Bangkok Design Week 2026
ปักหมุด 6 ดีไซน์โปรเจกต์ที่หยิบ ‘ต้นทุน’ ของเมือง มาปัดฝุ่นใหม่ให้สร้างสรรค์
Bangkok Design Week นับเป็นเทศกาลประจำปีและประจำเมืองกรุงเทพฯ ไปแล้ว จากปีแรกๆ ที่อาจได้รับความสนใจในแวดวงคนทำงานศิลปะเท่านั้น ในปีหลังๆ เราเห็นชุมชนและประชาชนคนทั่วไป ได้ออกมาเล่น ทดลอง กับพื้นที่ของเมืองมากกว่าเดิม
ความน่าสนใจของ Bangkok Design Week ยังไม่ใช่การนำเสนองานสร้างสรรค์หรืองานศิลปะเท่านั้น แต่เปิดพื้นที่ให้นักออกแบบและวงการสร้างสรรค์ไทยได้เห็นและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ชวนให้ประชาชนได้เห็นคุณค่าเล็กๆ ที่แอบแฝงอยู่ในวัฒนธรรมและสิ่งรอบตัว หลายชุมชนได้หยิบของดั้งเดิมมาทำให้ร่วมสมัยขึ้นด้วยการใส่งานดีไซน์ลงไป สินค้าหลายอย่างได้ลองหาแนวทางใหม่ๆ ในการพัฒนาธุรกิจ
งานนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนั้นก่อนจะจบสัปดาห์สร้างสรรค์นี้ Capital ขอชวนไปปักหมุด 6 โปรเจกต์ที่ใช้ความสร้างสรรค์จากผู้ประกอบการหลากหลายสาขาอาชีพมาให้ทุกคนได้ร่วมสนุก ทดลอง และสำรวจไปพร้อมๆ กัน
1. อัคระมหานคร

อัคระแบงค็อก (Akkara Bangkok) คือแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ที่สร้างชื่อจากการนำศิลปะบน ‘เสื้อยืด’ มาถ่ายทอดเรื่องราวแบบไทยๆ ที่มีความร่วมสมัยและขี้เล่น โดยมักหยิบยกฟอนต์แบบป้ายรถเมล์หรือป้ายโฆษณาตามตึกแถวมาเล่าใหม่ได้อย่างมีเสน่ห์
สำหรับย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย ถือเป็นย่านยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อย่านการค้าเก่าแก่เข้ากับกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative District) การมีแบรนด์ที่เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารวัฒนธรรมป๊อปไทยอย่างอัคระมาจัดงานในอาคารประวัติศาสตร์อย่างชัยพัฒนสิน จึงช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ย่านนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางการออกแบบระดับภูมิภาคได้อย่างชัดเจน
งานนี้เป็นการนำเอา typography หรือศิลปะการใช้ตัวอักษรในวัฒนธรรมพื้นถิ่นมาสะท้อน ‘เสียงในหัว’ ของคนกรุงเทพฯ ผ่านการจำลองบรรยากาศย่านเมืองเก่าที่มีทั้งร้านขายของชำและศาลเจ้า งานออกแบบจะใช้ถ้อยคำที่ทั้งจิกกัด ตลกประชดประชัน และความคิดเล็กๆ ที่คนเมืองมักไม่ได้พูดออกมาตรงๆ โดยสื่อสารผ่านโปสเตอร์ โลโก้ และป้ายโฆษณาแนวย้อนยุคที่กลมกลืนไปกับพื้นที่ สะท้อนถึงการนำเอา ‘สินทรัพย์ทางวัฒนธรรม’ มาต่อยอดเป็นงานกราฟิกดีไซน์ที่มีมูลค่าได้
รายละเอียดเพิ่มเติม : bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/155577
2. ROSE

Flowers in the Mist คือสตูดิโอจัดดอกไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่าเรื่องผ่านพรรณไม้ โดยมีรากฐานความผูกพันกับปากคลองตลาดมายาวนาน ความเชี่ยวชาญของพริษฐ์ตาไม่ใช่แค่การจัดดอกไม้ให้สวยงาม แต่คือการดึง ‘ความหมาย’ ที่ซ่อนอยู่หลังกลีบดอกไม้มาเล่าใหม่ได้อย่างลึกซึ้ง
ย่านปากคลองตลาดคือศูนย์กลางเศรษฐกิจดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ซึ่งขับเคลื่อนด้วย ‘ผู้หญิง’ เป็นส่วนสำคัญมาหลายทศวรรษ การจัดงานในพื้นที่ชั้น 3 ของตลาดที่ผู้คนมักมองข้าม จึงเป็นการชุบชีวิตอสังหาริมทรัพย์ในย่านเก่าให้กลับมามีมูลค่าและดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาสัมผัสหัวใจของย่านในมุมที่ต่างออกไป
ROSE เริ่มต้นจากชื่อของ ‘กุหลาบ’ ยายทวดผู้เป็นจุดเริ่มต้นของร้านดอกไม้ ชื่อนิทรรศการนี้จึงสะท้อนภาพดอกกุหลาบในฐานะ ‘ต้นทุนชีวิต’ ของผู้หญิงในย่านนี้ที่ใช้ดอกไม้เป็นเครื่องมือเลี้ยงชีพ โดยเฉพาะกับครอบครัวของพริษฐ์ตา ROSE จึงไม่ใช่แค่ชื่อดอกไม้ที่สวยงาม แต่คือจิตวิญญาณของธุรกิจครอบครัวที่ยังคงผลิบาน
นับเป็นการเปลี่ยนภาพจำของสินค้าเกษตรให้กลายเป็นงานศิลปะเชิงประวัติศาสตร์ ที่ไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับร้านค้าดั้งเดิม แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่ามรดกที่สืบทอดกันมาคือสินทรัพย์ที่ประเมินค่าไม่ได้ในการสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจในปัจจุบัน
รายละเอียดเพิ่มเติม: bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/153943
3. เจริญเมืองคราฟต์

ริทัศน์บางกอก (RTUS-Bangkok) คือกลุ่มนักกิจกรรมเมืองที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อคนตัวเล็กในชุมชนเข้ากับเครือข่ายนักออกแบบ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ โดยมักทำงานในสเกลย่านเพื่อดึงเอาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของช่างฝีมือดั้งเดิมออกมา
ย่านถนนเจริญเมืองคือย่านของอุตสาหกรรมครัวเรือนที่เชี่ยวชาญเรื่องร่มแม่ค้าและงานเหล็กดัด ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงของเมือง การเปลี่ยนพื้นที่ใกล้หัวลำโพงให้กลายเป็น playground สำหรับนักออกแบบ จึงเป็นการส่งสัญญาณว่าทักษะเก่าแก่เหล่านี้ยังไปต่อได้ในบริบทใหม่ๆ
โปรเจกต์นี้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมร้านค้าดั้งเดิมกับนักออกแบบรุ่นใหม่ เพื่อหาโอกาสจาก ‘วัสดุ’ และ ‘ฝีมือ’ ที่มีอยู่แล้วในย่าน โดยนำเสนอผ่านนิทรรศการ เวิร์กช็อป และผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากเหล็กและผ้าใบร่ม เพื่อพิสูจน์ว่าความคราฟต์ระดับถนนก็สามารถเป็นงานดีไซน์คุณภาพสูงได้ ช่วยเปลี่ยนทักษะแรงงานให้กลายเป็น งานคราฟต์ดีไซน์ที่เพิ่มช่องทางรายได้และฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่เป็นสถาปนิกและนักออกแบบ ซึ่งต้องการวัตถุดิบที่มีเรื่องราวและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม: bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/144333
4. Wastematters (เมด อิน บางโพ)

Primary Workshop คือสตูดิโอออกแบบที่เชี่ยวชาญเรื่องวัสดุและงานคราฟต์ไม้ร่วมสมัย พวกเขาทำงานร่วมกับเครือข่ายโรงไม้ในบางโพอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้งานช่างไม้ดั้งเดิมก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่งานออกแบบที่ตอบโจทย์เทรนด์โลก
ย่านไม้บางโพ หรือซอยประชานฤมิตร คือย่านอุตสาหกรรมไม้ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ที่กำลังเผชิญกับสัญญาณ SOS จากการขยายตัวของเฟอร์นิเจอร์นำเข้า การหยิบเรื่อง Wastematters หรือการจัดการขยะไม้มาเล่า จึงเป็นการตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนที่เป็นมาตรฐานสำคัญของธุรกิจยุคปัจจุบัน
งานนี้ไม่ได้โชว์แค่เฟอร์นิเจอร์แต่ตั้งคำถามถึงการสร้างมาตรฐาน ‘Made in Bangpho’ ตั้งแต่การจัดการเศษวัสดุไปจนถึงระบบการรับประกันและบริการหลังการขาย เพื่อให้ผู้เข้าชมเห็นว่าแบรนด์ของชุมชนคือเครื่องมือสำคัญในการอยู่รอดในระยะยาว เป็นการปรับตัวเข้าสู่ circular economy อย่างเต็มรูปแบบ เปลี่ยนขยะไม้ที่เคยเป็นต้นทุนภาระให้กลายเป็นจุดขายใหม่ของย่าน ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัยและยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของลูกค้าระดับพรีเมียมในปัจจุบัน
รายละเอียดเพิ่มเติม : bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/152687
5. NERAMIT Exhibition

PDM คือแบรนด์ไทยที่เปลี่ยนภาพจำของ ‘เสื่อ’ ให้กลายเป็นสินค้าดีไซน์ระดับสากล และเป็นสตูดิโอที่พิสูจน์ว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุและวิถีชีวิตดั้งเดิมของไทย จนกลายเป็น local icon ที่ครองใจทั้งตลาดในบ้านและต่างประเทศ
ในปีนี้ PDM เลือกปักหมุดที่อาคาร 1096 ในซอยเจริญกรุง 30 ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ใจกลางย่านการค้าเก่าแก่ การจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยในพื้นที่ที่มีกลิ่นอายความเก๋า จึงเป็นการปะทะกันของ ‘เสน่ห์วันวาน’ และ ‘งานดีไซน์แห่งอนาคต’ ที่ช่วยขับเน้นตัวตนของแบรนด์ให้ดูโดดเด่นและมีมิติมากยิ่งขึ้น
ในโปรเจกต์ Neramit นี้ PDM ได้ชวน 3 สตูดิโอออกแบบชั้นนำอย่าง TROP, Anonym Studio และ PHTAA มาตีโจทย์ local icon เพื่อเปลี่ยนมรดกทางวัฒนธรรมที่คุ้นเคยให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยกว่า 30 ชิ้น ที่ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ แต่ยังผลิตด้วยมาตรฐานระดับสากลที่สามารถส่งออกไปขายได้ทั่วโลก
Neramit จึงคือการเปลี่ยนต้นทุนทางวัฒนธรรมให้เป็น ‘สินทรัพย์’ ที่สร้างกำไรและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ การ co-creation กับสถาปนิกและนักออกแบบชั้นยอดคือกลยุทธ์การเพิ่มมูลค่าแบรนด์ที่ทำให้ธุรกิจสร้างสรรค์ไทยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และยืนยันว่าการออกแบบคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน
รายละเอียดเพิ่มเติม : bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/140001
6. Open Airwaes

Open Airwaves จัดขึ้นบริเวณ One Bangkok Park โดยเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นบูทบันทึกเสียงและสตูดิโอป๊อปอัพสีส้มสดใสสะดุดตา ตามสัญลักษณ์ของความเร่งด่วนของธีม S/O/S ในปีนี้ เป้าหมายสำคัญคือการเชื้อเชิญให้ทุกคนก้าวเข้าไปสำรวจโลกของเสียงและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ‘คลังข้อมูลที่มีชีวิต’ (living archive) โดยคุณสามารถทดลองเป็นดีเจ, ร้องเพลง, แต่งเนื้อเพลงสั้นๆ หรือแม้แต่บันทึกเสียงวิถีชีวิตและความคิดของคุณ เพื่อสะท้อนตัวตนของคนกรุงผ่านคลื่นเสียงอย่างอิสระ
ผลงานชิ้นนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง One Bangkok และ Bangkok Community Radio ภายในบูทติดตั้งอุปกรณ์ดนตรีและเครื่องเล่นดีเจระดับมืออาชีพจาก Alphatheta ไว้อย่างครบครัน พร้อมกล้องที่คอยบันทึกโมเมนต์สนุกๆ ของผู้เข้าร่วม โดยผลงานเสียงที่โดดเด่นจะถูกคัดเลือกไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ตลอดสัปดาห์ของงานเทศกาล เพื่อเป็นกระบอกเสียงและส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคอมมิวนิตี้สร้างสรรค์ต่อไป
นอกจากเรื่องของเสียงแล้ว ในงานยังมีนิทรรศการที่น่าสนใจอื่นๆ อย่างการจัดแสดงผลงานออกแบบของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร และ NKUST จากไต้หวัน ภายใต้แนวคิดงานคราฟต์เพื่อความยั่งยืน และงาน Young Architect Conference ที่รวมตัวสถาปนิกรุ่นใหม่กว่า 120 คนจากไทย ญี่ปุ่น และเยอรมนี มาโชว์ไอเดียการออกแบบสถาปัตยกรรมแห่งอนาคต เพื่อสร้างระบบนิเวศสร้างสรรค์ ที่แข็งแกร่งให้กับกรุงเทพฯ