the secrets of noodles
‘ความลับของก๋วยเตี๋ยว’ ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่เทสต์ดี กับสูตรปรุงรสให้เด็ดดวงด้วย cinematic style
ช่วงที่ผ่านมา ใครที่ไถฟีดโซเชียลฯ หรือเล่น TikTok อาจเคยผ่านตากับคลิปวิดีโอที่มีหญิงสาวหน้าเฟียสยืนลวกก๋วยเตี๋ยว พร้อมกับภาพควันที่พวยพุ่งเป็นไอผ่านหม้อลวกแบบสโลว์โมชั่น เส้นก๋วยเตี๋ยวและเครื่องปรุงต่างๆ ที่ถูกคีบลงชามพร้อมกับไก่ตุ๋นสีสันชวนกิน บรรยากาศร้านที่ดูราวกับฉากในภาพยนตร์ ตัดกับเพลงประกอบคลิปที่ถูกมิกซ์มาให้เข้ากัน
นั่นไม่ใช่วิดีโอแฟชั่น แต่เป็นคลิปวิดีโอโปรโมตของร้าน ‘ความลับของก๋วยเตี๋ยว’ จากฝีมือซอมพอ—ปาลิตา ชาลีพจน์ เจ้าของร้าน อดีตฟรีแลนซ์สายงานโปรดักชั่นวิดีโอ ผู้เปลี่ยนเส้นทางมาสู่การเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ ที่กำลังมาแรงในเชียงใหม่ และถูกจดจำด้วยภาพของการเป็น ‘ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่เทสต์ดี’
หรือบางคลิปก็มีดีเจตัวเป็นๆ มาเปิดเพลงกันกลางร้านเลย จนได้ฉายา ‘ร้านก๋วยเตี๋ยวดีเจ’ เสริมไปอีกชื่อ
ในยุคที่ใครๆ ต่างหากลยุทธ์ในการขายเพื่อโปรโมตธุรกิจ ความลับของก๋วยเตี๋ยว เลือกใช้จุดแข็งของประสบการณ์ในการทำงานด้านถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอ ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ในเชิงแฟชั่น ทำให้วิดีโอสวยๆ ของร้านมีคนสนใจจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น จนมีลูกค้าทั้งในพื้นที่และนักท่องเที่ยวมาลองชิมไม่ขาดสาย
แต่แม้วิดีโอโปรโมตจะจัดจ้านแค่ไหน รสชาติของก๋วยเตี๋ยวไก่ในร้านก็เข้มข้นไม่แพ้กัน
ที่สำคัญ ไม่ใช่แค่เส้นเหนียวนุ่ม ไก่ที่ต้มจนเปื่อย และซุปเข้มข้นกลมกล่อม แต่ราคาเมนูของร้านนี้คือ 25 บาทเท่านั้น
อะไรทำให้อดีตฟรีแลนซ์สายตัดต่อกลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจ จุดเริ่มต้นของการใช้วิดีโอสวยๆ มาโปรโมตร้านก๋วยเตี๋ยวไก่คืออะไร และทำไมถึงมีดีเจตัวเป็นๆ มาเปิดเพลงในร้านได้ ไปหาคำตอบพร้อมกัน

ความลับของคนทำงานฟรีแลนซ์
แม้จะเป็นบทสัมภาษณ์ของธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ แต่ย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้นของซอมพอ เธอไม่เฉียดใกล้กับสิ่งนี้สักนิด
ซอมพอเรียนจบด้านสื่อสารมวลชน ด้านการแสดง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่เรียนจบได้มีโอกาสทำหลายอย่าง ทั้งงานประจำ เป็น AE เป็นกราฟิกดีไซเนอร์ เป็นสไตลิสต์ ก่อนที่สุดท้ายจะมาทำฟรีแลนซ์วิดีโอโปรดักชั่น
“ตอนเป็นฟรีแลนซ์ ทำหลายงานมาก ทำวิดีโอให้แบรนด์ต่างๆ ถ่ายพรีเวดดิ้ง ถ่าย vlog ถ่าย ตัด ให้รายการทั้งที่เชียงใหม่ กรุงเทพฯ มีงานที่คนน่าจะพอจำได้ คือรายการ Miss Fabulous Thailand ที่ทำกับพี่ไบรอัน ตัน (Bryan Tan) ตอนนั้นทำทุกอย่าง ทั้งถ่าย ตัดต่อ”
“เราจะชอบทำงานคนเดียว ด้วยความที่เริ่มทำมาแบบนั้นตั้งแต่ตอนทำงานประจำ เลยติดนิสัยมา พอเป็นฟรีแลนซ์ก็ทำคนเดียวเหมือนกัน จบงานทุกคลิปเอง โอเค สเกลมันอาจไม่ได้ใหญ่มาก แต่เราจบงานทุกอย่างได้ในคนเดียว”
เธอเสริมว่า ข้อดีของการทำงานคนเดียวคือ สามารถตัดสินใจทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องรอว่าจะทำกับคนไหนได้ตอนไหน สิ่งนี้จะได้มาเมื่อไหร่ ไม่ต้องรอลุ้นกับการทำงานของคนอื่น ที่สำคัญคือ ไม่ต้องทะเลาะกับใคร
“สิ่งที่ได้เรียนรู้ตอนเป็นฟรีแลนซ์คือความรับผิดชอบ พอเราทำอะไรด้วยตัวเอง ชีวิตจะค่อนข้างอิสระ ทำตอนไหนก็ได้ แต่ก็ต้องมีเดดไลน์ เราไม่สามารถไปเที่ยวเตร่แล้วคิดว่า งานยังไม่เสร็จ เดี๋ยวค่อยเลื่อนไป เพราะมันมีไทม์ไลน์กำหนดชัดเจน”
และเมื่อทำฟรีแลนซ์ได้ 2 ปี ก็ถึงจุดที่ซอมพอเล่าว่า ‘อยากเหนื่อยเพื่อตัวเอง แทนที่จะไปเหนื่อยให้คนอื่น’


ความลับของความชอบ
“การที่เราอยากทำร้านก๋วยเตี๋ยวเพราะอยากฉีกจากทุกสิ่งที่ตัวเองทำมา แล้วเรามองเห็นว่าร้านก๋วยเตี๋ยวไก่แบบนี้ยังไม่มีในเชียงใหม่”
ซอมพอขยายความคำว่า ‘ยังไม่มีในเชียงใหม่’ ว่าเป็น ‘รสชาติ’ แบบที่เธอชอบ ซึ่งยังไม่เคยได้กินที่ไหน
ย้อนกลับไปหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ซอมพอย้ายไปทำงานประจำที่กรุงเทพฯ และมีโอกาสได้กินก๋วยเตี๋ยวไก่ ‘รสชาติจัดๆ’ หลายแห่งในกรุงเทพฯ เธอเล่าว่ามันเป็นรสชาติจัดจ้านแบบที่น้ำซุปเข้มข้น ต่างจากในเชียงใหม่ที่จะเป็นน้ำซุปรสชาติเช็งๆ หรือไม่ก็ไปทางตุ๋นยาจีนที่มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศไปเลย
“ทุกร้านจะมีซิกเนเจอร์เป็นของตัวเอง แต่เราจะชอบรสชาติแบบที่เคยกินในกรุงเทพฯ มากกว่า พอกลับมาอยู่เชียงใหม่ ก็เหมือนติดรสชาตินั้นไปแล้วประมาณหนึ่ง”
ประกอบกับหลังจากทำฟรีแลนซ์มาสองปี และอยากเปลี่ยนมาจับทางธุรกิจ ก๋วยเตี๋ยวไก่จึงเป็นสิ่งที่เธอนึกถึง พร้อมกับการเล็งเห็นโอกาส 2 ข้อ
หนึ่ง หากนำรสชาติเข้มข้นแบบที่ตนเองชอบมาลงในเชียงใหม่น่าจะเวิร์ก
สอง ก๋วยเตี๋ยวไก่ไม่ใช่สิ่งแรกที่คนจะนึกถึงในเชียงใหม่ จึงอยากเพิ่มตัวเลือกนี้เข้าไปในพื้นที่ดู
“เราตระเวนสำรวจตลาดที่นี่ ว่าร้านก๋วยเตี๋ยวไก่แต่ละร้านเป็นยังไง ซึ่งก็ไม่มีรสชาติแบบที่เราชอบ ต่อมาก็หาโลเคชั่น ทีแรกเราตั้งใจไปดูอีกที่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็มาได้ตรงนี้ เพราะมันเป็นพื้นที่ที่เพื่อนๆ เช่าไว้ผืนใหญ่ เราเลยลองถามแบ่งเช่ามา”

ไม่มีความลับในการทำก๋วยเตี๋ยว
ด้วยความที่เป็นคนชอบกินก๋วยเตี๋ยวไก่แต่ไม่เคยทำ เมื่อตัดสินใจจะเปิดธุรกิจ ซอมพอจึงไปกรุงเทพฯ เพื่อเรียนทำก๋วยเตี๋ยว ทั้งการลวกเส้น และการเลือกวัตถุดิบในตลาด
“เราไม่รู้ว่าร้านก๋วยเตี๋ยวหนึ่งร้านต้องทำอะไรบ้าง ตอนแรกทำไม่เป็นเลย ผักก็ดูไม่เป็น แรกๆ เรายังเอาผักคะน้าฮ่องกงมาขายแทนด้วยซ้ำ เพราะไม่รู้ว่าอันไหนคือผักกาด (หัวเราะ)”
ส่วนชื่อร้านความลับของก๋วยเตี๋ยว ซอมพอเล่าว่า มาจากการ์ตูนเรื่องกังฟูแพนด้าที่เธอชอบ และบังเอิญตรงกับประโยคที่คนสอนทำก๋วยเตี๋ยวบอกเธอตอนไปเรียน นั่นคือ “ที่จะมาเรียนทำก๋วยเตี๋ยวเนี่ย พี่จะบอกว่า ความลับในการทำก๋วยเตี๋ยวมันไม่มีอะไรเลย”
“พอได้ยินแบบนั้น เราเลย ปิ๊ง กับประโยคในการ์ตูนที่พูดประมาณนี้เหมือนกัน แล้วชอบ เลยเอามาใช้เป็นชื่อร้าน”
“หลังจากนั้นก็เริ่มทำร้าน เราค่อยๆ ผุดไอเดียว่าจะทำอันนั้นอันนี้เป็นรูปแบบไหน ไม่ได้คิดตั้งแต่แรกว่าร้านต้องออกมาแบบนี้ หรือดีไซน์มาแบบที่เห็นตอนนี้ แต่ค่อยๆ เพิ่ม ค่อยๆ แปะ มาเรื่อยๆ พื้นเอาอันนี้ เสาเอาอันนี้ หลังคาเอาสีนี้”


และเมื่อถึงเดือนกรกฎาคม 2568 ร้านความลับของก๋วยเตี๋ยวก็เปิดให้บริการ
“วันแรก มันตื่นเต้นนะ แต่เราสลัดทิ้งออกไปหมดเลย คือมันต้องทำได้เท่านั้น แต่วันแรกก็ไม่ได้ 100% เพราะบางชามยังลวกเส้นไม่สุกเลย มีหลายปัจจัยมาก น้ำซุปบางทีเสิร์ฟไปก็ยังไม่เดือด มันแค่ร้อน คนกินก๋วยเตี๋ยวเขาก็จะรู้ว่าซุปมันยังไม่ร้อน”
ด้วยความที่ไปเรียนทำก๋วยเตี๋ยวมา ซอมพอจึงเริ่มต้นด้วยการลวกเองและให้แฟนช่วย เพราะคิดว่าช่วงแรกคนน่าจะยังไม่เยอะ แต่ผลนั้นตรงกันข้าม
“สรุป เปิดวันแรก คนเต็ม เพื่อนขนกันมาหมดเลย เหมือนคนมันอั้น เพราะเห็นเราวุ่นกับการทำร้านมานานแล้ว (หัวเราะ) เรายืนลวกเองประมาณหนึ่งเดือนถึงเริ่มหาพนักงานมาช่วย เริ่มจากในครัวก่อน แล้วก็หาคนช่วยหน้าร้าน ช่วงแรกทำกันประมาณ 3 คน”
“มันมีรายละเอียดเยอะมาก ทั้งการลวก การทำซุป แต่ละเส้นก็มีวิธีลวกไม่เหมือนกัน สูตรน้ำซุปเราก็ต้องปรับให้รสชาติคงที่และไม่เหวี่ยง”
ขณะที่อีกจุดเด่นของร้านคือราคา ที่เมนูทั้งหมดเริ่มต้นที่ 25 บาท ซึ่งซอมพอมองว่า การตั้งราคาเท่านี้ตั้งแต่แรก เพราะต้องการให้ขายได้
“ทำยังไงก็ได้ให้คนตัดสินใจไวที่จะมาลองกินร้านเรา ซึ่งคิดแล้วว่าไม่เป็นไร ราคาอาจจะถูกหน่อย แต่ถ้าขายได้เยอะก็โอเค จึงไปทางที่ว่า ทำยังไงก็ได้ให้ขายได้เยอะๆ ทำยังไงก็ได้ให้มันป๊อป เพราะเราขายถ้วยเล็ก ราคาถูก ก็ต้องเน้นปริมาณอยู่แล้ว แต่แน่นอนว่ารสชาติก็สำคัญ”

ความลับของการทำคลิป
อย่างที่เล่าไปว่า หลายคนอาจจะเคยผ่านตากับคลิปสวยๆ ของร้านความลับของก๋วยเตี๋ยว มาบ้างในโซเชียลฯ หรือ TikTok นั่นคือฝีมือการถ่ายและตัดต่อของซอมพอเอง
“มันเริ่มมาจากการที่เราลองทำคลิป เพราะถ้าทำร้านแล้วอยากให้มีคนมาใช้บริการ ถ้าคนไม่รู้จัก ทำร้านไปก็เท่านั้น ทำร้านเท่ๆ ตกแต่งหน้าร้าน แต่คนไม่รู้จักว่าอยู่ตรงไหน หรือเรากำลังทำอะไรอยู่ มันก็จบ”
“เราเลยพยายามทำคลิปลง แต่ไม่ได้เจอตั้งแต่แรกว่า จะทำเป็นฟีลแบบไหน มีเพลงประกอบ มิกซ์เพลง หรือมีดีเจไหม แรกสุดคือถ่ายแบบที่เราอยากถ่าย เราทำพวกคลิปร้านก๋วยเตี๋ยวลับๆ หรือทำคลิปเกี่ยวกับตัวร้านไปนิดๆ หน่อยๆ ซึ่งยังไม่ได้บูมขนาดนั้น จึงต้องหาวิธีอื่น เลยคิดว่าลองไปทางตลกๆ ดูเผื่อจะเป็นมีม แค่อยากทำอะไรก็ได้ให้คนแชร์”
และซอมพอคิดถูก เพราะคลิปที่เธอ ‘เล่นเป็นดีเจ’ ในร้านก๋วยเตี๋ยวกลายเป็นไวรัลที่คนแชร์และคอมเมนต์กันมากมาย
“เราแค่เล่นหมุนฝาหม้อเหมือนตัวเองเป็นดีเจ แล้วก็เต้น กลายเป็นไวรัลเลย พอมีดีเจตัวจริงเห็นเขาเลยติดต่อมาว่า อยากมาเปิดเพลงที่ร้าน เพราะเดี๋ยวนี้จะมีเทรนด์ที่ดีเจไปเล่นตามร้านต่างๆ เราไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะต้องมีดีเจมาเล่นที่ร้าน แต่ดีเจเขาเห็นคลิปแล้วติดต่อมา เราก็โอเค พอมาเล่นเราก็ทำคลิปไปด้วยว่ามีดีเจมาเล่น”
หลังจากนั้น พอมีดีเจมาเปิดเพลงในร้านจริง ก็ยิ่งทำให้คนให้ความสนใจ บวกกับเริ่มจับทางการทำคลิปได้ ซอมพอจึงใช้กลยุทธ์นี้จากความสามารถในการถ่ายและตัดต่อ ต่อยอดในการทำคลิปใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
“คลิปที่คนสนใจเยอะ เช่น คลิปที่ใส่เสื้อ ‘ภัยสังคม’ เป็นการมิกซ์เพลงครั้งแรกของเรา คือพอมีดีเจมาเล่น เราก็เริ่มรู้สึกว่า งั้นเราลองเอามาผสมผสานไปกับการทำคลิปของเราด้วย เลยอยากลองมิกซ์เพลงเองบ้าง เลยถ่ายและทำในโปรแกรมตัดต่อ”
“ในมุมหนึ่ง เราอยากให้ร้านของเราเป็นร้านที่ทุกคนเข้าถึงได้ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ โอเค ตัวร้านมันอาจจะดูฉูดฉาด จี๊ดจ๊าด แบบวัยรุ่น แต่คนสูงวัยก็มาร้านเยอะเหมือนกัน เพลงที่เอามามิกซ์จึงมีทั้งเพลงใหม่ เพลงไทยเก่าๆ เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้ฟัง คนสูงวัยบางคนได้ยินก็อาจจะได้ฟังเพลงที่คิดถึง วัยรุ่นก็ได้ฟังเพลงที่ตัวเองชอบ โดยผ่านการมิกซ์เพลงเก่ากับเพลงใหม่”
“เราคิดว่าที่คนชอบคลิปเพราะมันน่าจะเกินคาดของเขา ด้วยความที่เป็นแค่ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ แต่เราทำคลิปที่มันสวย คนอาจจะคิดว่า เฮ้ย ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ทำคลิปขนาดนั้นเลยเหรอ มีการเอาดีเจมาเล่นในร้านก๋วยเตี๋ยว คนเลยอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง”
แต่ในทางหนึ่ง ก็มีคนสงสัยว่า เป็นแบบนี้แล้วคนจะให้ความสนใจกับคลิปวิดีโอหรือดีเจมากกว่ารสชาติก๋วยเตี๋ยวไก่ไหม
“ในมุมเรา พอทำร้านมาเรื่อยๆ ตอนนี้เราว่าไม่ขนาดนั้นแล้ว เพราะคนที่ดูคลิปเขาดูผ่านมือถือ มีหลายคนพูดว่าอยากไปร้านนี้ อยากไปฟังเพลง แต่พอเราอยู่หน้าร้านจริงๆ เราจะเห็นว่าคนที่เขาตั้งใจมากินก็มี เราเคยคิดว่า บางวันที่ดีเจมาคนต้องแน่นแน่เลย แต่ก็ไม่ได้ขนาดนั้น เป็นวันธรรมดาต่างหากที่คนมากินเยอะ เพราะมันมีลูกค้าประจำไปแล้ว”
“ทุกวันนี้จะมีดีเจมาเล่นที่ร้านเดือนละครั้ง และพยายามไม่ให้มาซ้ำคน เพราะเราก็จะทำคลิปให้คนรู้จักดีเจในเชียงใหม่กว้างขึ้นไปด้วย และไม่อยากให้เป็นภาพจำขนาดนั้นว่า มาร้านเพื่อฟังเพลง แต่อยากให้มากินก๋วยเตี๋ยว”

ความลับของปัญหา
แน่นอนว่า แม้ร้านจะเติบโตไปด้วยดี แต่โลกของการบริการก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงแรกของการเรียนรู้ความลับของก๋วยเตี๋ยวเองก็เคยประสบปัญหามาก่อน
“ตอนทำฟรีแลนซ์ก็เจอปัญหาแบบหนึ่ง แต่ตอนทำร้านที่ต้องเจอกับลูกค้า มันรู้สึก emotional กว่า เพราะไม่เคยต้องมารองรับกับอารมณ์ลูกค้าเท่ากับเวลามาทำร้าน”
“เวลาดีลงานฟรีแลนซ์ไม่เคยต้องมาโดนว่าต่อหน้า มีอะไรคุยกันได้ แต่ตอนทำร้าน เคยมีที่ลูกค้าเอาบัตรคิวมาคืนเพราะรอนานแล้วบอกว่า ‘เอาคิวคืนไปเลย ทำร้านแบบนี้ไม่ได้นะ’ มาวีน มาชี้หน้าว่าๆๆ เราก็วิ่งไปร้องไห้”
“แต่อันไหนผิดเราก็ขอโทษ เพราะไม่มีอะไรรุนแรง ซึ่งก็มีครั้งเดียวที่เราต้องวิ่งไปร้องไห้ เพราะกำลังลวกเส้นอยู่ รีบมาก ลูกค้าก็รอเรียกหน้าร้าน พอมีคนยกเลิกคนหนึ่ง เราก็คิดว่า คนอาจจะยกเลิกต่อๆ กัน แล้วพอโดนว่า เราก็วิ่งไปร้องไห้ แต่ก็ต้องกลับมาทำก๋วยเตี๋ยวต่อ ลูกค้าหน้าร้านก็ไม่ยกเลิกเลย เพราะทุกคนก็เห็นว่า โอ๊ย น้องร้องไห้เลยนะ (หัวเราะ) ก็กลับมาลวกต่อ ทำอะไรต่อ ทั้งที่หน้าแดงไปหมด”
ประสบการณ์ในการเปิดร้านทำให้ซอมพอมองย้อนกลับไปตอนที่ยังทำฟรีแลนซ์ ซึ่งแม้จะเป็นคนละอย่าง แต่เธอมองว่ามีบางสิ่งที่ยังเชื่อมโยงกันอยู่
“เราต้องตื่นเช้ามาทำร้านของตัวเอง ไม่ใช่ว่ามีเวลาตื่นเมื่อไหร่ก็ได้ มันยิ่งกว่าตอนเป็นฟรีแลนซ์ด้วยซ้ำ เพราะภาระหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างที่ต้องจัดการมันอยู่ที่เราทั้งหมด เราเป็นเจ้าของกิจการ เราไม่ใช่พนักงานที่วันนี้ไม่สบายก็ปิดร้าน หรือเหมือนตอนอยู่ออฟฟิศที่รู้สึกไม่สบายก็ขอลา”
“คล้ายกับบางคนอาจจะรู้สึกว่าการไปเรียนมหาวิทยาลัยไม่สำคัญ แต่มันได้ปูวิธีคิดทุกอย่างมาให้เราแบบที่อาจจะไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่า เราได้รับสิ่งนั้นมาแล้ว เราได้ฝึกความอดทน ฝึกรับมือความกดดัน ความรับผิดชอบ ฝึกการใช้ชีวิตในสังคม ก็เหมือนกับที่เราทำงานในระบบมา แล้วเปิดร้าน บางอย่างมันก็ติดมากับเรา”


ความลับของการเติบโต
“ตอนแรกเราคิดแค่ว่าอยากทำร้านก๋วยเตี๋ยวโง่ๆ ให้มีคนมากิน เพราะคนกินข้าว กินก๋วยเตี๋ยวทุกวันอยู่แล้ว แต่เราไม่คิดว่า วันหนึ่งมันจะมาถึงจุดที่คนมารอต่อคิวกินร้านเรา”
ถึงตอนนี้ ความลับของก๋วยเตี๋ยวเปิดมาแล้ว 10 เดือน และเป็นช่วงเวลาที่ร้านเติบโตกว่าที่ซอมพอคิดไว้มาก จากเดิมที่คิดว่าร้านคงค่อยๆ มีคนรู้จัก และค่อยๆ โต แต่สิ่งที่เธอค้นพบหลังจากเปิดร้านคือ ถ้ารอให้ร้านค่อยๆ เติบโตเองต้องใช้เวลานาน
และนั่นนำมาซึ่งความคิดในการเปิดสาขา 2 ที่เธอเริ่มมองหาพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะไม่ต้องการให้คนมารอกิน แต่อยากแบ่งกระจายไปให้พื้นที่อื่นๆ ด้วย เพราะท้ายที่สุด ซอมพอต้องการแค่ให้ความลับของก๋วยเตี๋ยวเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่ที่คนแวะมากินได้ทุกวัน เช้า สาย บ่าย เย็น

“10 เดือนที่ผ่านมา เราปล่อยวางลงได้นิดหน่อย ตรงที่ว่า ไม่ได้มีคนโอเคกับสิ่งที่เราทำเสียทั้งหมดหรอกนะ มันอาจจะไม่อร่อยสำหรับบางคนก็ได้ ซึ่งมันโอเคนะ เราจะไม่มีความคิดว่า ทำไมวะ ทำไมเขาถึงไม่ชอบเรา เพราะแต่ละคนก็ชอบกินไม่เหมือนกัน หรือแม้แต่เรื่องการบริการ เราก็ทำดีที่สุดแล้ว ถ้าเขาไม่ชอบ วันนั้นเขาอาจจะโมโหอะไรมาก็ได้ เราคาดหวังกับตรงนั้นน้อยลง ในแง่ที่ว่า ทำไมเราทำขนาดนี้แล้วเขาถึงไม่ชอบ”
“ส่วนเรื่องคลิป เราทำคนเดียวก็ต้องมีตันบ้าง แต่คิดว่าทุกยุคสมัย การโฆษณามีผลกับการขายมาตลอด ต่อให้อนาคตจะไม่เป็นคลิปก็ต้องเป็นอะไรสักอย่างหนึ่ง เราเป็นคนที่ผลิตสื่อโฆษณาอยู่แล้ว ถ้าไม่หยุดที่จะเรียนรู้คงทำไปได้ตลอด หรืออาจต้องฟอร์มทีม เพราะถ้าวันหนึ่งร้านโต ต้องขยายมากกว่านี้ ก็ต้องมีคนคุมมากกว่านี้”