ทำไม ‘แอโรบิก’ ถึงเติบโตจากวิดีโอที่เต้นตามได้เองที่บ้าน จนวันนี้ถูกยกเป็นกิจกรรมสุดแมสของสวนลุมฯ

“ขยับตาม 1 2 3 4!” เสียงจากครูหน่อยเทรนเนอร์คนดีคนเดิมดังขึ้น ภาพหนุ่มสาว คนวัยทำงาน ผู้สูงอายุ ไปจนถึงชาวต่างชาติที่ทยอยเดินเข้ามาจับจองหน้าลานสวนลุมจนแน่นขนัด เพื่อร่วม ‘แอโรบิก’ กิจกรรมออกกำลังกายที่ตอนนี้แมสติดตลาดจนกลายเป็นไวรัล

จากภาพจำเดิมที่ถูกมองว่าเป็นกิจกรรมออกกำลังกายของบรรดาแม่บ้านและผู้สูงอายุ ที่ไม่อยู่ในฟิตเนสก็ต้องลานกลางแจ้งของสวนสาธารณะ หรือหน้าห้างสรรพสินค้า นับวันแอโรบิกยิ่งฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง ถึงขั้นเกิดวลีขำขันในโซเชียลฯ ที่ว่า “ไปสวนลุมไม่วิ่งแล้ว ไปเต้นแอโรบิกแทนดีกว่า”

ซึ่งนั่นนำมาสู่คำถามที่น่าสนใจ คืออะไรทำให้แอโรบิกได้รับความนิยมอย่างที่เห็น และการเต้นออกกำลังสัมพันธ์ยังไงกับโลกธุรกิจ คอลัมน์ Recap ขอชวนหาคำตอบพร้อมกันด้านล่างนี้

โปรแกรมออกกำลังกายที่ถูกคิดค้นเพื่อดูแล ‘หัวใจ’ และ ‘หลอดเลือด’ ที่ต่อมากลายเป็นป๊อปคัลเจอร์แห่งยุค 90s

ย้อนกลับไปในปี 1960 ดอกเตอร์เคนเนท เอช. คูเปอร์ แพทย์ชาวอเมริกันประจำกองทัพสหรัฐฯ ได้คิดค้นท่ากายบริหารที่เจ้าตัวบัญญัติศัพท์ว่า ‘aerobics’ ที่มาจากคำว่า ‘aero’ (อากาศ) กับ ‘bios’ (ชีวิต) เพื่อใช้ทดสอบสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือดของทหารอเมริกันและนักบินอวกาศของ NASA โดยเน้นการออกกำลังกายฝึกกล้ามเนื้อหลายทวงท่า ตั้งแต่วิ่งจ็อกกิ้ง 12 นาที, การเดิน, ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน 

องค์ความรู้การออกกำลังกายแบบ aerobics มีบทวิจัยที่พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้เข้ารับโปรแกรมมีสุขภาพกายและการหายใจที่ดีขึ้น ต่อมาในปี 1960 ครูสอนเต้นนาม แจ็คกี้ โซเรนเซน ได้นำการออกกำลังกายแบบแอโรบิกมาผสมผสานกับท่วงท่าการเต้นสไตล์แจ๊ส จนเกิดเป็น  aerobic dance การเต้นออกกำลังกายที่มีเสียงเพลงสนุกสนานประกอบจังหวะ ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มหญิงสาวที่ชื่นชอบการเต้นและใส่ใจสุขภาพ

จุดพีคที่สุดของ aerobic dance เกิดขึ้นราวปี 1980 เมื่อเจน ฟอนด้า นักแสดงฮอลลีวูดสาวชื่อดังนำการเต้นแอโรบิกเผยแพร่ผ่านวิดีโอเทปในรายการที่มีชื่อว่า Workout: Starring Jane Fonda กับภาพจำของเธอในชุดลีโอตาร์ดรัดรูปกับฉากหลังเป็นยิม มีนักเต้นตามด้านหลัง เคล้าเพลงแจ๊สสบายหู ซึ่งวิดีโอเทปรายการดังกล่าวที่จัดจำหน่ายโดย Karl Home Video ทำสถิติยอดขายระหว่างปี 1982-1995 มากถึง 17 ล้านชุดทั่วโลก จนถูกบัญญัติให้เป็นป๊อปคัลเจอร์ยุคนั้น

ผูกโยงจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจฟิตเนส

จากจุดขายเดิมของ aerobic dance นั่นคือการออกกำลังกายที่ทำได้เองที่บ้าน กระทั่งยุค 2000s ที่ธุรกิจฟิตเนสเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด เหล่าบรรดาเจ้าของกิจการที่เห็นจุดเด่นของแอโรบิก ที่ทำได้ง่าย เป็นท่ากายบริหารขั้นพื้นฐานที่สามารถต่อยอดไปสู่การออกกำลังรูปแบบอื่น เกิดปิ๊งไอเดียบรรจุการออกกำลังกายรูปแบบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบริการ 

จุดดึงดูดที่ทำให้ผู้คนยินดีที่จะเสียเงินเข้ามาเต้นแอโรบิกในฟิตเนส แทนที่จะเปิดวิดีโอเทปเต้นเองที่บ้าน ปัจจัยหลักๆ คือเรื่องของ ‘คอมมิวนิตี้’ การได้มาพบปะกับกลุ่มเพื่อนหรือคนรู้จักใหม่ๆ ที่รักสุขภาพเหมือนกัน และที่สำคัญคือการมีเทรนเนอร์คอยฝึกสอนอย่างใกล้ชิด ทำให้เป็นคอร์สตัวเลือกลำดับต้นของนักออกกำลังกายหน้าใหม่

เรียกว่าเป็นการผลัดเปลี่ยนภาพจำของแอโรบิก จากยุคที่ผูกโยงกับธุรกิจวิดีโอเทปมาสู่ยุคที่อยู่คู่กับธุรกิจฟิตเนสมาจนถึงปัจจุบัน 

กลับมาบูมเพราะพี่สาวเบเบ้และบูมต่อเนื่องจนเกิดปรากฏการณ์สวนลุม

สำหรับในไทยแล้วการเต้นแอโรบิกในอดีตมักถูกมองว่าเป็นกิจกรรมของแม่บ้านหรือผู้สูงอายุ พบเห็นได้ตามสวนสาธารณะประจำหมู่บ้าน ไม่ก็หน้าลานห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านับตั้งแต่ยุคโควิด-19 ระบาด ผู้คนกลับมาโหยหาการออกกำลังกายง่ายๆ ในบ้าน จนครั้งเกิดปรากฏการณ์ ‘เต้นตามเบเบ้’ หรือ เบเบ้–ธันย์ชนก ฤทธินาคา ไอดอลสาวขวัญใจชาวเจนฯ วาย ที่อัพคลิปสอนการเต้น Cardio Dance ลงบนยูทูบ ค่านิยมแบบเก่าจึงถูกลบทิ้ง และถูกมองใหม่ว่าใครก็เต้นออกกำลังกายได้

ประกอบกับยุคที่ผู้คนแอ็กทีฟเรื่องการดูแลสุขภาพ อยากหลีกหนีจากสังคมก้มหน้า กระตุ้นโดปามีนให้หายเครียดจากภาระหน้าที่การงาน ‘สวนลุมฯ’ เลยกลายเป็นแลนด์มาร์กของมนุษย์ออฟฟิศย่านสีลมที่ถอดชุดเปลี่ยนตัวเองเป็นนักออกกำลังกายช่วงเย็น ซึ่งกลุ่มนักออกกำลังกายที่ว่าเดิมทีไปเพื่อวิ่งหรือเดินออกกำลังกาย แต่อย่างที่รู้กันว่า ‘คนไทยเป็นคนชอบเต้น’ ชอบจังหวะครึกครื้นสนุกสนาน กิจกรรมเต้นแอโรบิกที่อยู่คู่กับสวนลุมมานานกว่า 20 ปีเลยกลายเป็นจุดสนใจใหม

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แอโรบิกสวนลุมฯ น่าสนใจ มาจากวิวัฒนาการเต้นจังหวะเดิมๆ ซ้ำๆ มาเป็นการเต้นผสมผสานกับเทคนิค Cardio Dance เน้นจังหวะมันๆ มีเพลงรีมิกซ์ถูกใจวัยรุ่นทั้งเพลงไทย เกาหลี และหมอลำ 

ขณะที่ กทม.คอยอำนวยความสะดวก เช่น มีครูสอนนำเต้นมืออาชีพ อัพเกรดเวทีให้ปลอดภัย มีไฟส่องสว่างทั่วถึง (และมีท่าทีเตรียมขยายไปยังสวนอีก 38 แห่งทั่ว กทม.) จากกระแสของกลุ่มคนออกกำลังกายถูกส่งต่อปากต่อปากบนโซเชียลฯ จนไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมามีคนตั้งใจมาสวนลุมฯ เพื่อมาเต้นแอโรบิก 

ทันทีที่กิจกรรมเต้นแอโรบิกสวนลุมฯ กลายเป็นไวรัล นั่นหมายถึงการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย ที่ต่างชาติมาเยือนกรุงเทพฯ ต้องขอร่วมวงแดนซ์ หรือล่าสุดที่แพลตฟอร์มเดลิเวอรีอย่างไลน์แมนชวน ‘ดาด้า’ มิสแกรนด์กาฬสินธุ์คนล่าสุดมาเต้นเปิดแคมเปญจนเป็นไวรัลทั่วโลก

เรียกว่าเป็นโอกาสพอเหมาะพอเจาะที่ ‘แอโรบิกสวนลุมฯ’ ถุกปลุกกระแสในช่วงที่เทรนด์ wellbeing เติบโต โดยที่เบลนด์เข้ากับคัลเจอร์ความขี้เล่น สนุกสนานในแบบไทยๆ และในอนาคตถ้ายังคงความไฮป์เช่นนี้อยู่ได้เชื่อเหลือเกินว่า จะถูกบรรจุให้เป็นส่วนหนึ่งในลิสต์ของกลุ่มนักท่องเที่ยว Wellness Tourism ที่อยากมาแดนซ์ให้สุขภาพกายดี

อ้างอิง 

Writer

นักเขียนผู้หลงใหลโลกของฟุตบอล สนีกเกอร์ และกันพลา

You Might Also Like