยากมาดู มาสัมผัสด้วยตนเอง
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ ราคาสินค้าของ RYA Athletics ที่ค่อนข้างสูงกว่าสินค้าแบรนด์อื่นๆ ในตลาด โดยจะมีราคาตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาท อย่างไรก็ดี ทั้งคู่กลับมองว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลแล้วหากพิจารณาถึงสิ่งต่างๆ ที่แบรนด์เหล่านี้พยายามนำเสนอให้กับนักวิ่ง
ชนากานต์ : เราก็เจอเหมือนกันนะ คนที่เดินเข้ามาในร้าน มาจับสินค้า แล้วก็บอกว่าไม่ต่างกับเสื้อผ้าของจีน ไม่รู้แพงอะไร แล้วก็เดินออกไป อะไรแบบนี้ก็มี
ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะคำว่าแพงของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้คือต้องสื่อสารกับคนไทยว่า ราคาเท่านี้คุณจะได้รับอะไรกลับไปบ้าง เช่นเรื่องคุณภาพ ทุกวันนี้เสื้อผ้าวิ่งมีเทคโนโลยีที่พัฒนาอยู่ตลอด ทั้งในแง่วัสดุ มีผ้าที่ระบายความร้อน ไม่อุ้มน้ำ หรือเรื่องการตัดเย็บที่ออกแบบมาสำหรับการเคลื่อนไหวแบบวิ่งโดยเฉพาะ

แน่นอนว่าบางแบรนด์อาจมีคุณภาพไม่ด้อยไปกว่ากัน และราคาอาจถูกกว่า แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าแบรนด์ที่ RYA Athletics เลือกมามันแตกต่าง คือเรื่องราวที่พวกเขานำเสนอ ความพยายามที่จะแตกต่างจากแบรนด์เสื้อผ้าวิ่งทั่วไป สำหรับพวกเราสิ่งนี้มันสร้างให้แบรนด์มีตัวตนที่ชัดเจน และตอบรับความต้องการของนักวิ่งที่มองหาอะไรที่ ‘ยูนีก’ แบบนี้มาโดยตลอด
ดังนั้นถ้าคุณภาพมันสมเหตุสมผลและมันตอบโจทย์กับสิ่งที่ลูกค้ามองหา ราคาจะเท่าไหร่ ลูกค้าก็ยอมจ่าย
ภัทรพล : แต่ในวันแรกก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ก็ต้องพยายามสื่อสาร พยายามคุยกับลูกค้าอยู่ตลอด เพราะบางคนเขาก็ไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมราคาต้องแพงขนาดนี้ แต่พอเราเริ่มป้อนข้อมูล เขาได้เริ่มรู้จัก เขาไปศึกษาต่อ สุดท้ายเขาก็อาจกลับมาเป็นลูกค้าของ RYA Athletics ในภายหลัง
ระหว่างที่บทสัมภาษณ์กำลังดำเนินไป ชนากานต์และภัทรพลยกตัวอย่างสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสองลำดับแรกในร้าน RYA Athletics ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นั่นคือ Bandit Vento Half Tight กางเกงรัดกล้ามเนื้อจากสหรัฐอเมริกา ที่ผ้าใส่สบาย กระชับกับรูปร่าง รวมถึง Stryd อุปกรณ์วัดค่าพลังงานการวิ่ง ที่หลายคนก็เริ่มนำไปใช้ในการซ้อม เพื่อพัฒนาการวิ่งของตัวเองให้ดีขึ้น
ชนากานต์แชร์อีกเรื่องที่น่าสนใจแต่ยังไม่มีใครรู้ คือเรื่อง ‘เทสต์’ การเลือกซื้อสินค้าของคนออกกำลังกาย โดยเฉพาะฝั่งผู้หญิงที่มีพฤติกรรมต่างไปจากที่คนส่วนใหญ่คิด ว่าต้องซื้อเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสฉูดฉาด ซึ่งความจริงต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ชนากานต์ : อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับเราคือในส่วนเสื้อผ้าของผู้หญิง โดยเฉพาะสปอร์ตรา ในช่วงแรก เราวางแผนกันว่าจะเอาสปอร์ตบราที่มีสีและสไตล์ค่อนข้างสดใสมาขาย เพราะคิดว่าคนไทยน่าจะชอบสีและลวดลายแบบนี้ แต่ปรากฏว่าผิดคาด คนไทยชอบใส่สปอร์ตบราสีเข้มๆ ลวดลายเรียบๆ เพราะแมตช์กับกางเกงหรือเสื้อได้ง่ายกว่า รวมไปถึงเรื่องไซส์ที่กลายเป็นว่าไซส์ X หรือ XS จะหมดก่อนเสมอ
อาจเพราะร้านเรามีกันอยู่แค่ 3 คน สินค้าที่เลือกมันเลยเริ่มต้นจากรสนิยมของคนกลุ่มนี้เพียงเท่านั้น หลังจากนี้เราจึงต้องพยายามปรับเปลี่ยนกันต่อไป รับฟังลูกค้ามากขึ้นว่าเขาอยากได้อะไร ชอบเสื้อผ้าวิ่งแบบไหน

next move ของร้าน selected store ที่มีของให้พี่นักวิ่งตั้งแต่หัวจรดเท้า
อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ RYA Athletics มีความโดดเด่น และแตกต่าง คือการที่ร้านดำเนินกิจการด้วยอินฟลูเอนเซอร์ด้านกีฬาถึง 2 คน
ในเชิงธุรกิจ เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ชื่อเสียงและการมีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียนั้นเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียในการทำธุรกิจยังไงบ้าง
ชนากานต์ : เรามองว่าเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียเลย
ข้อดีคือ เราจะมีอีกหนึ่งช่องทางในการสื่อสารและโปรโมตร้าน RYA Athletics ผู้ติดตามก็จะได้เห็นว่า คุณกี้เปิดร้านเสื้อผ้าวิ่งแล้ว ซึ่งมันก็เป็นกระบอกเสียงให้ธุรกิจได้ ไม่ต้องทุ่มเงินไปกับการทำประชาสัมพันธ์เท่ากับร้านอื่นๆ
แต่อีกมุมหนึ่งมันก็ทำให้เราต้องระมัดระวังเรื่องการเอาชื่อเสียงไปผูกอยู่กับธุรกิจของตัวเอง เพราะวันหนึ่งเราอาจทำอะไรผิดพลาด เกิดดราม่าบางอย่างขึ้นมา แน่นอนว่าร้านของเราก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย คนอาจเข้ามาถล่มร้านทั้งที่หุ้นส่วนคนอื่นๆ เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด
ภัทรพล : จนถึงตอนนี้ผมมองว่ามันก็ยังเป็นข้อดีมากกว่า เพราะผมคิดภาพไม่ออกเลยว่า หากไม่มีฐานผู้ติดตามมาก่อนหน้า ในช่วงแรกของการเปิดร้านจะทำยังไงให้มีคนเข้ามาอุดหนุนได้มากขนาดนี้ เพราะเราเริ่มกันอย่างมีทรัพยากรที่จำกัดจริงๆ ทั้งเรื่องของเงินและเวลา
คือท้ายที่สุดมันก็จะมีลูกค้าแหละ พวกเราเชื่อในแบรนด์ที่เอามาขาย และมั่นใจว่ามีคนรสนิยมแบบเดียวกันกำลังรออุดหนุนอยู่ เพียงแต่มันจะยากกว่านี้มากๆ

นอกจากนี้ RYA Athletics ยังได้ลองจัดอีเวนต์ทั้งรันคลับและการวิ่งลู่มาแล้วถึง 2 ครั้ง เพื่อโปรโมตสินค้าภายในร้าน
ภัทรพล: เรื่องนี้ถือว่าเหนือความคาดหมายของผมเหมือนกันนะ อย่างตอนทำอีเวนต์ Launch Run เพื่อโปรโมตแบรนด์ Bandit และ Research Studio ลูกค้าก็ให้การตอบรับเยอะมาก ได้เจอลูกค้าที่มาซื้อสินค้ากับเราจริงๆ ได้พูดคุย ได้รู้ว่าเขาชอบแบบนี้เพราะอะไร อยากได้อะไรเพิ่มเติม ก็เป็นข้อเสนอแนะให้เรามาทำการบ้านต่อ
ชนากานต์ : แต่ถ้าถามว่าการทำร้านขายเสื้อผ้าวิ่ง จำเป็นต้องทำอีเวนต์ ต้องจัดรันคลับไหม เราว่าอาจจะยังไม่จำเป็นขนาดนั้น
สำหรับเราการจะทำอีเวนต์หนึ่งครั้ง มันใช้ทั้งพลัง ใช้ทั้งเงิน ค่อนข้างมาก เบื้องหน้าที่คนมาวิ่งกันสนุกสนาน เสร็จแล้วไปกินกาแฟต่อ แต่เบื้องหลังมันเต็มไปด้วยการวางแผนค่อนข้างเยอะและต้องรัดกุม จะทำอีเวนต์สักหนึ่งครั้งต้องคิดแล้ว จะทำยังไงให้คนวิ่งตรงนี้ได้ จะทำยังไงไม่ให้ไปเบียดเบียนคนอื่นที่ใช้พื้นที่ตรงนี้เหมือนกัน หรือถ้าวันนั้นฝนตกจะเปลี่ยนแผนไปเป็นแบบไหน เรื่องพวกนี้ต้องวางแผนหมด ที่สำคัญคือมันต้องตอบโจทย์เป้าหมายจริงๆ ว่าการทำอีเวนต์นี้มันจะนำไปสู่อะไร ทำให้คนได้รู้จักสินค้าของร้านมากขึ้นไหม
ดังนั้นจำเป็นไหมที่ต้องมีอีเวนต์ มีรันคลับ เวลาเปิดร้านเสื้อผ้า คำตอบของเราคือไม่ แต่อาจทำเป็นส่วนกิจกรรมเสริมขึ้นมา หากมีโอกาส มีจังหวะ และมีเป้าหมายที่ชัดเจน

หลังจากนี้ เราจะได้เห็น RYA Athletics ไปในทิศทางไหนต่อ? ภัทรพลให้คำตอบของคำถามนี้ว่า มีความตั้งใจจะขยายประเภทสินค้านอกจากเสื้อผ้า โดยมุ่งเน้นไปที่อุปกรณ์สำหรับวิ่ง เจลและอาหารเสริม รวมถึงรองเท้าวิ่งจากแบรนด์ R.A.D ที่เตรียมเป็นสินค้าใหม่เร็วๆ นี้
ภัทรพล : ผมอยากเห็นภาพที่นักวิ่งคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านตัวเปล่า แล้วภายในร้านเรามีสิ่งที่เขาต้องการทุกอย่าง เสื้อผ้า แว่นตา รองเท้า เจลให้พลังงาน คือเดินออกจากร้านก็ออกไปวิ่งต่อได้เลย
ท้ายที่สุด ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้รับบทเรียนจากการทำธุรกิจครั้งแรกของพวกเขาอยู่ 3 เรื่องคือ
อันดับแรกคือความจริงใจ เราเป็นคนใช้งานมาก่อน เราก็อยากสื่อสารกับลูกค้า เหมือนกับคนแนะนำของให้กับเพื่อน อะไรดีก็ว่าดี จุดไหนที่ไม่ชอบ ก็พูดตรงๆ จะไม่พยายามไปยัดเยียดแต่ข้อดีให้กับเขา ส่วนลูกค้าจะซื้อไม่ซื้อก็ให้เขาตัดสินใจเอง
สองคือความเข้าใจ ต้องรู้ว่าคนชอบออกกำลังกาย ชอบวิ่ง มีนิสัยยังไง ชอบใช้สินค้าแบบไหน เพื่อที่เราจะได้คัดเลือกสินค้าเข้ามาขายได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
สุดท้ายคือความรักในการออกกำลังกาย สิ่งนี้คือเรื่องสำคัญที่สุด เพราะมันคือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ธุรกิจต่อไปได้เรื่อยๆ อีกทั้งทำให้ตัวเราเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคอมมิวนิตี้การวิ่งและการออกกำลังกายในประเทศไทย