‘บางกอกเคเบิ้ล’ ปรับทิศทางธุรกิจดึง ION Energy เข้าพอร์ตมุ่งรุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป
เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวใหญ่ในวงการธุรกิจพลังงาน เมื่อบริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลเก่าแก่ของประเทศไทย ตัดสินใจเดินแผนปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ จากผู้พัฒนาสายไฟฟ้าสู่ Energy Solution Provider ด้วยการเข้าซื้อกิจการ ION Energy บริษัทผู้ให้บริการโซลูชั่นพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำเข้าสู่สถานะบริษัทในเครือบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในระดับโลกและประเทศไทย

พงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย และผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy กล่าวว่า ตลอด 61 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ผลิต พัฒนา และส่งมอบสายไฟฟ้า อันเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญของไทยให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคครัวเรือนมาอย่างต่อเนื่อง ในปีที่ 62 นี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้สามารถเติมเต็มความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าอย่างครบวงจร จึงได้ปรับโครงสร้างและทิศทางธุรกิจให้เป็นมากกว่าผู้พัฒนาสายไฟฟ้า และก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านพลังงานไฟฟ้า (Energy Solution Provider) ครบวงจร
พงศภัคกล่าวถึงสาเหตุที่บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด เลือกลงทุนใน ION Energy เนื่องจาก ION Energy ถือเป็นผู้นำในตลาดกลุ่มโซลาร์รูฟท็อปสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับความไว้วางใจจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ อาทิ แสนสิริ ศุภาลัย เอสซี เอพี โดยมีปริมาณการติดตั้งสะสมมากกว่า 6,500 หลัง และมีจุดเด่นใน 3 ด้าน ได้แก่
1. เครือข่ายพันธมิตรแข็งแกร่ง สร้างการเติบโตในตลาดจริง ION Energy มีความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและพันธมิตรทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ช่วยขยายฐานลูกค้าและเร่งการเข้าถึงตลาดในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน บริษัทมีประสบการณ์ในการติดตั้งโซลาร์จริงในระดับใหญ่ พร้อมควบคุมคุณภาพ เวลา และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงศักยภาพในการส่งมอบงานที่เชื่อถือได้ในระดับอุตสาหกรรม
3. แพลตฟอร์มพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต ION Energy มีโครงสร้างธุรกิจที่สามารถขยายจากโซลาร์รูฟท็อป ไปสู่โครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการต่อยอดสู่ energy platform รองรับการเติบโตของตลาดพลังงานสะอาดในระยะยาว

ด้าน พีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2563 ภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโซลาร์ (solar energy business landscape) มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก อาทิ ความสำคัญของพลังงานสะอาดต่อภาคธุรกิจ ต้นทุนเทคโนโลยีที่ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับราคาขายที่จับต้องได้มากขึ้น จำนวนผู้เล่นในตลาดที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ตลาดธุรกิจโซลาร์ในไทยถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก โดยประเทศไทยมีประชากรประมาณ 20 ล้านครัวเรือน บริษัทประเมินว่าน่าจะมีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านครัวเรือน ส่งผลให้ตลาดโซลาร์เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักแสนล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันมีครัวเรือนไทยที่ติดตั้งโซลาร์สะสมเพียงแค่ 70,000 ครัวเรือนเท่านั้น


โดยทิศทางการดำเนินธุรกิจของทั้ง 2 บริษัทหลังจากนี้ คาดว่าจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาบริการหลังการขาย เนื่องจากโซลาร์รูฟท็อปจะกลายเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกที่สามารถอยู่ได้ต่อเนื่องถึง 30 ปี โดย บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีการพัฒนา ‘โดรนล้างโซลาร์’ ที่เตรียมเปิดตัวในงานสถาปนิก’69 (ASA Architect Expo) ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ ในวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคมนี้ เพื่อสะท้อนให้ผู้บริโภคเห็นถึงนวัตกรรมในการส่งมอบบริการที่ทันสมัย และรวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาการเปิดตัวศูนย์บริการในหัวเมืองใหญ่ที่มีความต้องการโซลาร์เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค ทันการใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท เบื้องต้น บริษัทตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์ให้แก่ครัวเรือน 1,500-2,000 หลัง ภายในสิ้นปี 2569