นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Office Romance รักเกิดในที่ทำงานนั้นผิดไหม เพราะถ้าไม่หาตอนนี้ จะให้หาตอนไหน?

ไหนแม่บอกว่าจีบผู้ชายก่อนแล้วมันน่าเกลียดไง? ใครจำประโยคเด็ดจากหนังเรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอ (2552) ได้บ้าง? ที่จริงแล้ว เหมยลี่ยังโชคดีที่ได้คนรักต่างสายงานโดยบังเอิญ แต่ถ้าเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในโลกของนิยาย รักแท้ดีๆ จะหาได้จริงไหม ถ้าไม่ใช่จากแอพฯ หาคู่ มันก็ต้องเป็นที่ทำงานหรือเปล่า? 

ไม่แปลกใจถ้าจากสถิติของ Forbes Advisor จะพบว่าคนวัยทำงานกว่า 60% ได้หวานใจจากสถานที่ทำงาน หรือที่เรียกกันว่า office romance เพราะขนาดอดีตประธานาธิบดี Barack Obama ยังพบรักกับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งอย่าง Michelle Obama ที่สำนักงานกฎหมายในชิคาโกเลย!

แต่จากการสำรวจชาวอเมริกันที่มีงานทำ 2,000 คนโดยบริษัทวิจัยตลาด OnePoll พบข้อมูลน่าสนใจว่าแม้ความรักจะเกิดในที่ทำงานได้จริงๆ แต่ office romance ก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานไม่น้อย

เพราะรักในที่ทำงานมันง่ายกว่า

61% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าแค่ทำงานเวลาก็หมดไปแล้ว จะให้ไปหาความรักจากที่ไหนอีกล่ะ

ซึ่งไม่แปลกใจเลยเพราะ Amie Gordon ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ผู้ศึกษาจิตวิทยาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ยังบอกว่านี่คือผลจาก mere-exposure effect หรือการที่เรารู้สึกดึงดูดใจใครสักคนที่เราได้เจอซ้ำๆ ทุกวันๆ จนเกิดความใกล้ชิดและความคุ้นเคย ถ้ายิ่งได้ร่วมฝ่าฟันปัญหาต่างๆ มาด้วยกันก็ยิ่งทำให้คนสองคนรู้สึกเชื่อมโยงกัน  

งานแต่งของเราอาจเป็นฝันร้ายของแฟนเก่า

แม้ 43% ของพนักงานแต่งงานกับเพื่อนร่วมงาน แต่เชื่อไหมว่ากว่า 40% ของพนักงานที่กิ๊กกับคนในที่ทำงานนั้นมีคู่รักของตัวเองอยู่แล้ว แปลว่าเขาหรือเธอนั้นนอกใจหวานใจของตัวเองมากิ๊กกับเพื่อนร่วมงาน  

แอบแซบแบบไม่บอกเป็นเรื่องปกติหรอกน่า

46% บอกว่าพวกเขารู้สึกชอบเพื่อนร่วมงาน กว่า 17% มีความสัมพันธ์แบบ one-night stand ไปแล้ว! แต่กว่า 35% ของพนักงานไม่แจ้งกับหัวหน้าหรือนายจ้างว่าตัวเองกำลังมีหวานใจในที่ทำงาน 

เมื่อรักในที่ทำงานส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน

57% ของพนักงานรายงานว่าความสัมพันธ์ในที่ทำงานส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน มากกว่าครึ่งยังรู้สึกว่ามีผลต่อความรู้สึกเป็นมืออาชีพ 

54% กล่าวว่าความสัมพันธ์ในที่ทำงานส่งผลต่อสมดุลชีวิตและการทำงาน กว่า 17% ยังบอกว่าความรักในที่ทำงานทำให้รู้สึกกลัวการเลิกราเพิ่มขึ้น เพราะถ้ารักมีปัญหาก็เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่องานด้วยนั่นเอง

เมื่อรักของเราไม่ใช่เรื่องของคน 2 คน

นอกจากจะมีผลต่อการทำงานของคู่รักในที่ทำงานแล้ว office romance ยังทำให้คนกว่า 50% ระบุว่าการมีความรักในที่ทำงานมีผลต่อวิธีที่เพื่อนร่วมงานปฏิบัติต่อพวกเขา เกือบ 50% กล่าวว่าเรื่องรักๆ ใคร่ๆ นั้นช่างมีผลต่อการเล่นพรรคเล่นพวกในที่ทำงาน ทั้ง 41% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังบอกว่าการที่เพื่อนร่วมงานจู๋จี๋กันในที่ทำงานทำให้พวกเขารู้สึกกระอักกระอ่วน  

ความน่าสนใจคือจากการสำรวจของ Society for Human Resource Management (SHRM) พบว่า กว่า 72% โอเคที่จะมีรักในที่ทำงานอีกครั้ง เพราะรักในที่ทำงานครั้งก่อนๆ นั้นมีผลต่อหน้าที่การงานน้อยมาก ดังนั้นถ้า office romance เป็นเรื่องปกติและรักสมัยนี้ย่อมห้ามไม่ได้ แล้ว HR หรือเหล่าผู้บริหารต้องทำยังไง?

รับมือรักในที่ทำงานยังไงให้ไม่เจ็บใจไปทั้งองค์กร

Johnny C Taylor Jr ซีอีโอของ SHRM บอกว่า “การจัดการให้เป็นขั้นเป็นตอนเป็นแนวทางที่ดีกว่าการแสร้งทำเป็นว่ารักในที่ทำงานนั้นไม่มีจริงและไม่ควรมี” แทนที่จะห้ามไม่ให้เพื่อนร่วมงานกิ๊กกันก็ควรอนุญาตและแจ้งพนักงานว่าต้องเปิดเผยความสัมพันธ์ต่อ HR เพื่อให้บริษัทบริหารจัดการสิ่งต่างๆ ได้เหมาะสม

การวางกฎระเบียบไว้เป็นสิ่งแรกๆ ที่ทั้ง HR และเจ้าของบริษัทต้องทำ อาจแบ่งกฎเป็นหลายๆ ช่วง ตั้งแต่ช่วงเริ่มพูดคุย คบหาดูใจ ไปจนถึงเลิกรา รวมถึงกฎสำหรับคู่รักที่คบกับคนต่างระดับงาน เช่น ห้ามแสดงความรักต่อกันในที่ทำงาน ห้ามเอื้อผลประโยชน์ให้คนรัก ห้ามใช้เวลางานออกไปทำธุระหรือออกเดตกัน

ไม่ใช่ทุกความสัมพันธ์ในที่ทำงานที่จะลงเอยด้วยการถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร แน่นอนว่าย่อมมีผลต่อการทำงานร่วมกันไม่มากก็น้อย และบางคนก็เลือกลาออกหรือขอย้ายแผนกด้วยตนเอง 

แต่ในฐานะผู้บริหารก็ไม่ควรสั่งย้ายตำแหน่งด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้อีกหลายคู่ไม่กล้าเปิดเผยความสัมพันธ์ของตนเอง สิ่งที่ควรทำคือการวางแผนสำรองเอาไว้ว่าจะทำยังไงกับทั้งคู่เพื่อรักษาพนักงานเอาไว้

เชื่อไหมว่าจากการสำรวจของ SHRM พบว่าเกือบ 40% ของคนที่มีรักในที่ทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูง และนั่นย่อมส่งผลให้ผู้บริหารหรือหัวหน้าควรปฏิบัติตามกฎบริษัทอย่างเคร่งครัดเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับพนักงานคนอื่น ครั้งหนึ่ง ประธาน CNN นาม Jeff Zucker ลาออกไปเพราะคบกับผู้ร่วมงานอย่าง Allison Gollust แต่ไม่แจ้งให้ฝ่าย HR รู้ซึ่งเป็นกฎของ CNN ที่ระบุไว้ชัดเจน 

เพราะความรักเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา และไม่แน่ว่าในตอนนี้เพื่อนร่วมงานของคุณ (หรืออาจจะเป็นคุณเอง) อาจกำลังมีความรู้สึกดีๆ ต่อกันอยู่ก็ได้ คำถามคือคุณรู้สึกยังไงกับความรักในที่ทำงาน และถ้าคุณเป็น HR หรือผู้บริหารคุณจะจัดการเรื่องนี้ยังไง

Happy Valentine’s Day!

อ้างอิง

Writer

กองบรรณาธิการไลฟ์สไตล์ที่มีแมวเป็นแรงผลักดันในการทำงาน

Illustrator

แล้วแต่จะคิด ชีวิตคนละแบบ

You Might Also Like