นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Pet Parents

ทาสแมวครองเมือง และวัฒนธรรม Pet Parents ใน Pet Expo ตัวชี้วัดเม็ดเงินของ Royal Canin และธุรกิจสัตว์เลี้ยง

ถ้าเหล่าหนอนหนังสือเฝ้ารองานหนังสือวนกลับมา สำหรับพ่อหมาแม่แมว Pet Expo งานรวมสารพัดสินค้าและอาหารสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีก็คงเป็นหมุดหมายที่หลายคนตั้งตารอ ซึ่งในปีนี้ งาน Pet Expo ก็กำลังเกิดขึ้นแบบสดๆ ร้อนๆ ตั้งแต่วันที่ 4-7 พฤษภาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

หากใครไปเดินงาน Pet Expo เกือบทุกปี สิ่งที่หลายคนน่าจะเห็นตรงกันคือ 2-3 ปีมานี้ สัดส่วนร้านค้าสำหรับน้องแมวนั้นเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่คนเลี้ยงสัตว์คิดไปเอง เพราะจากข้อมูลของบริษัทผู้ผลิตอาหารน้องหมาน้องแมวระดับโลกอย่าง Royal Canin ระบุว่าช่วงที่ผ่านมา จำนวนทาสแมวเพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด 

ปัจจุบัน สัดส่วนรายได้ของบริษัทจึงมาจากการขายอาหารแมวมากถึง 60% จากที่แต่เดิมมีเพียง 30% เท่านั้น และในตลาด ก็มีแบรนด์อาหารแมวทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้ารวมกว่า 100 แบรนด์ แบ่งออกเป็นอาหารแมวกลุ่มประหยัด 50% กลุ่มหลัก 30% และกลุ่มซูเปอร์พรีเมียมซึ่งเป็นกลุ่มของ Royal Canin อีก 20% 

นายสัตวแพทย์จดล สุวรรณฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอยัล คานิน (ประเทศไทย) จำกัด ยังกล่าวว่านอกจากสัดส่วนที่เปลี่ยนไป พฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ของคนก็ต่างออกไปด้วย จากแต่เดิมที่คนเลี้ยงสัตว์เป็นสัตว์เลี้ยงหรือเรียกว่า pet owner ก็กลายเป็น pet parents ที่เลี้ยงสัตว์เป็นลูกและพร้อมจ่ายเสมอ ซึ่งจะไม่ใช่แค่เทรนด์ของทั้งโลกแต่จะกลายเป็นวัฒนธรรมหนึ่งไปเลย 

การเป็น pet parents นี้ทำให้เม็ดเงินของตลาดอาหารซูเปอร์พรีเมียมเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ถ้าเปรียบเทียบกับ GDP ของประเทศ อาหารสัตว์จะโตกว่า GDP 2% และอาหารสัตว์กลุ่มซูเปอร์พรีเมียมจะสูงกว่าอาหารสัตว์ทั่วไป 1.5-2% นั่นหมายความว่าทั้งอาหารน้องแมวและอาหารน้องหมาของ Royal Canin ก็มีโอกาสเติบโตมากกว่าเกรดอื่นๆ เช่นเดียวกัน 

“แม้ผู้เล่นจะเยอะขึ้น แต่เราคิดว่า Royal Canin ยังมีจุดแข็งหลายข้อ ข้อสำคัญที่สุดคือการที่เราตั้งใจจะเป็นผู้นำด้าน Health to Nutrition ที่ไม่ได้แค่ผลิตอาหารคุณภาพจากวัตถุดิบเกรดคนทาน แต่เราจะสร้าง ecosystem ของสัตว์เลี้ยงและส่งต่อความรู้ในการเลี้ยงสัตว์ให้เจ้าของเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้สัตว์เลี้ยงทุกตัว” 

ecosystem ของ Royal Canin เริ่มจากการผลิตอาหารหมาและแมวเกือบทุกสายพันธุ์เพื่อตอบโจทย์ที่หลากหลาย ในทางอ้อม ยังถือเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อคาดการณ์เทรนด์ธุรกิจสัตว์เลี้ยงได้ด้วย นอกจากนั้น

Royal Canin ยังทำแอพพลิเคชั่นเพื่อเก็บข้อมูลสายพันธุ์ รูปแบบอาหาร แหล่งที่ซื้อฯลฯ เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาโมเดลธุรกิจ ที่สำคัญ ยังพัฒนา Ver service หรือ AI ที่ช่วยแนะนำโภชนาการอาหารที่เหมาะสมให้กับน้องหมาน้องแมว รวมถึงในอนาคต ยังจะสามารถช่วยวิเคราะห์โรคได้เบื้องต้นด้วย

“เราไม่ได้ตั้งเป้าเป็นเพียงบริษัทขายอาหารสัตว์ แต่เราอยากสร้างสุขภาพที่ดีแบบครบวงจร ปัจจุบันบริษัทแม่อย่าง Mars ยังเริ่มสร้างโรงพยาบาลสัตว์เพื่อเก็บข้อมูลการรักษา และผลิตสินค้ากลุ่มตรวจโรคเพื่อช่วยให้เจ้าของสังเกตอาการสัตว์เลี้ยงได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับน้องแมวที่มักจะไม่แสดงอาการเมื่อตัวเองป่วย

“แม้สิ่งเหล่านี้จะยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่มันจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้เราเป็นผู้นำด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจรจริงๆ เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ในงาน Pet Expo จำนวนมากเพื่อสร้างโซนให้ความรู้และโซนให้คำปรึกษาผ่านระบบ AI และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องมีแคมเปญแจกคูปองส่วนลดการฉีดวัคซีนให้เจ้าของ” 

ความแตกต่างตรงนี้เองที่อาจช่วยให้ Royal Canin ยังคงอยู่รอดในสมรภูมินี้ และนั่นอาจทำให้บริษัทโตได้มากถึง 20% ภายในปี 2566 ตามที่ตั้งเป้า ขณะเดียวกันก็น่าสนใจว่าผู้เล่นรายย่อยจะงัดกลยุทธ์ไหนมาทำให้ธุรกิจอยู่รอดในตลาดเรดโอเชียน โดยเฉพาะกับตลาดอาหารแมวที่เม็ดเงินเพิ่มขึ้นมหาศาล

ส่วนใครที่แวะไปงาน Pet Expo ปีนี้ ก็สามารถไปปรึกษาโภชนาเบื้องต้นและการดูแลสุขภาพแมว รวมถึงรับคูปองฉีดวัคซีนได้ที่บูท Royal Canin

Writer

กองบรรณาธิการไลฟ์สไตล์ที่มีแมวเป็นแรงผลักดันในการทำงาน

Illustrator

บรรณาธิการศิลปกรรม Email: y.pongtorn@gmail.com

You Might Also Like