ไม่ใช่แค่ปักหมุดคาเฟ่ แต่ได้ส่องกล้องลำไส้ด้วย เกาหลีใต้ทำยังไงถึงกลายเป็น ‘ศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของเอเชีย’
หลี่ผิง เชา (Liping Chao) เพิ่งเดินทางมาถึงโซล และจากหน้าต่างรถแท็กซี่ เขามองเห็นตึกระฟ้าอันโด่งดังของเมือง แต่แทนที่จะขึ้นไปชมวิวบนหอคอยนัมซาน หรือเดินชมร้านค้าชื่อดังในย่านเมียงดง เขาเลือกไปที่ย่านมาโป ซึ่งเขาได้เข้าไปที่ศูนย์การแพทย์เมดิโอน (Medione Medical Center)
ในห้องรอที่สะอาดและกว้างขวาง เขาเห็นชาวต่างชาติมากกว่าชาวเกาหลี หลังเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องล็อกเกอร์และเก็บของใช้ส่วนตัว พยาบาลก็นำประวัติการรักษามาให้และพาเขาไปยังจุดแรก
BBC เกริ่นนำไว้เช่นนี้ ในบทความที่พูดถึงการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการดูแลสุขภาพระดับโลกของเกาหลีใต้ สิ่งที่น่าสนใจคือจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เหมือนกับหลี่ผิง เชา นั้นเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่ได้เพียงจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางมา ‘รับบริการทางการแพทย์’ เพียงอย่างเดียว หากแต่มันคือส่วนหนึ่งของ ‘การท่องเที่ยว’ ต่างหาก
อธิบายให้เข้าใจง่ายคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ‘เพิ่ม’ ลิสต์ของการตรวจสุขภาพครบวงจรลงในแผนการเดินทางท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ เนื่องจากราคาที่ไม่แพง ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และการบริการเป็นภาษาอังกฤษ
กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ในปี 2025 มีผู้ป่วยชาวต่างชาติมากกว่า 2 ล้านคน เดินทางเข้ามารับบริการทางการแพทย์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และจำนวนผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการเติบโตของนักท่องเที่ยวทั่วไปด้วยซ้ำ โดยมีกรุงโซลเป็นจุดหมายหลักของผู้เข้ารับบริการ
ไม่ใช่แค่การปักหมุดเที่ยวคาเฟ่ ชมแกลเลอรีเจ๋งๆ ช้อปสินค้า หรือตระเวนกินของอร่อยเพียงเท่านั้น แต่แม้กระทั่งการตรวจอัลตราซาวด์หรือการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเดินทางในเกาหลีใต้ไปแล้ว!
เกาหลีใต้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแห่งใหม่ (ที่ไม่ใช่แค่ศัลยกรรม) ของเอเชียได้ยังไง ลองมาดูกัน
ครบจบที่เดียวครอบคลุมการตรวจสุขภาพทั้งร่างกาย
คำถามคือ แล้วทำไมผู้คนถึงยอมจองตั๋วเดินทางไกลมาถึงกรุงโซลเพื่อรับบริการทางการแพทย์?
อี แฮมิน (Lee Haemin) CEO ของ Creatrip บริษัทวางแผนการท่องเที่ยวชื่อดังที่มีฐานดำเนินงานในกรุงโซลบอกว่า ปัจจัยสำคัญคือเรื่องค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพ
ลองนึกภาพว่า ในขณะที่ผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์หลายประเทศต้องเผชิญกับ ‘ขั้นตอน’ มากมาย เช่น การส่งตัว การรออนุมัติจากบริษัทประกัน หรือระยะเวลารอคอยที่ยาวนาน แต่ศูนย์ตรวจสุขภาพหลายแห่งในเกาหลีใต้กลับให้บริการตรวจสุขภาพแบบครบวงจรได้เสร็จสิ้นภายในครั้งเดียว ซึ่งครั้งเดียวที่ว่าอาจหมายถึงครึ่งวัน หรือ 1 วัน!
นอกจากนี้ ระบบสาธารณสุขของเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกโดย CEOWORLD Health Care Index ประจำปี 2025 ยังมีราคาที่เข้าถึงง่าย เนื่องจากรัฐบาลมีการควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาล ซึ่งในหลายกรณี ค่าใช้จ่ายในการตรวจ MRI ในอเมริกาเพียงครั้งเดียว สามารถครอบคลุมค่าตรวจสุขภาพแบบครบวงจรทั้งร่างกายในเกาหลีใต้ได้เลย
จุดเด่นและจุดแตกต่างด้านมาตรฐานสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายนี่เอง ที่ทำให้เกาหลีใต้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของเกาหลีใต้ระบุว่า ในปี 2025 มีผู้ป่วยชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาใช้บริการถึง 2.01 ล้านคน เพิ่มขึ้น 71.7% จากปี 2024 โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นและจีน รองลงมาคือไต้หวันและสหรัฐอเมริกา
“สำหรับเกาหลีใต้ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ถือเป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังผ่านกฎหมายที่มุ่งส่งเสริมการขยายธุรกิจบริการทางการแพทย์ไปยังต่างประเทศ” ซอ ดงคโย (Seo Donkyo) CEO Himedi บริษัทให้บริการอำนวยความสะดวกด้านการแพทย์ในกรุงโซลอธิบาย
ท่องเที่ยวต่อได้ไม่เสียเวลา
แม้การตรวจสุขภาพในลักษณะนี้จะเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่ชาวต่างชาติ แต่สำหรับชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ การเดินทางกลับมายังเกาหลีใต้เพื่อตรวจสุขภาพถือเป็นเรื่องปกติที่ทำกันมานานแล้ว เพราะความรวดเร็วและค่าใช้จ่ายที่ย่อมเยา
ดังนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือชาวเกาหลีใต้ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ ก็สามารถ ‘วางแผน’ เพิ่มลิสต์การตรวจสุขภาพเข้าไปในแพลนการเดินทางได้แบบที่แทบไม่ต้องเสียเวลาเที่ยวเลย
ผู้เข้ารับบริการคนหนึ่งเล่าในบทความว่า เธอเข้ารับบริการที่ศูนย์ตรวจสุขภาพ KMI สาขากวังฮวามุน (Gwanghwamun) โดยเลือกแพ็กเกจระดับกลางซึ่งครอบคลุมการตรวจในห้องปฏิบัติการทั่วไป การเอกซเรย์ การอัลตราซาวด์ และหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่อีกเล็กน้อย โดยระยะเวลารอคอยระหว่างจุดตรวจแต่ละจุดนั้นสั้นมาก ซึ่งนานที่สุดคือ 15 นาทีเท่านั้น
นอกจากนี้ เธอยังเล่าว่าสามารถพกโทรศัพท์หรือหนังสือติดตัวไว้ได้ตลอดเวลา ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อหรือกระวนกระวายใจระหว่างรอ ส่วนเจ้าหน้าที่ พยาบาล และแพทย์ทุกคนต่างก็ใจดีและมีความอดทน แม้ว่าระบบการทำงานทั้งหมดจะรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงมาก แต่เธอกลับไม่รู้สึกว่า ‘ถูกเร่ง’ ให้รีบตรวจให้เสร็จเลย
เธอลงทะเบียนที่คลินิกเวลา 8:30 น. และเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดในเวลา 13:00 น. นั่นเป็นเหตุผลหลักที่นักท่องเที่ยวหลายคนสามารถจัดแพลนทริปในลักษณะตรวจสุขภาพช่วงเช้า ท่องเที่ยวต่อช่วงบ่ายได้อย่างสบายๆ
No Lost in Translation
อาจมีคำถามว่า เรื่องของภาษาจะเป็นอุปสรรคไหม หรือระบบที่ไม่คุ้นเคยจะทำให้การจองบริการทางการแพทย์ในต่างประเทศเป็นเรื่องยุ่งยากและสับสนหรือไม่ แต่ที่เกาหลีใต้ ทุกอย่างสามารถจบได้ด้วย ‘บริษัทให้บริการอำนวยความสะดวกด้านการแพทย์’
บริษัทเหล่านี้จะมีเครือข่ายอยู่แล้ว จึงสามารถจัดการจองและขั้นตอนต่างๆ ให้เสร็จสรรพ รวมถึงยังจัดหาล่ามมาคอยช่วยอธิบายศัพท์ทางการแพทย์ให้ชาวต่างชาติเข้าใจง่ายขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ผู้เข้ารับบริการยังสามารถนัดหมายเพื่อติดตามผลการตรวจที่เกาหลีใต้ได้อีกด้วย ซึ่งหากการตรวจสุขภาพพบภาวะที่ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง จะมีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังเครือข่ายโรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์ที่ให้การรักษาโรคที่มีความซับซ้อนเป็นพิเศษ และเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมอีกด้วย
ด้วยความครบวงจรเหล่านี้ สิ่งที่น่าสนใจคือเกาหลีใต้กำลังเปลี่ยนภาพลักษณ์จากแค่เรื่องการรักษาไปสู่การขายประสบการณ์ด้านสุขภาพ ไม่ใช่แค่การดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยเรื่องของศัลยกรรมหรือ K-beauty แต่มันกำลังต่อยอดไปสู่บริการทางการแพทย์ที่มีมูลค่าสูงกว่านั้น
ที่สำคัญคือ ความรวดเร็ว ความสะดวก ค่าใช้จ่าย ความน่าเชื่อถือของระบบทั้งหมด รวมถึงบริการที่มีมาตรฐานสูง กำลังผสานเข้ากับประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างไร้รอยต่อ
และเมื่อเทรนด์ของการเดินทางกับการรับบริการทางการแพทย์เชื่อมต่อกัน สิ่งนี้จึงกลายเป็นจุดแข็งใหม่ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสุขภาพของประเทศที่กำลังมาแรง
ที่มา