นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

Little Big Steps

วิธีฟูมฟัก Little Fits แพลตฟอร์มเช่าเสื้อผ้าลูกน้อยรายแรกของไทยเพื่อแก้ปัญหาขยะเสื้อผ้า

เด็กเล็กโตเร็วกว่าที่คิด…
ในช่วงวัย 0-2 ขวบ เด็กอาจใช้เสื้อผ้ามากถึง 90 ชิ้น หากนับรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตัวเลขอาจพุ่งสูงถึงหลักแสนบาท เพราะร่างกายของเด็กวัยนี้เปลี่ยนแปลงเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เสื้อผ้าที่ซื้อมาใหม่เพียงไม่กี่สัปดาห์อาจถูกทิ้งโดยไม่ทันได้ใช้งานอย่างคุ้มค่า
ปัญหานี้เป็นจุดเริ่มต้นของ Little Fits บริการเช่าเสื้อผ้าเด็กตั้งแต่ 0-2 ขวบรายแรกของไทย ที่ช่วยพ่อแม่ลดภาระค่าใช้จ่ายและลดขยะเสื้อผ้า ด้วยระบบการเช่าที่สามารถเปลี่ยนไซส์ได้ตลอดเวลา
ผู้อยู่เบื้องหลังไอเดียนี้คือ ต้า–ธนกฤต จินดามัยกุล และ เซน–นรเทพ ถนอมบุญ สองนิสิตปี 4 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่มองเห็น pain point ของการที่เสื้อผ้าเด็กถูกใช้เพียงชั่วคราวและกลายเป็นขยะเร็วเกินคาด พวกเขาตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนปัญหานี้ให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน 

First Steps

กว่าจะมาเป็น Little Fits ต้องย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2567 ทั้งคู่เป็นนิสิตในภาควิชาวิศวกรรมเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้ทั้งสองจะไม่ได้เรียนในสายแฟชั่น ออกแบบเสื้อผ้า หรือบริหารธุรกิจมาโดยตรง แต่ด้วยความสนใจปัญหาหรือสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว จึงตัดสินใจร่วมมือกันสร้างแพลตฟอร์ม Little Fits บริการเช่าเสื้อผ้าเด็กที่เปลี่ยนไซส์ได้ตลอดเป็นรายแรกของไทย

“ผมชอบแก้ปัญหาและเคยทำโปรเจกต์แผนธุรกิจเพื่อประกวดในมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายโปรเจกต์เหล่านั้นก็ไม่ได้ถูกพัฒนาต่อ ผมจึงเริ่มมองหาโอกาสที่จะใช้ทักษะของตัวเองในการแก้ปัญหาให้เกิดผลที่จับต้องได้” ต้า ผู้ร่วมก่อตั้ง Little Fits เล่า

ขณะเดียวกัน เซนได้ค้นพบอีกหนึ่ง pain point ที่สะท้อนชัดในชีวิตประจำวัน คือปัญหาเรื่องเสื้อผ้าเด็กวัย 0-2 ขวบ ที่พ่อแม่มักจะต้องเปลี่ยนทุก 2-3 เดือน เขาเล่าว่าปัญหานี้ไม่เพียงเพิ่มค่าใช้จ่าย แต่ยังสร้างขยะเสื้อผ้าจำนวนมาก ทั้งสองจึงเริ่มต้นจากจุดนี้และค่อยๆ พัฒนาไอเดียจนกลายเป็นแพลตฟอร์ม Little Fits  

“เราลงมือค้นคว้าอย่างจริงจังมาก ทั้งการหาข้อมูลออนไลน์ ไปงานแฟร์แม่และเด็ก และพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่หลายคน กระบวนการนี้ใช้เวลานานถึง 3-4 เดือน เพื่อให้เข้าใจ pain point ที่แท้จริง เราพบว่าสิ่งที่พ่อแม่หลายคนย้ำตรงกันคือปัญหาเรื่องการเปลี่ยนไซส์บ่อย เสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อมาใส่ได้เพียง 1-2 ครั้งก็เล็กเกินไป และส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะส่งต่อไปที่ไหน ปัญหานี้กลายมาเป็นจุดตั้งต้นของ business model ที่ตอบโจทย์ทั้งการลดค่าใช้จ่ายและแก้ไขปัญหาเสื้อผ้าที่เหลือใช้” ต้าเล่า 

การเก็บข้อมูลไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสัมภาษณ์ แต่ยังรวมถึงการวิเคราะห์ปริมาณขยะจากเสื้อผ้าเด็กในประเทศไทย เด็กวัย 0-2 ขวบแต่ละคนอาจใช้เสื้อผ้าถึง 90 ชิ้น หากคิดจากจำนวนเด็กประมาณ 1 ล้านคนในแต่ละปี เท่ากับว่ามีเสื้อผ้าถูกใช้งานเพียงชั่วคราวและกลายเป็นขยะมากถึง 90 ล้านชิ้น  

First Words

Little Fits เลือกดำเนินธุรกิจในรูปแบบออนไลน์ 100% เพื่อให้การใช้งานสะดวกและเข้าถึงพ่อแม่ยุคใหม่ได้ง่าย โมเดลธุรกิจนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ครอบครัว แต่ยังช่วยลดปริมาณขยะเสื้อผ้าเด็กในสังคมไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งคู่ยังมองว่าธุรกิจตนเองเป็น niche market หรือตลาดเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะในฐานะร้านเช่าเสื้อผ้าเด็ก ที่ต้องเจาะกลุ่มพ่อแม่ยุคใหม่ ความยากจึงตกมาอยู่ที่การสร้างการรับรู้ และทำให้ลูกค้ากล้าเปิดใจลองใช้บริการ

ทีม Little Fits ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย โดยการทำคอนเทนต์ให้สนุกและน่าสนใจ เพื่อถ่ายทอดความตั้งใจของแบรนด์และบริการเช่าเสื้อผ้าเด็กในรูปแบบที่เข้าใจง่าย

“โจทย์สำคัญคือทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าเราคืออะไร เพราะบริการของเราไม่ใช่การเช่ารายชิ้นระยะสั้น แต่เป็นการเช่าระยะยาวที่ช่วยแทนการซื้อขาด” ต้าเล่าถึงความท้าทายในการสื่อสารช่วงแรก ก่อนที่เซนจะอธิบายเสริม

“คนส่วนใหญ่จะไม่ชินกับการเช่าเสื้อผ้าเด็ก เราต้องแสดงให้เห็นว่าธุรกิจของเราไม่ใช่แค่การเช่าเสื้อผ้า แต่เป็นการช่วยแก้ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ลดปริมาณขยะ และสร้างทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับครอบครัว เราคิดว่าเสื้อผ้า 1 ชิ้นควรจะหมุนเวียนได้อย่างน้อย 3 ครอบครัวหรือการเช่า 3 ครั้งซึ่งจริงๆ อาจจะเกินกว่านั้นด้วยซ้ำ” 

คำถามที่พบบ่อยที่สุดจากกลุ่มพ่อแม่คือ รายละเอียดเกี่ยวกับบริการเช่าเสื้อผ้ามีอะไรบ้าง คิดเป็นประมาณ 70% ของการสอบถามทั้งหมด  ทีมงานจึงมุ่งเน้นการให้ข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุ้นให้ลูกค้ากล้าทดลองใช้ ปัจจุบันเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในความเข้าใจของกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคุณแม่ที่ดูคอนเทนต์ของแบรนด์ หลายคนสนใจและอยากทดลองใช้บริการหลังชมวิดีโอที่อธิบายกระบวนการอย่างละเอียด 

อย่างไรก็ตาม ยังมีลูกค้าบางส่วนที่ไม่คุ้นเคยกับโซเชียลมีเดียหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ ในกรณีนี้ ทั้งคู่เลือกตอบคำถามและให้ข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อขจัดความกังวลและสร้างความมั่นใจในบริการของ Little Fits พวกเขามองว่าการให้ความรู้เชิงลึกเช่นนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้าใจและความน่าเชื่อถือในระยะยาว 

First Care

การเริ่มต้นใช้งาน Little Fits ทำได้ง่ายๆ เพียงลูกค้าสมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ จากนั้นเลือกแพ็กเกจและชำระเงินตามที่กำหนด เสื้อผ้าจะถูกจัดส่งถึงบ้าน และเมื่อลูกค้าต้องการเปลี่ยนไซส์ สามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์หรือแอดไลน์ของบริษัทเพื่อดำเนินการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ปัจจุบันแพ็กเกจของ Little Fits มีให้เลือก 2 แบบ คือ แพ็กเกจ 5 ชิ้น ราคา 690 บาทต่อเดือน และแพ็กเกจ 9 ชิ้น ราคา 1,090 บาทต่อเดือน ในอนาคตทางแบรนด์มีแผนจะเพิ่มทางเลือกให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านจำนวนเสื้อผ้าและความคุ้มค่า

หนึ่งในแนวคิดที่โดดเด่นของ Little Fits คือโครงการ Little Fits BuyBack ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าซื้อเสื้อผ้ามือหนึ่งจากแบรนด์ และขายคืนกลับมาได้ ถือเป็นระบบแรกในไทยที่นำเสื้อผ้ากลับมาหมุนเวียนใช้งานอีกครั้ง ในแพ็กเกจ Little Fits BuyBack ลูกค้าที่ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์สามารถขายคืนสินค้าได้ในราคาชิ้นละ 100 บาท โดยเสื้อผ้าจะถูกนำกลับเข้าสู่ระบบเช่า เพื่อหมุนเวียนและใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งคู่ยังมีทีมที่คอยซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ลูกค้าส่งกลับมาแล้วย่นหรือเสียหาย แต่หากซ่อมไม่ได้จริงๆ ก็เลือกจัดการอย่างเหมาะสม หากยังพอใช้งานได้จะส่งต่อให้คนที่ต้องการ เพื่อให้เสื้อผ้าทุกตัวเกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนั้นทั้งคู่ยังแนบการ์ดวิธีการดูแลเสื้อผ้าไปด้วยทุกครั้ง เพื่อช่วยให้เสื้อผ้าอยู่ในสภาพดี และใช้ได้นานที่สุด

ถึงอย่างนั้น เมื่อทำงานกับเด็กเล็กก็ย่อมมาพร้อมกับความกังวลเรื่องสุขอนามัย Little Fits จึงใส่ใจทุกขั้นตอนการดูแลเสื้อผ้าหลังการเช่า โดยทำงานร่วมกับร้านซักรีดมืออาชีพที่ผ่านการคัดสรร เสื้อผ้าทุกชิ้นจะถูกซักด้วยน้ำยาสำหรับเด็ก และอบฆ่าเชื้ออีกครั้ง จากนั้นจะตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด หากไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เสื้อผ้าจะถูกส่งต่อให้ผู้ที่ต้องการหรือบริจาค  

“เราต้องการให้ลูกค้าเข้าใจว่าเสื้อผ้ามือสองไม่ได้ด้อยกว่ามือหนึ่งเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือกระบวนการดูแลที่พิถีพิถัน เพื่อให้พ่อแม่มั่นใจว่าลูกน้อยจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด” Little Fits กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นใจและเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคเกี่ยวกับเสื้อผ้าเช่าในอนาคต

First Growth

ปัจจุบัน Little Fits ไม่เพียงให้บริการเช่าเสื้อผ้าเด็ก แต่ยังผลิตเสื้อผ้าเองภายใต้แบรนด์เดียวกัน โดยเน้นออกแบบเสื้อผ้าสำหรับเด็กวัย 0-2 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่โตเร็วและเปลี่ยนไซส์บ่อย Little Fits จึงตอบสนองปัญหานี้ด้วยการออกแบบเสื้อผ้าที่ไม่เพียงใส่ใจวัสดุธรรมชาติ แต่ยังคำนึงถึงการออกแบบที่เน้นการใช้งานให้เหมาะกับทุกวาระโอกาส เพื่อสร้างความยั่งยืนในวัฏจักรเสื้อผ้าเด็ก

“fast fashion เป็นปัญหาใหญ่ แต่เสื้อผ้าเด็กมักถูกมองข้าม ทั้งที่สร้างขยะไม่น้อย เราต้องการสื่อสารให้สังคมเข้าใจถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนมุมมองต่อการบริโภคเสื้อผ้าเด็ก อีกทั้งในการผลิตเสื้อผ้าเด็ก เราเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น กระดุมไม้หรือเปลือกหอย และเนื้อผ้าคุณภาพสูง เพื่อให้เหมาะกับผิวอันบอบบางของเด็กแรกเกิด” ต้ากล่าว

เซนเสริมเรื่องการออกแบบว่า “เราอยากให้เด็กเติบโตในโลกที่ไม่ได้สร้างขยะ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เราออกแบบเสื้อผ้าที่เรียบง่าย ใช้ได้ทุกโอกาส ไม่ตามเทรนด์แฟชั่น แต่มีความหรูแบบ quiet luxury ซึ่งเน้นใช้งานจริง 

“ที่น่าสนใจคือ ตอนแรกเราคิดว่าลูกค้าจะนิยมเช่าเสื้อคาร์ดิแกน แต่สิ่งที่ได้รับความนิยมกลับเป็นบอดี้สูท ซึ่งเหมาะกับเด็กวัย 0-2 ขวบมากกว่า นี่เป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจและปรับตัวตามความต้องการลูกค้าได้ดีขึ้น”

ในอนาคต Little Fits วางแผนเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ พร้อมโอกาสร่วมงานกับแบรนด์อื่นๆ เพื่อขยายแนวคิดเรื่องความยั่งยืน และนำเสนอตัวเลือกหลากหลายให้พ่อแม่ยุคใหม่ที่ใส่ใจทั้งคุณภาพและสิ่งแวดล้อม 

นอกจากเสื้อผ้าเด็กวัย 0-2 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก Little Fits กำลังพิจารณาขยายบริการไปยังกลุ่มเด็กที่โตขึ้น เช่น เด็กวัย 3 ปีขึ้นไป ที่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อย รวมถึงการเพิ่มสินค้าประเภทอื่น เช่น รองเท้า หรือสินค้าที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน

First Dreams

นับตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ อาจเรียกได้ว่า Little Fist ถือเป็นธุรกิจบริการที่ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดี แม้จะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ก็สร้างความกดดันให้นักธุรกิจมือใหม่ทั้งสองไม่น้อย อย่างไรก็ตามพวกเขาเตรียมใจและพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นและวางแผนธุรกิจในอนาคตอย่างจริงจัง

ต้าเผยว่า “ในอนาคตเราวางแผนจะร่วมงานกับแบรนด์ไทยหลายราย ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการพูดคุย หน้าที่ของเราคือการทำข้อตกลงหรือหาบทสรุปเรื่องการแบ่งค่าใช้จ่าย และผลกำไรให้ลงตัวที่สุด ซึ่งมันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คือการสร้างระบบที่ช่วยหมุนเวียนทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหลายแบรนด์มีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ขายแล้ว เป็นคอลเลกชั่นเก่าหรือเสื้อผ้าที่มีตำหนิเล็กน้อย เราอยากให้เสื้อผ้าเหล่านี้กลับมามีคุณค่า ด้วยการนำมาร่วมในระบบเช่า เพื่อหมุนเวียนทรัพยากรแทนที่จะทิ้งไป”

ในเชิงธุรกิจ ทั้งคู่ยังเผยว่ากำลังคุยกับนักลงทุนเพื่อขยายกิจการและต้องพัฒนาระบบหลายส่วน รวมถึงสร้างพื้นที่จัดเก็บเสื้อผ้าให้ได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่รองรับแบรนด์ของเราเอง แต่เพื่อสร้าง ecosystem ที่ครบวงจรและสมบูรณ์แบบที่สุด 

What I’ve Learned
ต้า: “เราไม่มีทางรู้หรอกว่าไอเดียนั้นจะเวิร์กหรือเปล่า จนกว่าเราจะได้ลองทำและปรับแก้ไปตามสถานการณ์ อย่างธุรกิจของเราเอง ตอนเริ่มต้นก็คาดหวังว่าเปิดแล้วจะมีลูกค้าเยอะ แต่ในความเป็นจริงมันต้องใช้เวลา เราคิดว่าไม่มีไอเดียไหนที่เพอร์เฟกต์ตั้งแต่วันแรก ทุกอย่างต้องการความสม่ำเสมอ และที่สำคัญคืออย่ายอมแพ้" 

Writer

นักเขียนที่สนใจเรื่องธุรกิจ การตลาด และความเป็นไปในสังคม

Photographer

ช่างภาพที่สนุกกับการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลง และหลงรักในความทรงจำ Ig : mocfirst

You Might Also Like