Growth Together
อ่านแนวคิดจากคนของ 7-Eleven ในวันที่เศรษฐกิจและโลกจะขับเคลื่อนได้ ‘มนุษย์’ ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกหนึ่งกลไกลสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือเหล่าแรงงานมนุษย์ ผู้ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองเล็กๆ อยู่ในระบบขนาดใหญ่
ดังนั้นวันที่การแข่งขันของตลาดแรงงานสูงขึ้น การปรับตัว รีสกิล (reskill) อัพสกิล (upskill) จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ และโอกาสในอนาคตข้างหน้าอยู่เสมอ
จึงเป็นเหตุให้ ในงาน ‘GCNT Business Playbook เคล็ดลับการพลิกวิกฤต’ สู่ ‘โอกาสแห่งความยั่งยืน’ จากสมาชิก GCNT ได้จัดเวที ‘The Opportunity Equation : From Education to Decent Work เปิดสมการโอกาส จากการศึกษาสู่การมีงานที่มีคุณค่าในทุกช่วงวัย’ โดยเชิญ แก้ว–ธันยาภรณ์ ชูนวล ผู้ร่วมบริหารธุรกิจร้าน 7- Eleven สาขาคู้บอน 30 และอุบล แป้นเขียว พนักงานร้าน 7- Eleven ในโครงการผู้ใหญ่ใจดี มาเล่าประสบการณ์และมุมมองส่วนตัวว่า คำว่า ‘โอกาส’ มีพลังจนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้ยังไง เหตุใดการศึกษาจึงยังสำคัญในปัจจุบัน ตลาดแรงงานที่มีช่วงอายุวัยแตกต่างกัน วันนี้พวกเขาปรับตัวเข้าหากันด้วยวิธีไหน เราชวนมาหาคำตอบพร้อมกันที่ด้านล่างนี้

มีวันนี้ เพราะสิ่งที่เรียกว่า ‘โอกาส’
หัวข้อแรกที่ทั้งคู่เล่าให้เราฟัง คือโอกาสและจุดเริ่มต้นของการได้มาทำงานร่วมกับ CP ALL โดยธันยาภรณ์เล่าว่า เดิมทีเธอเป็นเด็กต่างจังหวัด ที่มีโอกาสได้รับทุนเข้ามาศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ จากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ก่อนจะได้มาร่วมงานกับทาง CP ALL ในฐานะ Store Partner หรือผู้ร่วมบริหารธุรกิจร้าน 7- Eleven สาขาคู้บอน 30 ตั้งแต่วัย 23 ปี วัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่หลายคนยังไม่กล้าตัดสินใจลงหลักปักฐานในธุรกิจใดๆ
ส่วนอุบลมีโอกาสมาร่วมงานกับ CP ALL ในเส้นทางที่แตกต่างออกไป เธอสมัครมาทำงานที่ 7- Eleven ด้วยตนเอง ในตำแหน่ง แม่บ้าน คอยดูแลความสะอาด ในวัย 70 ปี วัยที่หลายคนมองว่าเป็นช่วงเกษียณ ควรพักผ่อนอยู่บ้านได้แล้ว
แต่สิ่งที่ทั้งคู่มองต่างออกไป และตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง คือคำว่า ‘โอกาส’ ที่เข้ามาในชีวิต

ธันยาภรณ์เล่าว่า เดิมทีที่บ้านไม่ได้มีทุนการศึกษามากมาย จึงเคยคิดตัดสินใจศึกษาต่อถึงเพียงแค่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่พอมาได้ศึกษาโครงการของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ที่มีรูปแบบการเรียนสลับกับการฝึกงาน (work-based education) จึงทำให้เธอมีโอกาสได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย
“เราได้ทุนการศึกษาในโครงการที่ออกแบบระบบการเรียนรูปแบบเรียน 3 เดือนสลับกับทำงานอีก 3 เดือน จึงทำให้นอกจากได้เรียนภายในห้องแล้ว ยังมีโอกาสได้เรียนรู้และเข้าใจการบริหารร้านสะดวกซื้อ และที่สำคัญสามารถสร้างรายได้ ทำให้เรามีทุนใช้สำหรับเลี้ยงชีพช่วงที่เรียนอยู่ได้
“จนพอได้มาบริหารร้านเอง เราก็ได้เอาประสบการณ์และความรู้จากตอนที่เรียนและฝึกงานมาใช้ เวลาน้องพนักงานในร้านเจอปัญหา ก็สามารถให้คำแนะนำได้ หรือในบางเรื่องนอกจากเรื่องงาน เช่นการศึกษาหรือเส้นทางอาชีพ เราจะยินดีพูดคุยให้คำแนะนำเสมอ
“ในบางครั้ง เวลาเห็นน้องพนักงานที่ยังเป็นนักศึกษาเข้ามาทำงานก็มักจะนึกถึงตัวเองสมัยก่อน” ธันยาภรณ์เล่า

ด้านอุบลเธอตัดสินใจมาสมัครเป็นพนักงานที่ 7- Eleven ด้วยความเชื่อที่ว่า ตัวเองยังมีศักยภาพและพร้อมรับโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ
“ด้วยความที่เราเป็นคนรักในงานบริการ คือหน้าที่ปกติก็เป็นแม่บ้าน คอยรักษาความสะอาด ทำให้ร้านเรียบร้อย แต่บางทีเวลาที่ลูกค้าเยอะ เราก็จะไปคอยช่วงน้องๆ เขาเติมของ หรือบางทีก็ช่วยแนะนำสินค้าให้ลูกค้า
“ซึ่งมันก็ยาก มาเริ่มทำงานในตอนนี้ แต่เราเองก็อยากจะขอลองทำดูสักครั้ง ซึ่งพอได้ทำมาเรื่อยๆ ก็ค้นพบว่าเป็นงานที่มีความสุขดี น้องๆ ในร้านก็ช่วยเหลือกัน หรือบางทีลูกค้าก็ชมว่า ป้าอุบล ทำไมแกดี แกเก่งจัง มาช่วยหาของให้ด้วย อะไรแบบนี้ก็ทำให้เรารู้สึกดีใจ และมีกำลังใจอยากทำงานต่อ (ยิ้ม)”

หลังจากนี้ยังต้องศึกษาและพัฒนาทักษะต่อไป
นอกจากเรื่องชีวิตการทำงาน ธันยาภรณ์และอุบลยังให้ความเห็นว่า ในวันที่องค์ความรู้ เทคโนโลยี และสังคม เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การศึกษา และการพัฒนาตนเองเป็นสิ่งที่มนุษย์ยังต้องเพิ่มพูนอยู่เสมอ
“หากเป็นไปได้ เราอยากเรียนวิชาความรู้เรื่องการเงินเพิ่มเติม เพราะพอมีรายได้มากขึ้น เรื่องจัดการการเงิน เรื่องภาษี เรื่องเงินสำหรับเกษียณ เราคิดว่าองค์ความรู้พวกนี้จะทำให้เราเป็นผู้บริหารที่เกษียณได้ไว
นอกจากนี้ธันยาภรณ์ยังเสริมว่า ในวันนี้การศึกษาและใบปริญญายังคงเป็นเรื่องสำคัญ แม้เราจะอยู่ในยุคที่มีอาชีพ หรือคนที่ประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องเข้ารับการศึกษาในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ตาม
“อย่าด้อยค่าการทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เราเข้าใจว่าช่วงแรกอาจมีน้อยเนื้อต่ำใจกันบ้าง ว่าทำไมไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเหมือนคนอื่นเขา แต่เชื่อเถอะว่าในอนาคตมันจะดีต่อตัวพวกคุณเอง
“ส่วนใบปริญญาเรามองว่าก็ยังเป็นเรื่องจำเป็น เพราะเราไม่รู้เลยว่าในอนาคตสถานการณ์จะเป็นยังไง ตลาดแรงงานจะเปลี่ยนแปลงแบบไหน แต่การที่เรามีใบปริญญามันเป็นเครื่องการันตีว่าเราเป็นคนมีความรู้ มีทักษะในสาขาที่จบมาเป็นใบเบิกทาง ช่วยต่อยอด สร้างโอกาส ให้กับตัวเราได้”
ด้านอุบลมองว่า แม้อายุตนเองจะล่วงเลยถึงวัย 70 ปี แต่การศึกษายังคงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการเรียนรู้ในองค์ความรู้ใหม่ และการปรับตัวเข้ากับวัยรุ่นในปัจจุบัน
“เราคิดว่าโลกวันนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว วันนี้ก็เลยยังไม่หยุดเรียนรู้ ยังอยากทำงานอยู่ และก็อยากให้คนรุ่นเดียวกันคิดแบบนั้น เพราะการมีงานทำมันจะได้ไม่เครียด ไม่เป็นอัลไซเมอร์ เพราะการไม่มีงาน มันทำให้ห่อเหี่ยวไปหมด เงินเดือนที่เคยได้ก็จะไม่ได้ อยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ มันจะเหงา มันจะหงอย เราไม่อยากให้เกิดอาการอะไรแบบนั้น”

สำคัญกว่าโอกาสที่ได้รับ คือการได้ส่งมอบโอกาสให้กับผู้อื่นต่อ
สุดท้ายนี้ ธันยาภรณ์และอุบลบอกกับเราและผู้ฟังคนอื่นๆ ถึงจุดมุ่งหมายในการ
นำเรื่องราวของตัวเองมาแบ่งปัน ก็เพื่อต้องการส่งต่อกำลังใจ และชี้ช่องทางโอกาส ที่ไม่ว่าจะเป็นใคร อายุเท่าไหร่ ก็สามารถทำงานร่วมกับ CP ALL ได้
“สำหรับเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องทำให้ตัวเองพร้อมก่อน เราเชื่อว่าโอกาสมักจะเข้ามาหาคนที่พร้อมเสมอ และที่สำคัญโอกาสไม่ได้มีเข้ามาตลอดทุกช่วงชีวิตของเรา
“ดังนั้นทำตัวให้พร้อม อย่ายอมแพ้ แม้วันนี้จุดเริ่มต้นเราอาจดีไม่เท่าคนอื่นเขา แต่หมั่นหาความรู้ หาช่องทางการศึกษาต่อ ที่สำคัญอย่าลืมส่งต่อโอกาส ความคิด ข้อแนะนำ ให้คนอื่นๆ ได้ประสบความสำเร็จ สร้างรายได้ เลี้ยงดูครอบครัว” ธันยาภรณ์ เล่า
ส่วนอุบลกล่าวปิดท้ายว่า “ถ้าที่ไหนเปิดโอกาสให้เรา ไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหนเราต้องทำให้เต็มที่ ทำให้สุดความสามารถ ที่สำคัญเราต้องมีความรักกับสิ่งนั้น ยิ่งเรารักสิ่งไหน เราก็ยิ่งได้รับความรักตอบกลับมา
“ถ้าเรารักและตั้งใจกับสิ่งที่ทำ สิ่งนั้นจะตอบแทนเราเสมอ”