201
April 7, 2026

พันธุ์ไทยส่ง ‘โอ้เอ๋วชามะลิดึ๋ง’ ชาผลไม้ฟิวชั่นขนมพื้นบ้านภูเก็ตขยายพอร์ตเมนู Non-Coffee รับซัมเมอร์

ถ้าบอกว่ายุคนี้เป็นยุคของเครื่องดื่มชาก็คงไม่ผิดสักเท่าไหร่ สะท้อนผ่านตัวเลขผู้บริโภคในหมวด non-coffee ที่เติบโตจาก 20% สู่ 48% แต่ที่น่าสนใจคือนอกจากมัทฉะ ชาเขียว หรือชาไทย อีกหนึ่งเมนูชาที่มาแรงจนน่าแปลกใจคือ ‘ชาผลไม้’ รสชาติเปรี้ยวหวาน สดชื่น และดีต่อสุขภาพสอดคล้องกับเทรนด์ health & wellness ที่ผู้คนเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพกันมากขึ้น

จากกระแสชาที่กำลังดุเดือดสมกับการเป็น red ocean แบรนด์ร้านกาแฟชั้นนำอย่าง ‘พันธุ์ไทย’ เลยตัดสินใจขยายพอร์ตเมนู non-coffee ด้วยการส่งเมนูชาสุดอร่อยต้อนรับซัมเมอร์ หลังก่อนหน้านี้เคยส่งเมนู ‘มารุเซ็นมัทฉะพรีเมียมเชียงราย’ และ ‘ชาอัสสัมพันธุ์ไทยน่าน’ ที่ได้รับความนิยมจนถูกบรรจุเป็นเมนูประจำ ซึ่งในคราวนี้อัพเกรดให้น่าสนใจยิ่งขึ้นในสไตล์ Creative Thai Taste ด้วยการฟิวชั่นกับวัตถุดิบเข้าถึงดีเอ็นเอความเป็นไทย ตั้งแต่ผลไม้จนถึงขนมไทยพื้นบ้าน ทั้งหมด 3 เมนู คือ

1. ชามะลิดึ๋งปั่น ไชน์มัสแคท : ชามะลิปั่นเนื้อเนียน เติมรสชาติหวานอมเปรี้ยวจากองุ่นไชน์มัสแคท บวกกับเนื้อสัมผัสเด้งดึ๋งจากขนมหาทานยากจากจังหวัดภูเก็ตอย่าง ‘โอ้เอ๋ว’ แบบฉ่ำเต็มแก้ว

2. ชามะลิดึ๋งปั่น พิงก์กัววา : ชามะลิหอมสดชื่น เพิ่มด้วยฝรั่งชมพูเนื้อชมพู พร้อมด้วยขนมโอ้เอ๋วเคี้ยวหนึบสุดฟิน

3. ชานมมะลิดึ๋ง จัสมินมิลค์ที : ชานมมะลิครีมมี่ หอมละมุน ที่ยังคงรสสัมผัสเคี้ยวหนึบจากขนมโอ้เอ๋วแบบลงตัว

นอกเหนือจากวัตถุดิบผลไม้และขนมไทย อีกหนึ่งพระเอกของเมนูทั้ง 3 คือตัว ‘ชานม’ ยังผ่านกระบวนการคัดสรรมาอย่างดี ตั้งแต่การคัดเลือก ‘ใบชาอัสสัม’ คุณภาพเยี่ยมที่ปลูกบนผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ในไร่จังหวัดเชียงราย ที่เกษตรกรไทยใส่ใจดูแลต้นชาจนพร้อมเก็บเกี่ยวและแปรรูป ก่อนจะนำมาเบรนด์กับ ‘ดอกมะลิลา’ สายพันธ์ุพิเศษ จากจังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็น 2 จังหวัดที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะกับการปลูกดอกมะลิมากที่สุด โดยเน้นเก็บเกี่ยวช่วงหน้าร้อนซึ่งเป็นช่วงที่ดอกมะลิให้น้ำมันหอมระเหยได้ดีที่สุด 

นอกจากเมนูชามหาชนที่ผสมผสานความเป็นภาคเหนือและใต้ที่กล่าวไป ซัมเมอร์นี้พันธุ์ไทยยังรุกตลาดชาด้วยกลยุทธ์ music marketing ด้วยโปรเจกต์ ‘Punthai T-POP’ ชวนชาวเจนฯ Z และมิลเลนเนียลส์มา dance challenge ในเพลง ‘ดึ๋ง’ ที่แต่งขึ้นมาพิเศษสำหรับแคมเปญเปิดตัวเมนูใหม่ และแสดงให้เห็นว่าตลอด 13 ปีที่ผ่านมา พันธุ์ไทยสนับสนุนเกษตรกรไทย ให้ความใส่ใจฐานแฟนหน้าเดิม และปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยไปกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มแฟนรุ่นใหม่ สะท้อนตัวตนแบรนด์ตามคอนเซปต์ #พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้

สำหรับทั้ง 3 เมนูวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ – 15 พฤษภาคม 2569 ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยทุกสาขาที่ร่วมรายการและในแพลตฟอร์มเดลิเวอรี เริ่มต้นที่ราคา 85-90 บาท พิเศษเพียงเพิ่มเงิน 20 บาท ก็สามารถท็อปอัพอร่อยสดชื่นไปกับขนมโอ้เอ๋วแบบจุกๆ 

และสามารติดตามความเคลื่อนไหวของพันธุ์ไทยได้ที่แพลตฟอร์มโซเชียลฯ www.facebook.com/punthaicoffee และ www.tiktok.com/@punthai_coffee_official

You Might Also Like