เทรนด์การตลาด 2026

 4 เทรนด์การตลาด 2026 เมื่อผู้บริโภคเลือก ‘อยู่เพื่อวันนี้’ สรุปจาก Future Trends Ahead 2026

ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวน การทำความเข้าใจวิธีคิด ความรู้สึก และการตัดสินใจของผู้บริโภคคือหัวใจสำคัญของการอยู่รอด ในหนังสือ Future Trends Ahead 2026 โดย Future Trends ได้รวบรวมสารพัดเทรนด์สำคัญที่น่าจับตามาไว้ในเล่มเดียว หนึ่งในนั้นคือเทรนด์การตลาดที่ทาง Ipsos บริษัทวิจัยตลาดระดับโลกที่มีประสบการณ์กว่า 75 ปี ได้วิเคราะห์มาแล้ว

Ipsos มองเห็นว่าโลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่ผู้บริโภคเผชิญความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งมิติเศรษฐกิจ การเมือง และสุขภาพใจ จนทำให้บทบาทของการตลาดต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และด้วยมวลรวมทั้งหมดนั้นจึงได้สกัดออกมาเป็น 4 เทรนด์การตลาดสำคัญที่เรา Recap มาให้แล้ว

1. ผู้บริโภคคิดเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น และไม่ยึดติดกับแบรนด์เหมือนเดิม

ท่ามกลางพายุแห่งความไม่แน่นอน Ipsos พบว่าผู้บริโภคเกือบ 9 ใน 10 คนมีแนวโน้มใช้ชีวิตแบบ ‘อยู่เพื่อวันนี้’ เพราะไม่มั่นใจว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขากลับให้ความสำคัญกับการออมและความมั่นคงในระยะยาวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพื่อเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

สิ่งนี้ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนไป ผู้บริโภคยังคงต้องการหาความสุขเติมเต็มชีวิตในปัจจุบัน แต่ต้องเป็นความสุขที่มาพร้อมกับ ‘ความคุ้มค่า’ และการตัดสินใจที่ปลอดภัยที่สุด เริ่มลดการใช้อารมณ์นำทางอย่าง ‘ของมันต้องมี’ และหันมาใช้เหตุผลเชิงประโยชน์มากขึ้น เรียกว่าบางครั้ง brand loyalty ก็เริ่มจืดจางลงเมื่อเทียบกับฟังก์ชั่นของสินค้าหรือบริการที่จับต้องได้

การเข้าถึงข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยิ่งทำให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบสินค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น Ipsos ระบุว่า 80% ของผู้บริโภคเชื่อมั่นว่าตนเองจะสามารถค้นหาข้อเสนอหรือโปรโมชั่นที่ดีกว่าเดิมได้เสมอ ทำให้ความภักดีต่อแบรนด์ไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ ในการตัดสินใจซื้ออีกต่อไป หากแบรนด์คู่แข่งเสนอความคุ้มค่าได้ในจังหวะที่เหมาะสม

สำหรับนักการตลาดในยุค 2026 โจทย์ใหญ่จึงคือการอธิบาย ‘คุณค่า’ ของสินค้าให้ชัดเจนและรวดเร็ว แบรนด์ต้องไม่บอกว่าตัวเองดียังไง แต่ต้อง ‘พิสูจน์’ ให้ได้ว่าสินค้าช่วยให้ชีวิตผู้บริโภคดีขึ้นหรือคุ้มค่ากับเงินทุกบาทที่จ่ายไปได้ยังไงในโลกความเป็นจริงที่เต็มไปด้วยความกดดัน

2. ความเชื่อมั่นในแบรนด์ เป็นต้นทุนพื้นฐานของการทำแบรนด์

แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ความคาดหวังที่มีต่อแบรนด์กลับสวนทาง Ipsos ชี้ให้เห็นว่าผู้คนยุคใหม่สามารถแยกแยะระหว่าง ‘ความคุ้มค่าของตัวเงิน’ และ ‘ค่านิยมของแบรนด์’ ได้ พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่ของถูก แต่ต้องการของที่ดีจากแบรนด์ที่ไว้ใจได้

ผู้บริโภคยังโหยหาที่พึ่งและพื้นที่ปลอดภัย แบรนด์จึงถูกคาดหวังให้ทำหน้าที่มากกว่าแค่ผู้ค้าขาย แต่ต้องดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและโปร่งใส ข้อมูลจากงานวิจัยยังระบุว่า 87% ของผู้บริโภคเชื่อมั่นว่าแบรนด์สามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้สังคมไปพร้อมๆ กับการสร้างผลกำไรได้ และกว่า 86% มองว่าเป็น ‘หน้าที่’ ของภาคธุรกิจที่ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤต 

การสร้างอิมแพกต์ที่ดีต่อสังคมจึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจว่าจะเลือกเดินไปกับแบรนด์นี้หรือไม่

3. สุขภาพคือเรื่องของการควบคุมชีวิต ไม่ใช่แค่การรักษา

Ipsos ระบุว่าผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพในอันดับต้นๆ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ปัญหาความเครียดและสุขภาพจิตถูกมองว่าเป็นสภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง คำว่า ‘สุขภาพดี’ จึงไม่ใช่แค่การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บทางกาย แต่ครอบคลุมไปถึงความสมดุลทางอารมณ์และพลังในการใช้ชีวิต

ผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่องการป้องกันมากกว่าการรักษา วิ่งหาข้อมูลด้วยตนเองมากกว่ารอฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพียงฝ่ายเดียวเหมือนในอดีต เพราะมองว่าตนเองต้องการมีอำนาจในการตัดสินใจและเลือกแนวทางการดูแลสุขภาพด้วยตนเองมากขึ้น 

เป้าหมายสูงสุดของการดูแลสุขภาพเปลี่ยนไปสู่การ ‘สูงวัยอย่างมีคุณภาพ’ คือไม่ได้ต้องการแค่อายุยืนยาว แต่ต้องการมีร่างกายที่แข็งแรงเพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความหมายและทำในสิ่งที่รักได้นานที่สุด ดังนั้นแบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเองอย่างมีคุณภาพได้ก็ย่อมมีโอกาสมากกว่า 

ที่สำคัญ หากเข้าไปอยู่ในลักษณะของการเป็น ‘ผู้มอบพลัง’ มากกว่าแค่ ‘ผู้ช่วยแก้ปัญหา’ แบบแต่ก่อนที่บอกว่าแบรนด์ต้องแก้ pain point ให้คน ก็จะช่วยให้เป็นที่จดจำได้ ผู้บริโภคจะกลายเป็นพันธมิตรคนสำคัญที่ผู้บริโภคขาดไม่ได้ นอกจากนั้น การสร้างคอนเทนต์ สินค้า หรือบริการที่ช่วยส่งเสริมความมั่นใจในการดูแลตัวเองก็อาจจะทำให้ได้ใจผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้

4. เทคโนโลยีต้องล้ำ แต่ต้องไม่สร้างความกังวล

Ipsos พบว่ายิ่งเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ผู้คนกลับกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเพิ่มตาม 

หลายครั้งผู้บริโภคเริ่มตั้งคำถามถึงความเสี่ยงที่แฝงมากับนวัตกรรมใหม่ๆ ที่พวกเขาไม่คุ้นเคย สิ่งที่น่าสนใจคือผู้บริโภคไม่ได้ปฏิเสธความก้าวหน้า แต่พวกเขาต้องการความชัดเจนและความโปร่งใส นวัตกรรมที่แบรนด์นำเสนอจึงต้องตรวจสอบได้ ต้องให้ความมั่นใจว่าข้อมูลส่วนตัวจะไม่ถูกนำไปใช้ในทางไม่ดี  

ในบางครั้ง การคิดค้นสินค้าหรือบริการที่มีเทคโนโลยีที่สลับซับซ้อนเกินไป แต่ต้องทำให้สิ่งที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัว นอกจากนั้น แบรนด์ยังต้องสื่อสารให้ผู้บริโภคสัมผัสได้ถึงความสบายใจ ความปลอดภัยแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือที่ช่วยให้ชีวิตปลอดภัยและง่ายขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่เข้ามาคุกคามความเป็นส่วนตัว 

จาก 4 เทรนด์ที่ว่ามานี้ จึงอาจกล่าวได้ว่าการตลาดในยุคนี้คือการที่นักการตลาดและแบรนด์ต้องเข้าใจความรู้สึกไม่มั่นคงในใจผู้บริโภคให้ได้ เพื่อส่งมอบความรู้สึกสบายใจ และทำให้สัมผัสได้ว่าการเลือกสินค้าหรือบริการจากเราคือการตัดสินใจที่คุ้มค่า มีความหมาย และไม่เสี่ยงจนเกินไป

ส่วนใครอยากลงลึกประเด็นอื่นๆ ในหนังสือ สามารถลงทะเบียนรับไฟล์ได้ที่ page.futuretrend.co/FTAheadEbook

หากใครสนใจเข้าร่วมอีเวนต์ที่ได้เจอผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ไปพบกันที่งาน Future Trends Ahead Summit 2026 วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 โดยสำรองที่นั่งได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/Future-Trends-Ahead-Summit-2026

Writer

พิลาทิสและแมว

Illustrator

แล้วแต่จะคิด ชีวิตคนละแบบ

You Might Also Like