แค่ ‘จำเป็น’ ไม่ใช่เพราะ ‘ชอบ’ เมื่อเจนฯ Z เริ่มต่อต้านและไม่ไว้วางใจ AI ปรากฏการณ์ย้อนแย้งของ digital native
ถึงแม้ว่าทุกวันนี้เทคโนโลยี AI จะก้าวหน้าไปไกลและกลายเป็นผู้ช่วยที่สำคัญของผู้ใช้งานหลากกลุ่มหลายรูปแบบ โดยเฉพาะคนรุ่นเจนฯ Z ที่ถูกมองว่าเป็น digital native หรือกลุ่มที่เติบโตมากับการที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันแล้ว
แต่ล่าสุดมีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจว่า คนรุ่นเจนฯ Z ที่น่าจะเปิดรับ AI กลับเริ่มต่อต้านและไม่ไว้วางใจ AI มากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นความย้อนแย้งที่น่าสนใจว่า ยิ่งคนเจนฯ Z ใช้ AI มากเท่าไหร่ กลับยิ่งไม่ชอบมากขึ้น แม้คนรุ่นนี้จะเป็นกลุ่มที่ใช้เครื่องมืออย่าง ChatGPT หรือ AI chatbot มากที่สุดก็ตาม แต่ความรู้สึกเชิงบวกกลับลดลง
หากอ้างอิงผลสำรวจและแนวโน้มจากหลายสำนักข่าวและงานวิจัย ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่เป็นผลกระทบที่ AI กำลังสร้างต่อชีวิตของคนรุ่นใหม่ต่างหาก แล้วสาเหตุเหล่านั้นมีอะไรบ้าง?
⦿ เพราะว่าใจ…กลัว
สาเหตุอันดับ 1 ที่นักวิเคราะห์หลายแห่งมองตรงกันคือ ‘ความกลัว’ ที่ว่า AI นั้นจะเป็นภัยต่ออนาคตการทำงาน
แน่นอนว่าเหล่าเจนฯ Z คือรุ่นที่กำลังจะเรียนจบและเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น บริษัทจำนวนมากกลับประกาศลดการจ้างงานในระดับเริ่มต้น และนำ AI มาทำงานแทนในบางส่วน ในมุมมองของเจนฯ Z จึงรู้สึกว่า AI เป็น ‘คู่แข่ง’ ที่กำลังแย่งโอกาสของพวกเขา ซึ่งนั่นจะทำให้การสร้างเส้นทางอาชีพยิ่งยากขึ้นไปอีก
รายงานของ Business Insider ระบุว่า มีบัณฑิตจบใหม่ที่ส่งเสียงโห่ไล่ผู้บริหารบริษัทที่กล่าวถึง AI ในระหว่างพิธีมอบปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความกังวลเกี่ยวกับ AI นั้นได้กลายเป็น ‘กระแสต่อต้าน’ จากสาธารณชนแล้ว แนวโน้มนี้เผยให้เห็นถึงช่องว่างทางความคิดระหว่างคนรุ่นเก่าที่มองว่า AI มอบโอกาสใหม่ๆ กับคนรุ่นเจนฯ Z ในขณะที่คนเจนฯ Z เองกลับมีความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับผลกระทบของ AI ที่จะมีต่อพวกเขาในอนาคต
มีผลการสำรวจของ Gallup ที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างอายุ 14-29 ปี จำนวนกว่า 1,500 คน โดยคนรุ่นเจนฯ Z ที่อยู่ในวัยทำงานกว่า 48% มองว่าความเสี่ยงจากการนำ AI มาใช้ในตลาดแรงงานนั้นมีมากกว่าประโยชน์ที่จะได้รับ ขณะที่มีเพียง 15% ที่มองตรงกันข้าม และอีก 37% มองว่าความเสี่ยงและประโยชน์นั้นมีพอๆ กัน
มากไปกว่าความกลัว บางคนถึงขั้นต่อต้านการใช้ AI ภายในองค์กรเลยทีเดียว มีข้อมูลจากผลสำรวจเรื่องการนำ AI มาใช้ในองค์กร ประจำปี 2026 ของ WRITER บริษัทด้าน AI ที่ระบุว่า พนักงานกลุ่มเจนฯ Z กว่า 44% ยอมรับว่าตนเองเคย ‘ขัดขวาง’ กลยุทธ์ด้าน AI ของบริษัทด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เช่น ไม่เข้าร่วมการอบรม ไม่ใช้เครื่องมือ AI ตามที่องค์กรต้องการ หรือใช้งานแบบไม่เต็มประสิทธิภาพ
สิ่งเหล่านี้ต่างเป็นพฤติกรรมที่สะท้อนความกลัวและความกังวลของคนเจนฯ Z ที่มีต่อ AI ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของพวกเขาโดยตรง
⦿ จำเป็น…แต่ไม่ได้ชอบ
ผลสำรวจจาก Gallup ระบุว่า มีคนเจนฯ Z ประมาณ 18% ที่รู้สึกมีความหวังกับ AI ซึ่งลดลงจากปีก่อน ขณะที่ความกังวลและไม่พอใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้ว่าความตื่นเต้นที่มีต่อ AI ลดลงอย่างชัดเจน
ที่สำคัญ แม้ว่าเทคโนโลยีที่คนรุ่นใหม่เคยหลงใหล เช่น อินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย เกม ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากความสนุก การทดลอง และความคิดสร้างสรรค์ แต่กับ AI นั้นต่างออกไป เพราะหลายคนรู้สึกว่า AI คือสิ่งที่พวกเขาถูกยัดเยียดให้ใช้ ไม่ว่าจากที่โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือที่ทำงาน
นั่นจึงนำมาซึ่งความรู้สึกที่ว่า AI ไม่ใช่เครื่องมือที่ตนเองเลือกใช้ หรือสำหรับผ่อนคลาย แต่เป็นสิ่งที่ถูกบังคับให้ต้องเรียนรู้และใช้งานเพื่อตามโลกให้ทัน
ความน่ากลัวและน่ากังวลนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งทำข้อตกลงกับบริษัท AI เพิ่มการใช้ AI ในหลักสูตร และปรับหลักสูตรให้เน้น AI มากขึ้น เสมือนว่า AI ถูกยัดเยียดเข้าสู่ระบบการศึกษา นั่นทำให้นักศึกษาบางกลุ่มถึงกับออกจดหมายเปิดผนึกคัดค้าน เพราะมองว่ามหาวิทยาลัยพยายามใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือในการทดสอบกับ AI ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า AI จะช่วยให้การเรียนดีขึ้นได้จริง
ในทางตรงข้าม กลับเป็นข้อกังวลที่ผู้คนมองว่า AI ทำให้คนต้องพึ่งพามากเกินไป จนอาจสูญเสียทักษะสำคัญๆ อย่างการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และเรียนรู้ด้วยตัวเอง สอดคล้องกับงานวิจัยของ MIT Media Lab ที่พบว่าผู้ที่ใช้ AI ช่วยเขียนงานมีการทำงานของสมองในบางด้านลดลง เมื่อเทียบกับการคิดและเขียนด้วยตนเอง
⦿ ไม่ใช่เก่งกว่า…แต่ขัดกับคุณค่าภายใน
คนมักบอกว่าเจนฯ Z เป็นรุ่นที่ให้คุณค่ากับความจริงใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการแสดงออกในแบบของตัวเอง ในขณะที่ AI สามารถ ‘สร้าง’ หลายสิ่งหลายอย่างได้ในพริบตา ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ เพลง หรือผลงานต่างๆ จึงทำให้คนกลุ่มนี้มองว่า AI ลดคุณค่าของผลงานที่เกิดจากมนุษย์จริงๆ ซึ่งขัดกับคุณค่าภายในที่พวกเขาให้ความสำคัญ
นอกจากคุณค่า มันอาจส่งผลรวมถึงความเป็นมนุษย์เลยทีเดียว เหมือนที่บทความใน The Verge บอกว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การที่ AI เก่งกว่า แต่คือผลกระทบต่อมนุษย์ในหลายแง่ เช่น การสื่อสารแบบเผชิญหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้จากความผิดพลาด
เหตุผลเหล่านี้ ทำให้ AI ที่ดูจะเท่เริ่มกลายเป็นสิ่งที่ไม่เท่ในสายตาคนรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะเหล่าเจนฯ Z ที่ไม่ค่อยอยากเปิดเผยว่าตนใช้ AI เพราะกลัวถูกมองว่าไม่ได้คิดเอง ไร้ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ และพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม บทความใน Forbes ชิ้นหนึ่งบอกว่า แม้จะเริ่มมีเสียงต่อต้าน AI มากขึ้นเรื่อยๆ แต่อีกด้านหนึ่งของเจนฯ Z ก็มีผลสำรวจที่บอกว่า 43% ของเจนฯ Z เป็นผู้ใช้ AI อย่างเข้มข้น (AI super users) ซึ่งคนกลุ่มนี้จะใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ไปจนถึงทำงานเชิงวิเคราะห์และสร้างสรรค์
Forbes วิเคราะห์ว่า ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ ‘วิธี’ ที่องค์กรต่างๆ จะนำ AI มาใช้และสื่อสารกับพนักงานต่างหาก หากองค์กรต้องการให้ AI ถูกยอมรับ ไม่ควรสื่อสารว่า AI จะช่วยลดจำนวนพนักงาน แต่เป็น AI จะช่วยให้พนักงานทำงานได้ดีขึ้น พร้อมทั้งลงทุนในการฝึกอบรม อธิบายประโยชน์ที่จับต้องได้ เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการออกแบบการใช้งาน AI และสร้างความโปร่งใสเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อบทบาทงาน
เช่นเดียวกับใจกลางของความกังวลที่เจนฯ Z มีต่อ AI แท้จริงพวกเขาอาจไม่ได้ต่อต้านเพราะกลัวเทคโนโลยี แต่กังวลว่า AI กำลังเปลี่ยนแปลงกติกาของสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของพวกเขา ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถวางใจได้ว่า AI จะทำให้ชีวิตดีขึ้นได้จริง หรือมาแทนที่พวกเขากันแน่
ที่มา
- forbes.com/sites/timkeary/2026/06/22/generation-z-arent-sold-on-ai-and-its-limiting-enterprise-adoption
- futurism.com/artificial-intelligence/gen-z-turning-against-ai
- theweek.com/tech/why-gen-z-is-leading-the-charge-against-ai
- theverge.com/ai-artificial-intelligence/920401/gen-z-ai
- fortune.com/2026/05/20/why-do-kids-hate-ai-gen-z-backlash
- gallup.com/analytics/651674/gen-z-research.aspx
- businesswire.com/news/home/20260407140918/en/WRITER-Survey-Finds-60-of-Companies-Plan-to-Lay-Off-Employees-Who-Wont-Adopt-AI