Human Talent

มองผ่านเลนส์ผู้บริหาร CP AXTRA ในวันที่คนทำธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อสิ่งแวดล้อมตามระเบียบโลก

แม้วันนี้ที่ ‘สิ่งแวดล้อม’ คือประเด็นสำคัญของโลก ที่ทุกคนต่างรับรู้ว่าเป็นเรื่องสำคัญ และควรแก่การเร่งดำเนินแก้ไข

ทว่าหลายปีผ่านมา แม้เราจะเห็นหลายฝ่ายลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งนั้นกลับเป็นโครงการที่เกิดขึ้นครั้งคราว บ้างก็เป็นเทรนด์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป 

คำถามสำคัญสำคัญจึงตามมา คือจะทำยังไงให้เรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทำได้ ‘จริง’ อย่าง ‘ยั่งยืน’ มากที่สุด 

จากการตั้งคำถามข้างต้น นำมาสู่สิ่งที่ ศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ชวนถกประเด็นการแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในอนาคต บนเวทีเสวนาหัวข้อ The New Green Rules Playbook: What Thai Business Must Know Before the World Forces Your Hand ภายในงาน GCNT EXPO 2026

ตั้งแต่เรื่องที่ว่า เมื่อข้อกำหนดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของโลกเปลี่ยน ธุรกิจไทยพร้อมหรือยังที่จะปรับตัวตาม ซึ่งจะนำไปสู่การคลี่คลายด้วยการเสนอแนะแนวทางของภาครัฐและธุรกิจ ต้องปรับตัวหากร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกาศบังคับใช้ในปี 2570 

ไปจนถึงการแชร์ไอเดียให้เห็นว่า CP AXTRA ทำยังไง ถึงทำให้การจัดการขยะเป็นเรื่องของทุกคนในสังคมได้จริง 

ถ้าพร้อมแล้วมาหาคำตอบไปพร้อมกันที่ด้านล่างนี้

Net Zero ทิศทางและเงื่อนไขใหม่ในการค้าระดับโลก

วันนี้ผู้ประกอบการจะมองเพียงแค่ต้นทุนและผลกำไรไม่ได้อีกแล้ว แต่ยังต้องมองถึง ‘คาร์บอนเครดิต’ หรือสิทธิที่เกิดจากการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่สิ่งแวดล้อม ที่จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ และถูกควบคุมในระดับกฎหมายในอนาคต

ปัจจุบันทั่วโลกต่างมีเป้าหมายเตรียมสร้าง Net Zero หรือมาตรการเพื่อป้องกันและรักษาสภาพภูมิอากาศ ให้เป็นเงื่อนไขการค้าและการลงทุนภายในปี 2050 โดยมุ่งหวังลดปริมาณการสร้างมลพิษ ก๊าซเรือนกระจก ปริมาณขยะ  

บนเวทีเสวนาหัวข้อ The New Green Rules Playbook: What Thai Business Must Know Before the World Forces Your Hand กฎสิ่งแวดล้อมโลกเปลี่ยน ธุรกิจไทยพร้อมหรือยัง? ศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ได้แชร์ให้เห็นถึงแนวทางการปรับตัวของภาครัฐและเอกชนในแต่ละประเทศ ที่ ณ ขณะนี้ หลายประเทศได้เตรียมออกมาตรการและกฎหมาย เพื่อบังคับใช้มาตรการทางด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขการลงทุน 

ยกตัวอย่างประเทศมหาอำนาจเช่นสหรัฐอเมริกา กำลังพิจารณาร่างกฎหมาย Clean Competition Act (CCA) กำหนดการกลไกราคาคาร์บอน  และจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าตามความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอน, CBAM ร่างกฎหมายปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (EU) หรือจีน ที่ บรรจุเรื่อง Climate Change ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และจัดตั้ง ETS (Emission Trading System)  ตลาดการซื้อ-ขายโควตาสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อผลักดันให้ภาคธุรกิจหันมาใช้พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น

ประเทศไทยเองก็เช่นกัน ศิริพรเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันรัฐกำลังร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเตรียมประกาศบังคับใช้ในปี 2570 โดยมีสาระสำคัญคือกำหนดให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมีการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (carbon tax) และ ระบบซื้อ-ขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (TH-ETS)

“ดังนั้นหากร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประกาศบังคับใช้ ภาคธุรกิจในไทยจะต้องเริ่มปรับตัว ไม่ใช่เพื่อความยั่งยืนของโลก แต่เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการดำเนินการทางธุรกิจ” ศิริพรกล่าว

ขณะเดียวกัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ยังเสริมต่อว่า มี 2 เรื่องใหญ่ที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

เรื่องแรกคือต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยการสำรวจ พร้อมจัดทำรายงานข้อมูล แจ้งที่มาของสินค้าและบริการว่า มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และคาร์บอนจากการผลิตส่วนใดบ้าง ทั้งขั้นตอนการรับมาจากซัพพลายเออร์ การขนส่ง การผลิต กระทั่งการจัดทำแพ็กเกจจิ้ง

เรื่องที่สองคือต้องคำนวณต้นทุนในส่วนนี้ เพราะขั้นตอนการดำเนินการก็มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน แต่อีกมุมหนึ่งคาร์บอนที่จัดเก็บได้ก็มีราคา เป็นรายได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในอนาคตที่พลังงานจะมีราคาแพงมากยิ่งขึ้น 

ทั้งหมดจึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องมองเรื่องนี้จากประเด็นสิ่งแวดล้อม มาเป็นเรื่องผลกำไรและขาดทุนมากยิ่งขึ้น 

“พอวันนี้เราต้องมีการรายงาน ต้องมีการดำเนินการเรื่องคาร์บอนตามกฎหมาย ดังนั้นวิธีคิดของเรื่องนี้มันจึงต้องปรับตัว ไม่ใช่แค่แผนกที่ดำเนินการเรื่องนี้ แต่เป็นทุกคนในองค์กรมองเห็นว่า สิ่งนี้ไม่ใช่หนึ่งในโครงการทางสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป” ศิริพรอธิบาย

อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง ศิริพรก็อยากเห็นการดำเนินการเรื่องสิ่งแวดล้อมในองค์กรเป็นไปอย่างยั่งยืน โดยแนะนำว่า อยากให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนในการดำเนินการเรื่องนี้ โดยเฉพาะปัญข้อกฎหมายที่จะเกิดขึ้นมาหลังจากนี้ 

“รวมถึงเรื่องการจัดส่งรายงานข้อมูลคาร์บอน จะเป็นเรื่องสำคัญแน่ๆ ในอนาคต ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ภาครัฐมีแพลตฟอร์ม หรือตัวอย่างรูปแบบการจัดทำรายงาน ให้ประชาชนได้เข้าใจตรงกัน” 

ปัญหาขยะที่เกิดขึ้นอย่างครบวงจร

เมื่อทราบถึงเป้าหมายทางด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยแล้ว ต่อมาคือเรื่องของผู้ประกอบการของไทย ว่าหลังจากนี้ต้องปรับตัวยังไง

สำหรับ CP AXTRA ที่มีธุรกิจในมือทั้งแม็คโคร-โลตัส ซึ่งดำเนินธุรกิจทั้งค้าส่งและค้าปลีก จึงต้องปรับการดำเนินงานให้สอดรับกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการขยะและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

บนเวที GCNT Expo 2026 หัวข้อ The Power of Retail to Drive Climate Actions: From Waste to Wealth พลังค้าปลีก เพื่อโลกที่ยั่งยืน ศิริพรเล่าว่า ปัจจุบันประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจก 386 ล้านตันต่อปี โดยมาจากร้านค้าปลีกเป็นจำนวน 2% จากทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ร้านค้าประเภทนี้จะต้องกระโดดมาร่วมขบวนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมไปด้วย

“เพียงแต่หากปรับเปลี่ยนเรื่องนี้แค่ในสาขาของแม็คโคร-โลตัส ปัญหาตรงนี้จะแก้ไขอย่างไม่ยั่งยืน เพราะในวงจรของธุรกิจค้าปลีก มันเริ่มตั้งแต่ภาคเกษตรกรรม การเพาะปลูกสินค้า การขนส่งสินค้า รวมถึงการจัดการขยะของผู้บริโภค ถ้าจะทำ ต้องทำให้ครบวงจร” ศิริพรกล่าวอย่างหนักแน่น

จึงทำให้แนวทางดำเนินการเรื่องสิ่งแวดล้อมของ CP AXTRA ไม่ได้อยู่แค่ภายในองค์กร แต่ยังชวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำในธุรกิจค้าปลีก มาปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินกิจการ ให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจในอนาคตข้างหน้า ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรการขยายการใช้พลังงานสะอาดการ พัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จนถึงการนำบรรจุภัณฑ์และทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

“เป้าหมายของสำคัญที่สุดคือต้องทำให้ขยะไม่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก แต่หากขยะเกิดขึ้นมาแล้ว ก็ต้องมีมาตรการต่อว่าจะนำกลับมาสร้างคุณค่าอีกครั้งได้ยังไง ทำให้เห็นว่าของเหลือไม่ต้องกลายเป็นขยะเสมอไป”

Zero Waste to Landfill การแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นยันปลายน้ำ

สำหรับแนวทางการป้องกันปัญหา ศิริพรเล่าว่าการจัดการขยะมีอยู่ 3 สิ่งที่ต้องพิจารณา 

“เวลาทำเรื่องป้องกันขยะ ทำ Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน มีอยู่ 3 คำที่ต้องจำให้แม่นเลยคือ Measures ต้องรู้ให้ได้ว่าขยะทุกกิโลกรัมมาจากไหน และจะไปไหนต่อ จึงสามารถแก้ปัญหาได้, Prevent คือแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิด และ Divert เมื่อเกิดแล้วต้องหาแนวทางอื่นเพื่อไม่ให้กลายเป็นขยะในท้ายที่สุด”

จึงเกิดเป็น Zero Waste to Landfill  โมเดลธุรกิจความยั่งยืน ที่แม็คโครและโลตัส เริ่มนำมาปรับใช้ในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยต่อยอดไอเดียจากทั้ง 3 หัวข้อเป็นโครงการต่างๆ โดยปัจจุบันมีการนำร่องในบางสาขาแล้ว 

ในส่วนของการ Measures CP AXTRA มีเทคโนโลยี demand forecast system ช่วยคาดการณ์ปริมาณการซื้อสินค้า เพื่อลดการสต็อกสินค้าเพื่อความจำเป็น

การป้องกันหรือ prevent ได้เริ่มมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และลดกระบวนการทำงานลดโอกาสเกิดขยะ จนเกิดเป็นกล่องใช้ซ้ำได้ รวมถึงนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ลดการเน่าเสียในรูปแบบ skin pack อีกทั้งยังช่วยยืดอายุสินค้าได้

การรีไซเคิล หรือ divert นั้น ปัจจุบัน CP AXTRA มีแนวทางการจัดการขยะอยู่ 3 รูปแบบ โดยหากเป็นขยะประเภทอาหารที่ไม่หมดอายุ จะถูกส่งต่อให้ผู้ขาดแคลนในชุมชนในโครงการ ‘กินได้ไม่ทิ้งกัน’ และรวมถึงให้อุทยานเป็นอาหารสำหรับสัตว์ป่า หรือหากกินไม่ได้ ก็จะส่งต่อให้เกษตรกรสำหรับเป็นวัตถุดิบทางการเกษตร 

หรือหากเป็นขยะรีไซเคิล จะถูกนำไปผลิตเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ เช่นฟิล์มพลาสติกที่ห่ออาหารจะถูกนำไปทำถุงพลาสติกสำหรับใส่สินค้า และสุดท้ายขยะกำพร้าที่นำมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลไม่ได้แล้วก็จะนำไปเป็นวัสดุผลิตพลังงานไฟฟ้า 

ซึ่งผลงานในปีที่ผ่านมา CP AXTRA ลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบกว่า 74,973 ตัน โดยเป็นขยะอาหาร 16,010 ตัน ขยะรีไซเคิล 59,936 ตัน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 179,619 tco2e  (หน่วยวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจก) และเก็บขวดพลาสติกคืน 2.5 ล้านขวด

ศิริพรทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาในส่วนของธุรกิจค้าปลีก ไม่ได้เป็นหน้าที่ของร้านค้าเพียงอย่างเดียวแต่ยังรวมถึงภาคส่วนอื่นๆ ของกระบวนการทั้งหมดในธุรกิจนี้ เช่นเดียวกันกับมาตรการในระดับประเทศที่ไม่ได้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ภาครัฐต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน 

“วันนี้เรื่องการจัดการขยะ ไม่ใช่เรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่งอีกต่อไป แต่มันคือความร่วมมือร่วมใจ เชื่อมโยงผู้คนและทุกภาคส่วนเข้าด้วยกันหากทุกภาคส่วนสามารถเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระดับองค์กรจะสามารถขยายผลสู่ระดับอุตสาหกรรมและระดับประเทศได้” 

Writer

KFC ฟิลเตอร์สตอรี่ไอจี และ Tame Impala คือสิ่งที่ทำให้ทุกวันนี้อยากมีชีวิตอยู่

You Might Also Like