6
October 28, 2026

ทีทีบีเสนอองค์กรและพนักงานต้องเตรียมทักษะและความมั่นคงทางการเงินหลังถูก AI พลิกโฉมการทำงาน

ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจาก AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ ธุรกิจ หรือรูปแบบการทำงานของผู้คน โดย AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านเทคโนโลยี แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างขององค์กรและอุตสาหกรรมทั่วโลก รวมทั้งกำลังพลิกโฉมโลกการทำงานอย่างรวดเร็ว องค์กรจำนวนมากนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับ productivity ขณะที่คนทำงานเริ่มกังวลว่าอาชีพและรายได้ในอนาคตอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้เอง ทาง ‘ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)’ หรือ ‘ทีทีบี’ (ttb) จึงได้จัดเวทีเสวนาพิเศษ ‘AI กับอนาคตตลาดแรงงาน อวสานมนุษย์เงินเดือน เมื่อเวลาเกษียณมาเร็วกว่าที่คิด’ เพื่อเตรียมพร้อมและตระหนักถึงความจำเป็นที่องค์กรต้องเร่งปรับตัวและพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมตอกย้ำบทบาทของทีทีบี ในการสนับสนุนองค์กรยกระดับชีวิตทางการเงินของพนักงานและผู้บริหาร

ฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี กล่าวว่า ความกังวลของมนุษย์เงินเดือนต่อการเปลี่ยนแปลงจาก AI เป็นเรื่องที่มีเหตุผล โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีอย่าง Agentic AI กำลังพัฒนาและเข้ามามีบทบาทในโลกการทำงานอย่างรวดเร็ว AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในทุกองค์กรและทุกอุตสาหกรรม ทำให้คนทำงานต้องพัฒนาทักษะใหม่และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างคุณค่าในบทบาทที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้

ในมุมขององค์กร ทีทีบีได้นำ AI มาประยุกต์ใช้ในหลากหลายกระบวนการ ตั้งแต่งานตรวจสอบข้อมูลและกฎระเบียบ งานด้านไอที การยกระดับคุณภาพการบริการลูกค้า ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการขายและนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยการขับเคลื่อน AI Transformation ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การมีข้อมูลที่มีคุณภาพและพร้อมใช้งาน (Data Foundation) การกำกับดูแลการใช้ AI และความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหมาะสม (AI Governance) รวมถึงการสร้างทักษะและวัฒนธรรมการใช้ AI ทั่วทั้งองค์กร (AI Embedded Skill)

ด้าน ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และเศรษฐศาสตร์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Vialink และ Siametrics Consulting กล่าวว่า AI กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดแรงงานและรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างรวดเร็ว โดย AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์ทั้งหมด แต่เข้ามารับบทบาทในงานที่เป็นขั้นตอนซ้ำ ๆ และใช้กฎเกณฑ์ตายตัว ส่งผลให้บุคลากรต้องยกระดับสู่บทบาทที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ทั้งการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งยังคงเป็นทักษะสำคัญในโลกการทำงานยุคใหม่

การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อาจนำไปสู่ภาวะ K-Shape ในตลาดแรงงาน โดยแรงงานที่สามารถนำ AI มาเสริมศักยภาพการทำงานจะมีโอกาสเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ขณะที่ผู้ที่ปรับตัวไม่ทันอาจเผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI ซึ่งสามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานได้อย่างอัตโนมัติในหลายกระบวนการ พร้อมส่งผลให้งานหลังบ้าน งานเอกสาร งานบัญชี และงานการเงินจำนวนมากถูกแทนที่ได้ในอนาคต  ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพขององค์กร และช่วยตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญคือแนวคิด Everyone is a Builder ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับสามารถใช้ AI พัฒนาเครื่องมือ ระบบงาน หรือโซลูชันที่ตอบโจทย์การทำงานของตนเองได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีเชิงลึกเช่นในอดีต ส่งผลให้นวัตกรรมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะฝ่ายเทคโนโลยีอีกต่อไป

สำหรับองค์กรที่ต้องการขับเคลื่อน AI Transformation ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมีเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนที่ชัดเจน เริ่มต้นจากการแก้ปัญหาทางธุรกิจจริงควบคู่ไปกับการสร้างรากฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ รวมถึงได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากผู้บริหารระดับสูง พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนางานและสร้างคุณค่าให้แก่องค์กร

You Might Also Like