864
September 4, 2026

GCNT EXPO 2026 งานผนึกกำลังรัฐ UN และเอกชน พลิกวิกฤตสู่การเปลี่ยนผ่านประเทศที่ยั่งยืน

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ GCNT EXPO 2026 งานประชุมและมหกรรมด้านความยั่งยืนสุดยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ที่จัดขึ้นโดย สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand: GCNT) ที่คราวนี้ดำเนินภายใต้แนวคิด ‘From SHOCK To SHIFT: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World’ จากวิกฤตโลก สู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน

โดยตลอดระยะเวลาการจัดงานระหวางวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ True Digital Park – West กรุงเทพฯ มีผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ สหประชาชาติ ภาคการเงิน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และคนรุ่นใหม่ มาร่วมกันเสวนาและแลกเปลี่ยนคำตอบโจทย์ที่ว่า “เมื่อโลกไม่เหมือนเดิม ประเทศไทยจะเปลี่ยนอย่างไร?”

ศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย และรองประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า โลกกำลังเผชิญแรงกระแทกหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยี และกติกา ด้านความยั่งยืนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผู้คน ทั้งค่าครองชีพ รายได้ของเกษตรกร ความมั่นคงของชุมชน ตลอดจนโอกาสทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำ

ดังนั้นความเข้มแข็งของประเทศไม่ควรวัดเพียงความสามารถในการรับมือกับวิกฤต แต่ควรวัดจากความสามารถของคนและสังคมในการเรียนรู้ ปรับตัว และสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม โดย ‘คน’ ทุกเพศทุกวัยต้องเป็น ‘ผู้ร่วมสร้าง’ การพัฒนา ไม่ใช่เพียงผู้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ จากรายงานบทบาทของภาคธุรกิจไทยในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน จัดทำโดย GCNT, United Nations Global Compact และภาคีเครือข่าย พบว่าสมาชิกมีการดำเนินงานที่เชื่อมโยกับ SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ที่ปรากฏในการปฏิบัติงานของทุกองค์กร

ศุภชัยยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยการชวนทุกภาคส่วนกลับออกจากงานพร้อม หนึ่งเรื่องที่จะเริ่มทำ หนึ่งความร่วมมือที่จะเริ่มสร้าง และหนึ่งผลลัพธ์ที่จะเริ่มวัดผล และหนึ่งประสบการณ์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนในปีหน้า เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแรงกระแทกของโลกให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้มีความเข้มแข็ง เท่าเทียม และยั่งยืน

ด้าน มิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่ ผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวถึงแนวคิดสำคัญของการจัดงาน ‘From Shock to Shift’ ว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงภาพของโลก ณ ปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การหยุดชะงักของการค้าโลก ต้นทุนที่พุ่งสูง ผลกระทบจากภาวะโลกรวน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ซึ่งกำลังสั่นคลอนทั้งระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของสังคม

เธอระบุให้เห็นภาพว่า วิกฤตเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี 3 องค์ประกอบสำคัญมารวมกัน คือภาวะผู้นำ การลงทุน และความร่วมมือที่มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมย้ำว่าภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการตัดสินใจด้านการลงทุน การจัดซื้อ นวัตกรรม และการจ้างงาน ล้วนส่งผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน ผู้คน และชุมชนในวงกว้าง

โดยมิเกลล่าเสนอ 3 การเปลี่ยนผ่านสำคัญที่ต้องทำร่วมกัน ได้แก่

  1. จากคำมั่นสัญญา สู่ความรับผิดชอบที่วัดผลได้
  2. จากเงินทุนที่ให้คำมั่น สู่เงินทุนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง
  3. จากองค์กรชั้นนำ สู่ระบบนิเวศที่ทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม
    เข้าถึงแรงงาน SMEs และชุมชนได้อย่างทั่วถึง

ด้าน . ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้น ทำให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้ดีขึ้น และประชาชนมีโอกาสมากขึ้น โดยภาครัฐต้องสร้างระบบที่ทำให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสามารถเปลี่ยนได้ และผู้ที่พร้อมจะไปต่อสามารถไปได้ไกลขึ้น โดยเฉพาะการรับมือภัยพิบัติและการฟื้นฟูธรรมชาติ พร้อมชูแนวคิด ‘Nature Positive’ ให้เป็นพื้นฐานของการพัฒนาที่เชื่อมโยงธรรมชาติ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนเข้าด้วยกัน พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าจากทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ ต่อยอดแนวคิด circular economy ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนและเกษตรกร ควบคู่กับการสร้างโอกาส ความเท่าเทียมทางการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน 

สำหรับงาน GCNT EXPO 2026 ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานประชุมด้านความยั่งยืน แต่เป็นพื้นที่สำหรับ เห็น–เรียนรู้–ทดลอง–เชื่อมโยง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำประเด็นระดับโลกมาเชื่อมโยงกับโจทย์ของประเทศ ธุรกิจ และชีวิตจริง โดยตลอด 3 วันจะครอบคลุม 6 โจทย์สำคัญ ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก, กติกาสีเขียวและการเงิน, การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน, ธรรมชาติ เมืองและการปรับตัว, เทคโนโลยีและ AI และทุนมนุษย์

ภายในงานประกอบด้วย SDGs Exhibition พื้นที่จัดแสดงผลงานและแนวทางการขับเคลื่อน SDGs ของภาคธุรกิจและภาคีเครือข่าย เพื่อให้เห็นว่าความยั่งยืนสามารถเชื่อมโยงกับการดำเนินธุรกิจและการสร้างผลลัพธ์ได้จริง

เวิร์กช็อปเปิดพื้นที่สำหรับการเรียนรู้แบบลงมือทำ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการร่วมค้นหาแนวทางหรือทางออกที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ขณะที่ Innovation Showcase นำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวทางใหม่ ๆ ที่เชื่อมโยงความยั่งยืนเข้ากับโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตในอนาคต

และอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญคือ Soul Connect Space ภายใต้การดำเนินงานของเครือข่าย Soul Connect  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่เปิดบทสนทนาเรื่อง spiritual health และ well-being เชื่อมโยงการเติบโตภายในของผู้คน โดยเฉพาะคนวัยทำงาน เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในโลกภายนอก สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากนโยบาย เทคโนโลยี หรือการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของผู้คนด้วย

GCNT EXPO 2026 ยังได้รับการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากองค์กรธุรกิจชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิก GCNT จำนวน 22 องค์กร ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย, บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด, บริษัท คอรัล ไลฟ์ จำกัด, บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) และโรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน (Concordian International School)

ซึ่งการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจสะท้อนว่า sustainable transition ไม่ได้เป็นเพียงวาระด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม แต่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ธุรกิจ การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาคน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และจำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงร่วมกันทั้งประเทศ–ธุรกิจ–คน

การจัดงาน GCNT EXPO 2026 จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทุกฝ่ายจะได้ร่วมมือ พร้อมหารือเรื่องของการลงทุน นวัตกรรม การพัฒนาคน และการลงมือทำที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง เพื่อให้ประเทศไทยไม่เพียงปรับตัวให้ทันโลกที่เปลี่ยนไป แต่สามารถออกแบบอนาคตและสร้างการเติบโตที่เข้มแข็ง เท่าเทียม และยั่งยืนไปด้วยกัน

ส่วนใครที่สนใจติดตามรายละเอียดการจัดงานย้อนหลัง หรือติดตามกิจครั้งต่อไปของ GCNT สามารถไปอัพเดตต่อได้ที่เว็บไซต์ expo.globalcompact-th.com

You Might Also Like