นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้คุกกี้

บริษัท ทุนดี จำกัด (“บริษัท”) มีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์เพื่อรับประกันการให้บริการของเว็บไซต์ที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทรับประกันว่าจะใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎ หมายที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการใช้คุกกี้บางประเภทที่อาจดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก ทั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใช้บริการเว็บไซต์ บริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและตกลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์นี้... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

1674
June 20, 2024

Shell อัพเกรดโรงงานจาระบีครั้งใหญ่ ปั้นไทยเป็นศูนย์กลางส่งออกในเอเชียแปซิฟิก พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีตามเทรนด์ความยั่งยืน

เมื่อพูดถึงธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น หนึ่งในบริษัทพลังงานชั้นนำระดับโลกที่ทั่วโลกจับตามองกลยุทธ์ธุรกิจคือเชลล์

ด้วยเชลล์ครองส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันหล่อลื่นอันดับ 1 ของโลกเป็นระยะเวลายาวนานถึง 17 ปีติดต่อกัน จำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นกว่า 5 พันล้านลิตรต่อปี ในตลาด 160 แห่งทั่วโลก ทั้งมีผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นมากกว่า 3,000 รายการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมใหญ่หลากหลายวงการ เช่น ธุรกิจขนส่ง ก่อสร้าง เหมืองแร่ เกษตรกรรม พลังงาน และการผลิต

เชลล์จึงมีห่วงโซ่อุปทานน้ำมันหล่อลื่นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งโรงงานผสมสารหล่อลื่น โรงงานผลิต และแหล่งเก็บน้ำมันอื่นๆ ไปจนถึงเครือข่ายผู้กระจายสินค้าขนาดใหญ่จำนวนมากเพื่อรองรับดีมานด์ของน้ำมันทั่วโลก และการขยายโรงงานของเชลล์ในแต่ละครั้งก็เป็นที่น่าจับตามองเพราะการลงทุนในโรงงานไม่ใช่แค่การขยายฐานการผลิตเท่านั้นแต่ยังสื่อถึงทิศทางกลยุทธ์ของบริษัทพลังงานชั้นนำอีกด้วย

สำหรับไมล์สโตนสำคัญของเชลล์ ประเทศไทยในปีนี้คือการลงทุนอัพเกรดโรงงานจาระบีเพื่อปั้นให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตจาระบีอันดับหนึ่งของเชลล์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับเป็นการขยายโรงงานครั้งใหญ่หลังจากที่เชลล์ก่อตั้งโรงงานที่ไทยครั้งแรกเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

ในโอกาสการลงทุนครั้งสำคัญนี้ เจสัน หว่อง รองประธานบริหารธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น บริษัท เชลล์ จำกัด (Shell plc.) ได้เล่าถึงก้าวสำคัญของธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นในไทยและทิศทางการดำเนินธุรกิจของเชลล์ในระดับโลกซึ่ง Recap ในครั้งนี้จะสรุปให้ฟัง

1. ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านการกระจายสินค้าในเอเชียแปซิฟิก

สาเหตุสำคัญข้อแรกที่เชลล์เลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตในเอเชียแปซิฟิกเพราะสภาพภูมิศาสตร์ของไทยที่เหมาะกับการกระจายสินค้าแก่ทั้งภูมิภาค ซึ่งครอบคลุมทั้งหมด 40 ประเทศ โดยมีตลาดหลักคืออินโดนีเซียและออสเตรเลีย

จาระบีเป็นน้ำมันประเภทที่ใช้เยอะในอุตสาหกรรมการผลิต ก่อสร้าง และน้ำตาล ในไทยเองก็มีความต้องการใช้น้ำมันในอุตสาหกรรมนี้อย่างมาก การอัพเกรดโรงงานจาระบีในครั้งนี้จะเพิ่มกำลังการผลิตถึง 15,000 ตันต่อปี ซึ่งครอบคลุมมากกว่าครึ่งนึงของความต้องการในประเทศไทย

กำลังการผลิตจาระบีที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านซัพพลายและโลจิสติกส์แก่ทั้งเอเชียแปซิฟิก ทั้งลดต้นทุนการผลิต ผลิตได้เร็วขึ้น และยังทำให้ควบคุมระยะเวลาที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์จาระบีได้ตรงตามเวลา

2. customer-centric คือเบื้องหลังการขยายฐานการผลิตจาระบี

ในการผลิตของทุกอุตสาหกรรมมักมีการกล่าวถึงการคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (customer-centric) และธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นก็ต้องคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรมไม่ต่างกับธุรกิจประเภทอื่น

ลูกค้าของเชลล์แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ลูกค้าอุตสาหกรรม, ลูกค้าที่ใช้น้ำมันในการขนส่งสำหรับการค้า และผู้ใช้รถยนต์ทั่วไป สิ่งที่เชลล์ให้ความสำคัญคือการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจลูกค้าแต่ละกลุ่มเหล่านี้ ตัวอย่างเช่นการผลิตน้ำมันจาระบีแบบ tailor-made ให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละธุรกิจ OEM ซึ่งแต่ละอุตสาหกรรมมีความต้องการใช้งานในรูปแบบท่ีแตกต่างกัน

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชลล์อัพเกรดโรงงานจาระบีให้ผลิตตรงความต้องการได้คือการนำเทคโนโลยีจากเบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และอินเดียมาใช้ ประโยชน์ที่ได้ตามมาคือการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาทักษะแก่ช่างเทคนิคและทีมงานชาวไทยให้ใช้งานและดูแลเครื่องจักรตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันหล่อลื่นของไทยต่อไปในอนาคต

3.  เป้าหมายต่อไปคือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2050

นอกจากจะนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ เชลล์ยังนำเทคโนโลยีมาช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยโรงงานจาระบีของเชลล์ดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ Powering Progress เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 

เครื่องจักรภายในโรงงานถูกออกแบบมาให้ใช้พลังงานในการผลิตน้อยลง ลดการใช้น้ำมันร้อนของโรงงานและถ่ายโอนความร้อนได้ดี ลดการสูญเสียพลังงานและลดปริมาณของเสียจากการผลิต (zero grease waste) ส่งผลให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพดีขึ้น และยังใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในการดำเนินงานช่วงกลางวัน 100% ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 300 ตันต่อปี

4. เมื่อเทรนด์ EV เปลี่ยนแปลงเร็ว การพัฒนาควบคู่เพื่อความยั่งยืนถือเป็นกุญแจหลั

เจสัน หว่องได้ทิ้งท้ายไว้ว่าความท้าทายที่สุดของเชลล์ในวันนี้คือการอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่านพลังงานจาก ICE (เครื่องยนต์สันดาปที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง) ไป EV (เครื่องยนต์ไฟฟ้า) ซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็วแค่ไหนทำให้ต้องมีความยืดหยุ่นและปรับตัวในการลงทุนขยายธุรกิจอยู่เสมอ 

ทั้งนี้เจสันคาดการณ์ว่าในปี 2028 จะยังคงอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่านพลังงานทำให้เชลล์ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งสองรูปแบบควบคู่กันไป คือมีทั้งการพัฒนาสารหล่อลื่นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต และยังต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนใน ICE โดยเฉพาะในตลาดที่เติบโตสูงอย่างเอเชีย

เหนือสิ่งอื่นใด ปัจจัยที่ทำให้เชลล์ประสบความสำเร็จจนเป็นผู้นำตลาดน้ำมันหล่อลื่นจนถึงทุกวันนี้มีหลายข้อ
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ให้มีชื่อเสียง การพัฒนาเทคโนโลยีผ่านการร่วมมือกับหลายประเทศ การมีฐานผลิตที่ใหญ่และสร้าง supply chain ระดับโลก ไปจนถึงการมีฐานลูกค้าใหญ่รองรับในการส่งออก

การขยายโรงงานจาระบีที่ไทยในครั้งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการขยายขีดความสามารถการผลิตเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายใหญ่ของบริษัทด้านการเป็นพันธมิตรธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ และสร้างสรรค์นวัตกรรมน้ำมันหล่อลื่นอย่างยั่งยืนต่อไป

Illustrator

บรรณาธิการศิลปกรรม Email: y.pongtorn@gmail.com