Capital Read แนะนำ 6 หนังสือธุรกิจน่าอ่านที่อยากชวนผู้ประกอบการช้อปในงานหนังสือ
หนังสือบางเล่มเปลี่ยนชีวิตคนอ่านได้ เช่นเดียวกับเรื่องราวในหนังสือเล่มนั้นที่อาจเคยเปลี่ยนชีวิตคนเขียนมาก่อน
อีกไม่กี่วัน มหกรรมหนังสือแห่งชาติกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ในวาระนี้ Capital จึงอยากแนะนำหนังสือแนวธุรกิจก็ไม่ใช่ ชีวิตก็ไม่เชิง แต่เป็นส่วนผสมของทั้งสองอย่างจากผู้เขียนที่กลั่นออกมาจากประสบการณ์จริงในสนามของการเป็นผู้ประกอบการ และผ่านร้อนผ่านหนาว จนตกผลึกออกมาเป็น ‘ความคิด’ ที่น่าสนใจ ผ่าน ‘ตัวหนังสือ’ ที่สามารถส่งต่อให้กับผู้อ่านได้
ตั้งแต่เรื่องราวมันๆ ของการล้มแล้วลุก แนวคิดของการมองโลกที่เชื่อมโยงกับการทำธุรกิจอันยั่งยืน บันทึกของความสนใจที่นำพาชีวิตและธุรกิจไปไกลกว่าแค่เมืองไทย ไปจนถึงคนดังในประวัติศาสตร์ที่พลิกโลกด้วยความสงสัย และสร้างธุรกิจใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ไม่คุ้นเคย
ทั้งหมดคือหนังสือที่มีเรื่องราวและเราอยากแนะนำให้ทุกคนลองหามาอ่าน โดยเฉพาะผู้ประกอบการทั้งหลายที่มีธุรกิจเป็นของตนเอง และกำลังมองหา ‘แรงบันดาลใจ’ และ ‘แรงส่งใหม่ๆ’ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างเติบโตและมั่นคงขึ้น

1. ชื่อหนังสือ : Unbeatable ต่อให้โลกโหดร้ายแค่ไหน ฉันจะไม่พ่ายแพ้
ผู้เขียน : กระทิง–เรืองโรจน์ พูนผล
สำนักพิมพ์ : KOOB
เนื้อหา : หนังสือที่กลั่นบทเรียนจากประสบการณ์ในสนามจริงตลอดเส้นทางการทำงานในวงการเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ ของ กระทิง–เรืองโรจน์ พูนผล ผู้ร่วมก่อตั้ง HOW (House of Wisdom) ที่รับมือวิกฤตและความกดดันมานับครั้งไม่ถ้วน ออกมาเป็นคู่มือแบบฮาวทูที่บอกกับผู้อ่านว่า จะสามารถสร้างตัวเองให้เป็นคนที่ไร้พ่าย ฆ่าไม่ตาย พังแล้วสร้างใหม่ ได้ยังไง ผ่านมุมมองทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยา ปรัชญา และภาวะผู้นำ โดยแบ่งโครงสร้างเนื้อหาเป็นพีระมิด 3 ระดับ ครอบคลุมตั้งแต่ปัญหารายวันไปจนถึงวิกฤตชีวิต ประกอบด้วย ระดับฐานราก ระดับกลาง และยอดพีระมิด เพื่อก้าวสู่จิตใจแห่งผู้ชนะ
เหมาะกับ : ผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญกับวิกฤตหนักหรือความล้มเหลว ผู้ประกอบการที่ต้องตัดสินใจภายใต้ความกดดันสูง และต้องการการ ‘ปลุกเร้า’ คุณสมบัติความ Unbeatable ในตัว เพื่อลุกขึ้นยืนและพร้อมเผชิญกับทุกสิ่งที่ชีวิตโยนเข้าใส่

2. ชื่อหนังสือ : Algebra of Luck สมการแห่งโชค
ผู้เขียน : ธนา เธียรอัจฉริยะ
สำนักพิมพ์ : KOOB
เนื้อหา : นี่คือหนังสือที่หลายคนบอกว่าอ่านรวดเดียวจบ พิเศษด้วยการเป็นหนังสือเล่มที่สองที่ธนา เธียรอัจฉริยะ ไม่ได้รวมจากบทความในเพจ แต่เขียนขึ้นมาเป็นธีม ถัดจากเล่มแรกคือ ‘แฮปปี้คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน’ เมื่อ 18 ปีก่อน โดย Algebra of Luck สมการแห่งโชค ชวนผู้อ่านมองคำว่า ‘โชคดี’ ที่ไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญหรือดวงชะตาที่ควบคุมไม่ได้ แต่สามารถเข้าใจและออกแบบได้ผ่านแนวคิด สมการแห่งโชคที่มี 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ความบังเอิญ (randomness) โอกาส (opportunity) การเตรียมพร้อม (preparation) และสภาพแวดล้อม (ecosystem) ภายในเล่มเต็มไปด้วยเรื่องเล่าและเรื่องราวที่ชวนคิดถึงโชคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
เหมาะกับ : ผู้ประกอบการที่เชื่อในการลงมือทำแต่ก็มีคำถามกับคำว่า ‘โชค’ ในชีวิต และต้องการสร้างธุรกิจแบบ business ecosystem อยากมีธุรกิจที่เติบโตยั่งยืน รวมถึงผู้ประกอบการมือใหม่หรือที่กำลังรอโอกาสใหญ่ๆ จากการเตรียมตัวธุรกิจตนเองอย่างดี

3. ชื่อหนังสือ : Perfumative Male มนุษย์ทำมาหากลิ่น
ผู้เขียน : ธาดา อาชาวงศ์
สำนักพิมพ์ : Salmon Books
เนื้อหา : หนังสือโดย ธาดา อาชาวงศ์ แห่ง Tada Perfumeur แบรนด์น้ำหอมไทยที่เริ่มต้นจากงานอดิเรก ก่อนจะเติบโตจนวางขายใน 9 ประเทศทั่วโลก บอกเล่าเรื่องราวของชายผู้เปลี่ยนความสนใจบ่อยๆ ตามความสงสัยใคร่รู้ ก่อนที่วันหนึ่งโลกของน้ำหอมจะดึงดูดให้เขาลองสูดดมอย่างใกล้ชิด นำพาไปทำความรู้จักวัตถุดิบกลิ่นแปลกใหม่ สัมผัสกับศาสตร์และศิลป์แห่งการปรุง ลองผิดลองถูกกับการทำแบรนด์ จนผลงานของเขาหอมฟุ้งไปไกลถึงต่างประเทศ บันทึกประสบการณ์ของนักปรุงน้ำหอม และสารพัดเรื่องสนุกที่ได้เรียนรู้จากโลกแห่งกลิ่น
เหมาะกับ : ผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มต้นปลุกปั้นแบรนด์ของตนเองจาก DAY 0 หรืออยากสร้างแบรนด์ที่มีความ niche และมีฝันไกลในการโกอินเตอร์ ไปจนถึงผู้ประกอบการที่อาจกำลังเผชิญกับ ‘การล้ม’ และอยาก ‘ลุก’ ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

4. ชื่อหนังสือ : AMETORA: HOW JAPAN SAVED AMERICAN STYLE อเมโทระ: ศิลปะแห่งการแต่งตาม
ผู้เขียน : ดับเบิลยู. เดวิด มาร์กซ์ (W. David Marx)
สำนักพิมพ์ : Salmon Books
เนื้อหา : หนังสือประวัติศาสตร์สวมสนุกแบบคนญี่ปุ่นหัวใจอเมริกัน จาก ดับเบิลยู. เดวิด มาร์กซ์ (W. David Marx) ผู้หลงใหลในโลกของแฟชั่นและวัฒนธรรมป๊อป ซึ่งอาศัยและทำงานอยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000s บอกเล่าจุดเริ่มต้นในความหลงใหลแฟชั่นสไตล์อเมริกันของคนญี่ปุ่น สู่การประยุกต์ปรุงแต่งในแบบญี่ปุ่น จนจะบอกว่าเป็นสไตล์อเมริกันก็ไม่เชิง จะญี่ปุ่นก็ไม่ใช่ และมีคำเรียกว่า Ametora หรือการแต่งกายสไตล์อเมริกันแบบคนญี่ปุ่น ไปจนถึงที่มาที่ไปของวัฒนธรรมร่วมสมัยที่เราคุ้นชิน ทั้งแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง UNIQLO, BEAMS, Yohji Yamamoto, นิตยสาร Popeye รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่หลายคนต้องเช็กอินอย่างชิบูย่า ชินจูกุ และฮารูจูกุ
เหมาะกับ : ผู้ประกอบการที่สนใจเรื่องการสร้างแบรนด์ วัฒนธรรม และนวัตกรรม มีสายตาขี้สงสัยใคร่รู้หรือ ‘เนิร์ด’ การเสาะหาเบื้องหลังของการสร้างแบรนด์ต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับธุรกิจของตนเอง

5. ชื่อหนังสือ : ความไม่รู้ คือ ความรู้อย่างหนึ่ง
ผู้เขียน : หนุ่มเมืองจันท์
สำนักพิมพ์ : มติชน
เนื้อหา : หนังสือเล่มใหม่ล่าสุดจาก ‘หนุ่มเมืองจันท์’ ซึ่งเป็นหนังสือในซีรีส์ ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ ลำดับที่ 37 ที่โอบรับ ‘ความไม่รู้’ เพื่อเปิดประตูสู่การสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิต ตั้งแต่คนดังในประวัติศาสตร์ที่พลิกโลกด้วยความสงสัย การสร้างธุรกิจใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ไม่คุ้นเคย ตลอดจนการก้าวข้ามความต่างระหว่างวัย เพื่อสร้างสัมพันธ์กับคนรอบตัวที่เคยห่างไกลให้ใกล้กัน เพื่อที่จะมองเห็นว่า นอกกรอบความเคยชิน ยังมีพื้นที่ที่เรายัง ‘ไม่รู้’ อีกมาก ‘ความรู้’ กับ ‘ความไม่รู้’ จึงไม่ใช่เหรียญสองด้าน หากคือ 2 สิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ทรงพลังได้ไม่แพ้กัน เพราะ ‘ความไม่รู้ คือ ความรู้อย่างหนึ่ง’
เหมาะกับ : ผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงและต้องการปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงนั้น ผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจด้วยการลองผิดลองถูก หรือผู้ประกอบการแบบดั้งเดิมที่ต้องการ transform ธุรกิจตนเองสู่น่านน้ำใหม่ๆ

6. ชื่อหนังสือ : PATTAYA PROJECT หาดทราย สายลม สังคม เศรษฐกิจ สฤษดิ์ ไมอามี
ผู้เขียน : Little Thoughts
สำนักพิมพ์ : แสงดาว
เนื้อหา : หนังสือเล่มล่าสุดจาก Little Thoughts นักเขียนความเรียงสังคมและวัฒนธรรมร่วมสมัยที่นักอ่านหลายคนชื่นชอบ ซึ่งรอบนี้พากลับมาย้อนรอยและแกะรอยการก่อร่างสร้างตัวของเมืองพัทยา ว่าจากเมืองชายทะเลธรรมดา กลายมาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และเป็นพื้นที่อันเต็มไปด้วยเงื่อนงำให้เชื่อมโยงกลับไปหาพัฒนาการ ‘เศรษฐกิจการเมือง’ ของสังคมไทยสมัยใหม่ ซึ่งรวมถึงทุน-ราชการ การเคลื่อนย้ายแรงงาน ภูมิรัฐศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้อย่างสนุก โดยสำรวจผ่านมิติของสังคม เศรษฐกิจ อิทธิพลยุคจอมพลสฤษดิ์ และการเปรียบเทียบกับแนวคิดแบบไมอามี
เหมาะกับ : ผู้ประกอบการที่สนใจหรือต้องการเข้าใจรากเหง้าของโลกยุคปัจจุบัน หรือผู้ประกอบการที่ต้องคอยบริหารความเสี่ยงจากภาคธุรกิจ และตั้งคำถามถึงอนาคต เพื่อนำมาวิเคราะห์แนวโน้มทิศทางเศรษฐกิจในระยะยาว
